โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“พิชัย” เร่งยื่นข้อเสนอการค้าสหรัฐครั้งสุดท้าย หวังลดดุลการค้า 70% ใน 5 ปี

การเงินธนาคาร

อัพเดต 07 ก.ค. 2568 เวลา 08.14 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 01.14 น.

“พิชัย” เร่งยื่นข้อเสนอสุดท้าย พร้อมเปิดตลาดรับสินค้าสหรัฐเพิ่ม ทั้งเกษตร พลังงาน และเครื่องบินโบอิ้ง หวังลดดุลการค้า 70% ใน 5 ปี ดันให้ภาษีที่ดีที่สุดอยู่ที่ 10% หรือช่วง 10-20% ก็ยังถือว่ายอมรับได้

วันที่ 6 กรกฎาคม 2568 เวลา 21.06 น. สำนักข่าวบูมเบิร์กรายงานว่านายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg News เมื่อค่ำวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า ไทยกำลังพยายามครั้งสุดท้ายเพื่อหลีกเลี่ยงการเก็บภาษีส่งออกในอัตรา 36% ที่รัฐบาลทรัมป์ขู่จะบังคับใช้ โดยเสนอให้สหรัฐฯเข้าถึงตลาดสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมของไทยมากขึ้น พร้อมทั้งเพิ่มการนำเข้าพลังงานและเครื่องบินโบอิ้งจากสหรัฐ

ข้อเสนอฉบับล่าสุดของไทยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มปริมาณการค้าทวิภาคีและลดดุลการค้าเกินดุลของไทยต่อสหรัฐที่มีมูลค่า 46,000 ล้านดอลลาร์ ลงให้ได้ 70% ภายใน 5 ปี และทำให้เกิดสมดุลทางการค้าภายใน 7-8 ปี ซึ่งถือว่าเร็วกว่าข้อเสนอเดิมที่ไทยเคยให้คำมั่นว่าจะลดดุลการค้าให้หมดภายใน 10 ปี

นายพิชัยระบุว่า คาดว่าจะส่งข้อเสนอฉบับปรับปรุงใหม่นี้ก่อนวันที่ 9 กรกฎาคม ซึ่งเป็นวันสิ้นสุดระยะเวลา 90 วันที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศชะลอการขึ้นภาษี หากข้อเสนอนี้ได้รับการยอมรับ ไทยสามารถยกเลิกภาษีนำเข้าหรือมาตรการที่มิใช่ภาษีสำหรับสินค้าในกลุ่มหลักได้ทันที ขณะที่จะทยอยผ่อนคลายข้อจำกัดสำหรับสินค้าอีกกลุ่มหนึ่งในระยะต่อไป

การปรับข้อเสนอครั้งนี้มีขึ้นหลังจากพิชัยเข้าพบกับนาย Jamieson Greer ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ และนาย Michael Faulkender รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นการเจรจาภาษีในระดับรัฐมนตรีครั้งแรก พิชัยกล่าวว่าสินค้าสหรัฐฯ ที่จะได้รับสิทธิ์เข้าตลาดไทยมากขึ้น ส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่มีปริมาณไม่เพียงพอในประเทศอยู่แล้ว จึงไม่น่าจะกระทบต่อเกษตรกรหรือผู้ผลิตไทย

“สิ่งที่เราเสนอเป็นข้อเสนอที่ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน” นายพิชัยกล่าว พร้อมระบุว่า “สหรัฐจะสามารถค้าขายกับเราได้มากขึ้น ขณะที่เราก็มีโอกาสปรับปรุงกระบวนการต่างๆ และลดขั้นตอนที่เป็นอุปสรรค”

ไทยเป็นหนึ่งในหลายประเทศที่เร่งเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีในอัตราสูง หากไม่สามารถตกลงอัตราภาษีที่ลดลงได้ อาจส่งผลให้การส่งออกของไทย ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุด หดตัวลงอย่างมาก และอาจทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยลดลงถึง 1% จากที่คาดการณ์ไว้

ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามเพิ่งบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยทรัมป์ประกาศเก็บภาษีส่งออกเวียดนามในอัตรา 20% และ 40% สำหรับสินค้าที่เข้าข่ายการส่งต่อ (Transshipment)

นายพิชัยกล่าวว่า ไทยกำลังผลักดันให้อัตราภาษีที่ดีที่สุดอยู่ที่ 10% และแม้จะอยู่ในช่วง 10%-20% ก็ยังถือว่ายอมรับได้

“สิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นคือ ไทยได้ข้อตกลงที่แย่ที่สุดเมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านในภูมิภาคเดียวกัน”

ไทยยังได้ปรับแผนการซื้อสินค้าสหรัฐ โดยเฉพาะพลังงานและเครื่องบินโบอิ้ง ให้ “เชิงรุก” มากขึ้น ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดดุลการค้าเกินดุลกับสหรัฐฯ ได้อย่างมีนัยสำคัญ บริษัทปิโตรเคมีของไทย อาทิ SCG Chemicals และ PTT Global Chemical ได้ให้คำมั่นจะนำเข้าเอทเทนจากสหรัฐฯ มากขึ้น ขณะที่บริษัท ปตท. ระบุว่า อาจซื้อก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากโครงการก๊าซในรัฐอลาสกา ปีละ 2 ล้านตัน เป็นระยะเวลา 20 ปี และบริษัทรัฐวิสาหกิจของไทยก็อยู่ระหว่างสำรวจความเป็นไปได้ในการร่วมพัฒนาโครงการดังกล่าว

สายการบินแห่งชาติอย่างการบินไทยยังแสดงความสนใจที่จะซื้อเครื่องบินโบอิ้งมากถึง 80 ลำในช่วงหลายปีข้างหน้า

การเจรจาเพื่อลดอัตราภาษีถือเป็นกุญแจสำคัญในการปกป้องเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาการค้าจากแรงกดดันเพิ่มเติม โดยเศรษฐกิจไทยเผชิญความเสี่ยงอยู่แล้วจากปัญหาหนี้ครัวเรือนที่สูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และการบริโภคภายในประเทศที่ซบเซา ข้อตกลงที่ดีจะช่วยบรรเทาความกังวลของนักลงทุนที่ได้รับผลกระทบจากความปั่นป่วนทางการเมือง หลังจากศาลมีคำสั่งให้ระงับปฏิบัติหน้าที่ของนางแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไทย จากกรณีถูกกล่าวหาว่ามีความผิดจริยธรรมในการจัดการข้อพิพาทชายแดนกับกัมพูชา

ทั้งนี้ การส่งออกของไทยในช่วง 5 เดือนแรกของปี เพิ่มขึ้นประมาณ 15% ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากคำสั่งซื้อเร่งด่วนก่อนที่มาตรการขึ้นภาษีจะมีผลบังคับใช้ครบ 90 วัน

อ้างอิง : bloomberg.com

เปิดไทม์ไลน์ โดนัลด์ ทรัมป์ ป่วนโลก! สหรัฐ VS ประเทศคู่มิตร เดินเกมตอบโต้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...