โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

YLG อัพเป้าทองคำปีนี้แตะ 2,700 ดอลลาร์ หลังเฟดลดดอกเบี้ย 0.50%

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 ก.ย 2567 เวลา 10.30 น. • เผยแพร่ 19 ก.ย 2567 เวลา 10.06 น.

YLG ขยับเป้าหมายทองคำปีนี้เป็น 2,700 ดอลลาร์ หลังเฟดลดดอกเบี้ย 0.50% มองปีนี้ยังไปได้ต่อ ส่วนทองคำในประเทศให้เป้าหมาย 42,600-43,000 บาทต่อบาททองคำ หากเงินบาทไม่แข็งค่าเกิน 33.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

วันที่ 19 กันยายน 2567 นางพวรรณ์ นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (YLG) กล่าวว่า หลังจากการประชุมที่ผ่านมา ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ทำการปรับลดดอกเบี้ยลงถึง 0.50% และส่งสัญญาณผ่าน Dot Plot เปิดช่องทางการปรับลดดอกเบี้ยได้อีก 0.50% รวมทั้งสิ้นปีนี้ที่ 1.00% จึงมาเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ

แม้ว่าล่าสุดราคาทองคำจะถูกขายทำกำไรออกมาในระยะสั้น หลังจากที่ปรับตัวขึ้นมาอยู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 2,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยถูกกดดันระยะสั้นทันทีที่ นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟด เผยถ้อยแถลง ที่ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐ พร้อมพยายามบรรเทาตลาดไม่ให้ตื่นตระหนกต่อการปรับลดดอกเบี้ยที่ระดับ 0.50% โดยกล่าวว่าเป็นเพียงเพื่อการรักษาเสถียรภาพของตลาดแรงงานสหรัฐเอาไว้เท่านั้น ไม่ได้เห็นการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญแต่อย่างใด

อย่างไรก็ดี มองว่าภายในปีนี้ทองคำมีโอกาสทำจุดสูงใหม่ โดยวายแอลจีมองราคาเป้าหมายใหม่ที่ 2,650-2,700 ดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์ เนื่องจากการเข้าสู่วงจรดอกเบี้ยขาลงไปอีก 2 ปีของเฟด จะเป็นปัจจัยหนุนหลักในระยะยาวต่อราคาทองคำ

นอกจากนี้ทองคำยังมีปัจจัยบวกด้านอื่น ๆ ที่แข็งแกร่ง เช่น ปัจจัยด้านภูมิรัฐศาตร์ ที่ยังสร้างความกังกลในหลายพื้นที่ และการกลับเข้ามาซื้อทองคำ 4 เดือนต่อเนื่อง ของกองทุน ETF ทองคำ ตั้งแต่เดือน พ.ค.-ส.ค. ก็เป็นปัจจัยผลักดันให้ราคาทองคำปรับตัวขึ้นที่เริ่มมีนัยสำคัญ รวมถึงธนาคารกลางทั่วโลกที่ยังคงเดินหน้าซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องในระยะยาว จนช่วงครึ่งปี 2567 ได้เข้าซื้อทองคำรวม 483.3 ตัน สูงสุดในประวัติศาสตร์ครึ่งปีแรก

สำหรับราคาทองคำในประเทศในช่วงนี้ แม้ว่าจะได้รับแรงกดดันจากค่าเงินบาทที่แข็งค่ามากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งทุกครั้งที่ค่าเงินบาทแข็งค่า 10 สตางค์ จะทำให้ราคาทองคำปรับลดลงมาราว 90-120 บาทต่อบาททองคำ ทุกครั้งที่เงินบาทแข็งค่าจึงกดดันให้ราคาทองคำในประเทศปรับลดลง

อย่างไรก็ตาม ถ้าบาทไม่แข็งค่าเกิน 33.50 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ มองว่าเป็นจุดรับ เพราะทองคำมีโอกาสที่ทองคำจะไปถึง 41,800 บาทต่อบาททองคำ และเป้าหมายถัดไปที่โซน 42,600-43,000 บาทต่อบาททองคำ

อย่างไรก็ดี สำหรับนักลงทุนที่รับความเสี่ยงด้านค่าเงินไม่ได้สูง วายแอลจีแนะนำให้ลงทุนผ่าน YLG Gold Wallet บนแอปเป๋าตัง ที่จะช่วยเพิ่มช่องทางให้ผู้ที่ต้องการซื้อทองคำในราคาตลาดโลกแบบเรียลไทม์ด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐบนแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง ที่ให้บริการซื้อขายทองคำได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง

ด้วยราคาเรียลไทม์ซื้อ-ขายทองต่อครั้งด้วย ขั้นต่ำ 0.1 ออนซ์ สูงสุดแบบเต็มเพดาน ได้สูงสุดถึง 700 ออนซ์ หรือ 20 กิโลกรัมเพิ่มทางเลือกในการซื้อ-ขายทองคำความบริสุทธ์ 99.99 ด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ เลือกดีไซน์ทองได้มากกว่า สามารถเลือกรับทองคำจริงได้ทั้งเหรียญทองคำและทองแท่ง ซึ่งจุดนี้ถือว่าเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าไปลงทุนทองคำในช่วงที่เงินบาทแข็งค่า

นอกจากนี้ วายแอลจีมองว่าการลงทุนสะสมแบบถัวเฉลี่ยต้นทุน DCA (Dollar-Cost-Average) เป็นอีกหนึ่งวิธีที่น่าสนใจ เพราะจะทำให้นักลงทุนสามารถสร้างวินัยการออม และเข้าถึงราคาทองได้หลากหลาย อีกทั้งปัจจุบันยังสามารถตั้งเวลาซื้อล่วงหน้าได้อีกด้วย

สำหรับนักลงทุนมือใหม่วายแอลจีแนะนำแอปพลิเคชั่น Get Gold by YLG ที่วายแอลจีเปิดให้บริการสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนในทองคำโดยใช้เงินลงทุนเพียง 100 บาท ได้รับการตอบรับอย่างดี เนื่องจากตอบโจทย์การลงทุนของคนรุ่นใหม่ที่สามารถซื้อ-ขายทองคำ Gold Spot แบบเรียลไทม์ 24 ชั่วโมง เข้าถึงง่ายด้วยสมาร์ทโฟน และมีความน่าเชื่อถือ ด้านความปลอดภัย สามารถทำกำไรได้จริง

โดยผู้สมัครสามารถยืนยันตัวตนพร้อมยื่นเอกสารผ่านแอปพลิเคชั่น รู้ผลอนุมัติได้ภายในวันเดียว และสามารถทำการซื้อ-ขาย ทองคำได้ทันที เปิดให้ลงทุนเริ่มที่ 100 บาท ไปจนถึง 80 กิโลกรัมต่อ 1 วัน ผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นได้ที่ App Store และ Play Store หรือ LINE : @ylggetgold โทร. 0-2678-9888 #2

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : YLG อัพเป้าทองคำปีนี้แตะ 2,700 ดอลลาร์ หลังเฟดลดดอกเบี้ย 0.50%

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...