Web 3.0 มาแล้ว เทคโนโลยีที่จะเปลี่ยนเงินในกระเป๋าคุณไปตลอดกาล | เงินทองของจริง
Ch7HD News - ข่าวช่อง7
อัพเดต 26 พ.ค. 2568 เวลา 04.50 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2568 เวลา 03.50 น. • TEROASIAในยุคที่เทคโนโลยีก้าวไกล แค่มีอินเทอร์เน็ตกับสมาร์ตโฟน ก็อาจเปลี่ยนวิธีการใช้เงินของเราไปได้เลย วันนี้เราจะมาทำความเข้าใจกับ Web 3.0 ว่าคืออะไร และจะส่งผลต่อการเงินของเราในอนาคตอย่างไร
วิวัฒนาการของอินเทอร์เน็ต: จาก Web 1.0 สู่ Web 3.0
Web 1.0: ยุคการอ่านอย่างเดียว
Web 1.0 เป็นยุคแรกสุดของอินเทอร์เน็ต ที่ผู้ใช้สามารถทำได้เพียง "อ่าน" หรือ "ดาวน์โหลด" ข้อมูลจากเว็บไซต์เท่านั้น ไม่สามารถโต้ตอบหรือสร้างเนื้อหาใด ๆ ได้
Web 2.0: ยุคของการมีส่วนร่วม
Web 2.0 คือสิ่งที่เราใช้กันอยู่ในปัจจุบัน เว็บไซต์และโซเชียลมีเดียอย่าง Facebook, Twitter, Instagram เป็นตัวอย่างของ Web 2.0 ที่เปิดให้ผู้ใช้สามารถ "สร้าง" และ "อัปโหลด" เนื้อหาได้เอง เช่น การโพสต์รูปหรือแสดงความคิดเห็น
ธุรกิจออนไลน์จึงเติบโตขึ้นอย่างมาก ทั้งการโฆษณาและการซื้อขายสินค้า โดยมีแพลตฟอร์มเป็นตัวกลาง เช่น Shopee หรือ Lazada ที่คอยดูแลความเรียบร้อยและกำหนดกฎเกณฑ์
Web 3.0: อนาคตของเว็บแบบกระจายศูนย์
Web 3.0 ที่ปัจจุบันยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา มีแนวคิดหลักคือ การก้าวสู่เว็บไซต์แบบกระจายศูนย์ (Decentralized Web) โดยข้อมูลไม่ถูกจัดเก็บและควบคุมโดยบริษัทใหญ่หรือเซิร์ฟเวอร์ใดเซิร์ฟเวอร์หนึ่ง แต่จะกระจายผ่านบล็อกเชน ทำให้มีความโปร่งใสและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
เทคโนโลยีหลักของ Web 3.0
เทคโนโลยีสำคัญของ Web 3.0 ประกอบด้วย:
- Blockchain: เทคโนโลยีบัญชีแยกประเภทแบบกระจายอำนาจ
- Cryptocurrency: สกุลเงินดิจิทัล
- Smart Contracts: สัญญาอัจฉริยะที่ดำเนินการได้อัตโนมัติ
เทคโนโลยีเหล่านี้ทำให้ผู้ใช้งานสามารถทำธุรกรรมแบบ Peer-to-Peer (P2P) ได้โดยไม่ต้องผ่านคนกลาง อีกทั้งยังรวมถึงแนวคิดของ Metaverse ที่จะยกระดับประสบการณ์ออนไลน์จาก 2D สู่โลกเสมือนแบบ 3D
กรณีศึกษา: OpenSea และตลาด NFT
OpenSea เป็นแพลตฟอร์มการซื้อขาย NFT (Non-Fungible Token) บน Blockchain Ethereum ที่แสดงให้เห็นการประยุกต์ใช้ Web 3.0 อย่างชัดเจน ผู้สร้างสามารถออกแบบ NFT และซื้อขายแลกเปลี่ยนงานศิลปะได้โดยตรงกับผู้ซื้อ โดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง
ด้วยสัญญาอัจฉริยะ (Smart Contracts) ผู้สร้างจะได้รับค่าลิขสิทธิ์ทุกครั้งที่ NFT มีการซื้อขายในตลาด โดยการทำธุรกรรมทั้งหมดโปร่งใสและตรวจสอบได้ผ่าน Blockchain
ข้อดีและข้อเสียของ Web 3.0
ข้อดี
- ความปลอดภัยสูง: ข้อมูลไม่ได้เก็บไว้ในที่เดียว ลดโอกาสการรั่วไหลของข้อมูลส่วนตัว
- เข้าถึงได้ตลอดเวลา: การจัดเก็บข้อมูลแบบกระจายอำนาจทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลา
- ความโปร่งใส: ระบบบล็อกเชนส่วนใหญ่เป็น open source ที่สามารถออกแบบและพัฒนาร่วมกันได้อย่างเสรี
- ความยืดหยุ่น: ข้อมูลสามารถเข้าถึงได้จากทุกที่และบนอุปกรณ์ใดก็ได้
ข้อเสีย
- ความซับซ้อน: เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ผู้ใช้งานบางกลุ่มเข้าถึงได้ยากกว่าเว็บไซต์ปัจจุบัน
- ข้อจำกัดด้าน Scalability: ส่งผลให้การทำธุรกรรมมีความล่าช้า
- ทรัพยากรจำกัด: เทคโนโลยีและงบประมาณในการพัฒนายังมีไม่มาก
ผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน
1. การปรับตัวขององค์กรและแพลตฟอร์ม
องค์กรต่าง ๆ เริ่มนำ Web 3.0 มาประยุกต์ใช้ในการจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่อย่างไม่จำกัด พร้อมเพิ่มความปลอดภัย ลดความเสี่ยงจากการถูกแฮ็ก และมีระบบสำรองข้อมูลที่มีประสิทธิภาพ
2. เว็บไซต์แบบกระจายศูนย์บน Blockchain
Web 3.0 เป็นตัวแทนของอินเทอร์เน็ตรุ่นใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี Blockchain เพื่อเพิ่มความปลอดภัย โปร่งใส และเปิดให้ทุกคนเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลทั่วไปหรือองค์กร
อนาคตของ Web 3.0
1. สิทธิของผู้ใช้งานและบทบาทในอุตสาหกรรม
Web 3.0 เปิดโอกาสให้ผู้ใช้งานสามารถแสดงความคิดเห็นหรือคัดค้านนโยบายของแพลตฟอร์มได้ เช่น ในอุตสาหกรรมเกม ผู้เล่นสามารถร่วมโหวตหรือเสนอแนวทางในการพัฒนาเกม แทนที่จะรอการตัดสินใจจากผู้พัฒนาเพียงฝ่ายเดียว
2. การเงินแบบกระจายอำนาจ (DeFi)
จุดเด่นสำคัญของ Web 3.0 คือการพัฒนา DeFi หรือระบบการเงินแบบไร้ศูนย์กลาง ที่เปิดให้ผู้ใช้งานสามารถทำธุรกรรมทางการเงิน เช่น การกู้ยืมหรือการลงทุน ได้โดยไม่ต้องพึ่งธนาคารหรือสถาบันการเงินแบบเดิม
Web 3.0 ไม่ใช่เพียงแค่เทคโนโลยีใหม่ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่จะส่งผลต่อวิธีการใช้เงินและการจัดการการเงินของเราในอนาคต ด้วยระบบเศรษฐกิจแบบไร้ศูนย์กลาง (Decentralized Economy) ที่เพิ่มความสะดวก คล่องตัว และให้ผู้ใช้งานเข้าถึงบริการทางการเงินได้ง่ายขึ้น
แม้ว่า Web 3.0 จะยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา แต่การเตรียมความพร้อมและทำความเข้าใจเทคโนโลยีนี้จะช่วยให้เราสามารถปรับตัวเข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะมาถึงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พบกับ "โคชหนุ่ม" และ "ทิน โชคกมลกิจ" ได้ใน "เงินทองของจริง" ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 8.30-8.40 น. ทางช่อง 7HD กด 35 และช่องทางออนไลน์ TERO Digital
รับชมผ่าน YouTube ได้ที่