โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

ค่ายรถดีดรับลดภาษี “ไฮบริด” นิสสันทุ่มลุยอีก 5 โมเดล

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ส.ค. 2567 เวลา 07.33 น. • เผยแพร่ 05 ส.ค. 2567 เวลา 07.32 น.

ค่ายรถดีดรับบอร์ดอีวี ชงลดภาษี “ไฮบริด” เชื่อสามารถอุ้มซัพพลายเชน 2 พันรายอยู่รอด พร้อมเติบโตควบคู่ไปกับรถ EV

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ หรือบอร์ดอีวี มีมติเห็นชอบ มาตรการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะการผลิตรถยนต์ไฮบริด HEV ซึ่งจะปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตให้อยู่ในระดับคงที่ ในช่วงปี 2571-2575 จากเดิมอัตราภาษีจะเพิ่มขึ้น 2% ทุก 2 ปี

“ประชาชาติธุรกิจ” สอบถามเรื่องดังกล่าว ซึ่งแหล่งข่าวจากบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวเป็นเรื่องดีและจะช่วยยืดระยะเวลาและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับกลุ่มรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน หรือรถไฮบริด (e:HEV) ให้สามารถแข่งขันได้ง่ายขึ้น

โดยเฉพาะการยืดระยะเวลาการจัดเก็บภาษีที่จะมีการปรับสูงขึ้นจากปัจจุบันที่จัดเก็บภาษีอยู่ที่ 4% เพิ่มเป็น 6% และในปี 2569 จะปรับเพดานจาก 6% เป็น 8% นั้น ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฮอนด้ารวมทั้งค่ายรถยนต์อื่น ๆ ได้มีการเข้าไปหารือร่วมกับภาครัฐ รวมทั้งชี้แจงข้อเท็จจริงและความจำเป็นของการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีด้วยรถยนต์ไฮบริด

“ดีใจที่รัฐบาลเล็งเห็นถึงความจำเป็นและผลกระทบต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น จึงได้มีการประกาศยืดระยะเวลาการเจ็ดจัดเก็บภาษีให้ที่ 6% ยาวนานออกไป เพื่อให้ผู้ประกอบการได้มีระยะเวลาในการปรับตัว ต้องขอบคุณรัฐบาลที่มองภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเด็นของภาคการผลิต ว่าได้รับผลกระทบและมีการเปลี่ยนแปลงชนิดที่ว่าจากหน้ามือเป็นหลังมือตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาและถือเป็นการขยายเวลาให้ผู้ประกอบการ มีการเตรียมตัวสำหรับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต”

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ฮอนด้าได้มีการแนะนำรถยนต์ไฟฟ้า 100% อย่าง e:N1 มาทดลองทำตลาดในรูปแบบของธุรกิจเช่าซื้อ ซึ่งรถรุ่นนี้เป็นการผลิตจากโรงงานฮอนด้า ที่ จ.ปราจีนบุรี ในช่วงของรอยต่อที่ภาครัฐยืดเวลาให้ ฮอนด้าน่าจะมีรถยนต์อีวีอีกหลายโมเดลเข้ามา ทดลองทำตลาดเพื่อเตรียมเดินไปสู่การเปลี่ยนแปลงในอนาคต อย่างไรก็ตาม ในช่วงระยะเวลา 5 ปีของการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี เทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับประเทศไทยและตลาดรถยนต์ในวันนี้ ก็คือไฮบริดนั่นเอง

ด้านนายสุรภูมิ อุดมวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า รัฐบาลเล็งเห็นถึงความสำคัญและส่งเสริมรถยนต์ไฟฟ้าระบบไฮบริด ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกันกับโตโยต้า มองว่าการส่งเสริมความหลากหลายของเทคโนโลยีในการขับเคลื่อน

เช่นเดียวกับแนวทาง Multi-Pathways ของโตโยต้า เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยเรามุ่งนำเสนอทางเลือกทางด้านพลังงานที่หลากหลายให้กับลูกค้ามาโดยตลอด โดยบริษัทกำลังศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขของนโยบายดังกล่าวอยู่ในขณะนี้

ขณะที่นายรัฐการ จูตะเสน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าวว่า ฟอร์ดเองก็มีเทคโนโลยีความหลากหลายของเครื่องยนต์อยู่ทั่วโลก แต่การจะนำเทคโนโลยีใดมาทำตลาดนั้นจะต้องขึ้นอยู่กับปัจจัยการสนับสนุนของแต่ละประเทศ รวมทั้งความต้องการของตลาดรถยนต์ในประเทศนั้น ๆ ด้วย ฟอร์ดจึงต้องมีการศึกษารายละเอียดถึงความคุ้มค่าในการลงทุน

รวมทั้งโอกาสของการทำตลาดในประเทศนั้น ๆ และตลาดส่งออกมาตรการดังกล่าว ถือเป็นการรักษาบาลานซ์ของเทคโนโลยีเครื่องยนต์สันดาปภายใน ซึ่งประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก และมีผู้เล่นรถยนต์รายหลัก ๆ อยู่ในประเทศไทย มีการใช้ชิ้นส่วนในประเทศและการสร้างงานเป็นจำนวนมาก

“ฟอร์ดอยากสะท้อนไปยังภาครัฐว่า ต้องอย่าลืมค่ายรถยนต์เดิม ๆ ที่ยังคงดำเนินกิจการ มีโรงงานผลิตรถยนต์ และเป็นเสาหลักในการดำเนินธุรกิจของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย เราเชื่อว่ารถอีวียังไม่ใช่คำตอบของวันนี้ทั้งหมด หากดูจริง ๆ แล้วกลุ่มรถยนต์ไฮบริดยังเป็นตลาดหลักที่มียอดขายสูงอยู่”

ไม่ต่างจากนายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า เอ็มจีมองมาตรการดังกล่าวถือเป็นเรื่องดี ถือเป็นการสร้างความสมดุลในช่วงเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีจากเครื่องยนต์สันดาปไปสู่พลังงานไฟฟ้า 100% (อีวี) และเชื่อว่าในช่วงระยะเวลา 10 ปีจากนี้ รูปแบบการใช้รถยนต์ยังต้องเป็นการผสมผสานไประหว่างรถสันดาปภายในคือรถไฮบริด และรถอีวี

มาตรการดังกล่าวถือว่ามีความสำคัญ ช่วยให้รถยนต์น้ำมันยังสามารถแข่งขันได้ ซึ่งส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค แต่ทั้งนี้คาดว่าระยะเวลาในการเปลี่ยนผ่านอาจจะต้องใช้เวลาอย่างน้อย 10 ปีจากนี้ โดยในช่วงเวลานี้จะเป็นการใช้งานผสมผสานกันระหว่างรถยนต์น้ำมันและรถยนต์ไฟฟ้า เนื่องจากอย่างไรก็ตามสถานการณ์ในวันนี้ รถอีวียังไม่สามารถเข้ามาแทนที่รถยนต์น้ำมันได้ ตรงนี้ถือว่าดีกับทั้งสองฝ่าย

แหล่งข่าวระดับบริหารรายหนี่งกล่าวว่า เชื่อว่าทางบอร์ดอีวีน่าจะมองเรื่องที่ผ่านมาและได้รับข้อเสนอจากค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นถึงมาตรการอีวี ที่มีผลกระทบต่อยอดขายเป็นประเด็นหลัก จึงต้องการให้มีมาตรการเพื่อส่งเสริมรถยนต์ไฮบริดด้วย

หากมองถึงอนาคตที่จะมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการจัดเก็บภาษีรถน้ำมันที่จะไปดูเรื่องการปล่อยค่าไอเสีย หรือ CO2 ก็อาจจะได้รับผลกระทบบ้าง เพราะอย่างไรรถไฮบริดก็มีการปล่อยค่าไอเสียอยู่

“ถ้าพูดให้ตรงคือภาครัฐต้องการให้ผู้ประกอบการรถยนต์ญี่ปุ่นรู้สึกพอใจในมาตรการการสนับสนุนตรงนี้ว่าไม่ได้ส่งเสริมแต่รถอีวีเพียงอย่างเดียว ประเด็นสำคัญการที่รถยนต์ที่ใช้น้ำมันจะแข่งขันได้ในวันนี้ก็จะต้องเป็นรถไฮบริดเท่านั้น เพราะซัพพลายเชนของรถสันดาปยังอยู่ครบ และสามารถช่วยด้านการลดมลพิษ ซึ่งทั้งไฮบริดและ EV สามารถเติบโตควบคู่กันไปได้”

นายโทชิฮิโระ ฟูจิคิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย และนิสสัน อาเซียน เปิดเผยว่า รัฐบาลให้การสนับสนุนแบบนี้เป็นถือว่าดีมาก นิสสันมั่นใจว่า 3-5 ปีจะมีรถไฮบริดโมเดลใหม่ๆลงตลาดเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้า 3-5 โมเดล และจะมีการลงทุนมากกว่าเงื่อนไขที่รัฐบาลกำหนดด้วย

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเงื่อนไขที่รัฐบาลกำหนด ต้องมีการลงทุนจริงเพิ่มเติม โดยบริษัทผู้ผลิตรถยนต์และ/หรือบริษัทในเครือในประเทศไทย ตั้งแต่ปี 2567 – 2570 ไม่น้อยกว่า 3,000 ล้านบาท ต้องใช้แบตเตอรี่ที่ผลิตในประเทศตั้งแต่ปี 2569 และต้องใช้ชิ้นส่วนสำคัญอื่น ๆ ตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้น อาทิ ไ Traction Motor, Reduction Gear, Inverter และ ต้องมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ (Advanced Driver Assistance System: ADAS) ในรถยนต์ HEV รุ่นที่ขอรับสิทธิ อย่างน้อย 4 จาก 6

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ตลาดไฮบริดช่วงหลังเติบโตอย่างเห็นได้ชัด จากปัญหาน้ำมันแพงและต้องการลดโลกร้อน รวมถึงค่ายรถมีการผลิตรถไฮบริดที่ใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็กมากขึ้น ทำให้ราคาจับต้องได้ง่าย โดย 6 เดือนปี 2567 (มกราคม-มิถุนายน) พบว่ามีรถยนต์ที่ขายได้ 308,027 คัน รถยนต์นั่ง (ICE) 82,660 คัน ยอดขายลดลง 36.45%, รถยนต์นั่ง (BEV) 33,508 คัน เพิ่มขึ้น 6.91%, รถยนต์นั่ง (PHEV) 1,203 คัน ลดลง 8.93%, รถยนต์นั่ง (HEV) 67,110 คัน เพิ่มขึ้นถึง 69.64% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ค่ายรถดีดรับลดภาษี “ไฮบริด” นิสสันทุ่มลุยอีก 5 โมเดล

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...