โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

YGG ปริศนาพลิกขาดทุน.!

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 15 ส.ค. 2567 เวลา 23.25 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ช่วงที่ผ่านมา บริษัท อิ๊กดราซิล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ YGG เผชิญวิบากกรรมฟอร์ซเซล จากการที่ผู้ถือหุ้นใหญ่ “ธนัช จุวิวัฒน์” เอาหุ้นตัวเองไปตึ๊ง หรือเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกันเพื่อขอบัญชีมาร์จิ้นกับบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) แล้วพอราคาหุ้นปรับตัวลงมาแรง โบรกเกอร์เรียกหลักทรัพย์เพิ่ม ดันหาหลักทรัพย์มาเติมไม่ได้ ก็เลยถูกบังคับขาย หรือฟอร์ซเซลไปตามระเบียบ (พัก)..!!

ส่งผลให้ปัจจุบัน “ธนัช” เหลือถือหุ้นแค่ 5.80 ล้านหุ้น คิดเป็น 0.96% จากเดิมถือหุ้น 247.68 ล้านหุ้น คิดเป็น 41.143%

จากผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับหนึ่ง กระเด็นกระดอนไปเป็นผู้ถือหุ้นปลายแถวอันดับ 11 เฉยเลย…มันน่าเศร้าใจจริง ๆ

ก็คงเป็นบทเรียนราคาแพงระยับให้กับ “ธนัช”…เพราะธุรกิจที่ปลุกปั้นมากับมือ วันนี้กลายเป็นของคนอื่นไปแล้ว

อ้อ…ถ้าใครจะแย้งว่า ทุกวันนี้ “ธนัช” ก็ยังนั่งเป็น CEO อยู่นะ…งั้นลองชั่งน้ำหนักดูละกัน ระหว่างเป็นเจ้าของบริษัท เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่แล้วควบตำแหน่ง CEO กับวันนี้ที่ไม่ได้เป็นเจ้าของแล้ว แค่นั่งบริหารเป็น CEO ไปวัน ๆ เท่านั้น ก็ไม่ต่างจากมือปืนรับจ้างดี ๆ นี่เอง…ซึ่งไม่รู้จะถูกบอร์ดถอดออกเมื่อไหร่..?? ไม่มีใครรับประกันได้หรอก

แต่ดูเหมือนวิบากกรรมของ YGG ไม่หมดเท่านั้น เพราะนอกจากผู้ถือหุ้นใหญ่จะถูกฟอร์ซเซลแล้ว ในเวลาไล่เลี่ยกันยังเกิดกรณี CFO ยื่นจดหมายลาออกก่อนปิดงบงวดไตรมาส 2/2567 เพียงแค่ 2 วันอีก…ก็ถูกตั้งคำถามว่าเกิดอีหยัง..??

พอ YGG แจ้งกับตลาดหลักทรัพย์ฯ ก็ถึงบางอ้อ…งบไตรมาส 2/2567 ถึงขั้นพลิกมาขาดทุนบักโกรก 378.10 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 25.72 ล้านบาท ส่งผลให้งวด 6 เดือนแรกปี 2567 มีตัวเลขติดลบอยู่ที่ 347.14 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 57.23 ล้านบาท

นี่ขนาดช่วงเกิดวิกฤตโควิดที่เขาแย่กันทั้งบ้านทั้งเมือง แต่ตอนนั้น YGG ยังโตเอ๊าโตเอาทุกปี โดยปี 2565 ทำสถิติสูงสุดกำไรแตะที่ 122.13 ล้านบาท ส่วนในปีนี้สถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมแม้จะยังฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายเหมือนช่วงโควิด แล้วไหง YGG พลิกมาขาดทุนเสียล่ะ..??

ครั้นไปค่อนแคะแกะไส้ในดู ที่แท้เกิดจากรับรู้ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น และผลขาดทุนจากการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ต่าง ๆ จำนวน 375.60 ล้านบาท

แล้วถ้าไปดูคำอธิบายของบริษัท ระบุว่า ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2567 มีสินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญาสำหรับโครงการว่าจ้างที่ปฏิบัติเสร็จสิ้นตามสัญญาแต่ยังไม่ได้เรียกเก็บเงินจากลูกค้าจำนวน 45.6 ล้านบาท และโครงการว่าจ้างที่ยังไม่เสร็จสิ้นตามสัญญาจำนวน 300.4 ล้านบาท แต่เนื่องจากมีการพิจารณาปรับกลยุทธ์ในการประกอบธุรกิจ จึงคาดว่าจะมีสินทรัพย์ที่เกิดจากสัญญาบางส่วนจะไม่สามารถเรียกชำระจากลูกค้าและไม่สามารถทำให้โครงการเสร็จสิ้นได้ตามสัญญา ทำให้ต้องรับรู้ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวนเงิน 306.1 ล้านบาท เทียบกับปีที่แล้วไม่มีรายการนี้

ถ้าให้แปลไทยเป็นไทย ก็หมายความว่าส่งมอบงานไปแล้ว แต่เก็บเงินไม่ได้ ลูกค้าเบี้ยวหนี้ไม่ยอมจ่ายเงินว่างั้น..!!

ว่าแต่ลูกหนี้รายนี้เป็นใครกันนะ…อยากรู้จัง..!? เพราะปกติลูกค้า YGG เป็นบริษัทต่างชาติไม่ใช่เหรอ..??

ก็น่าคิด YGG จะเจอวิบากกรรมผลขาดทุนด้านเครดิตไปยาวนานแค่ไหน..?? จะรับรู้ครั้งเดียวแล้วจบ..?? หรือตามหลอกหลอนในปีต่อ ๆ ไปอีก..?? อันนี้ก็ไม่รู้สินะ

ที่รู้ตอนนี้สถานการณ์ YGG ไม่เหมือนเดิมแล้ว ผู้ถือหุ้นใหญ่ก็ไม่เหมือนเดิม กลายเป็นเบี้ยหัวแตกไปแล้ว ส่วนธุรกิจก็ไม่เหมือนเดิม น่าจะเกิดความระส่ำระสายของทีมงานทำให้งานไม่ราบรื่นด้วยละมั้ง

มิหนำซ้ำยังผิดนัดชำระหนี้ EXIM Bank อีก จากการออกตั๋วพีเอ็น (P/N) มูลค่า 9 ล้านบาท ซึ่งครบกำหนดชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2567 ปรากฏว่า YGG จ่ายหนี้ได้แค่ 1 ล้านบาทเท่านั้น…บ่งบอกว่าบริษัทขาดสภาพคล่องอย่างหนักนะเนี่ย…

เลยทำให้นักลงทุนหนีตายจากหุ้น YGG กันจ้าละหวั่น ส่งผลให้วานนี้ (15 ส.ค.) ราคารูดติดฟลอร์ ปิดตลาดที่ 0.83 บาท…กลายเป็นหุ้นไม่เต็มบาทไปโดยปริยาย

ก็ได้แต่หวังว่าหุ้นที่ทำกำไรได้ดีอย่าง YGG จากธุรกิจที่เป็นเมกะเทรนด์ แถมเป็นธุรกิจเฉพาะทางต้องอาศัยไอเดียและความเชี่ยวชาญสูง น่าจะทำให้ YGG กลับมาได้ในเร็ววันอะนะ..??

…อิ อิ อิ…

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...