โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“โซลาร์บนหลังคา” ลดค่าไฟ ใช้สูตรหักกลบลบหน่วยคุ้มหรือไม่

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 14 ม.ค. 2567 เวลา 09.53 น. • เผยแพร่ 14 ม.ค. 2567 เวลา 09.53 น.

เทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้า โดยเฉพาะระบบหลังคาโซลาร์ หรือโซลาร์รูฟ ที่แปลงพื้นที่หลังคามาเป็นโรงงานไฟฟ้าย่อม ๆ ในบ้านเรือน เพื่อผลิตไฟฟ้าใช้เอง ช่วยลดปัญหาค่าไฟแพง และที่เหลือยังมีโอกาสที่จะใช้ขายสร้างรายได้เสริมให้กับประชาชนได้

แต่ประเด็นนี้นำมาสู่คำถามว่า การคำนวณค่าไฟส่วนต่างจะใช้ระบบอะไร ซึ่งหากดูต้นแบบในหลาย ๆ ประเทศ รัฐบาลไม่ว่าจะเป็นสหรัฐอเมริกา สวีเดน หรือแม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านของประเทศไทยอย่างเวียดนามและฟิลิปปินส์ ที่ใช้ระบบ “โซลาร์รูฟ” ได้เริ่มใช้ระบบที่เรียกว่า “Net Metering” หรือระบบหักกลบลบหน่วยไฟฟ้าที่ใช้ตามจริง โดยนำไฟฟ้าที่ได้จากโซลาร์เซลล์มาหักลบกับไฟที่ได้จากส่วนกลางแล้วคำนวณค่าไฟออก

แต่ระบบ Net Metering ยังไม่สามารถแจ้งเกิดขึ้นในประเทศไทยเสียที ด้วยเหตุนี้ ทางสภาองค์กรของผู้บริโภคร่วมกับ Data Hatch จัดงานสัมมนา Solar SoJai : ทางเลือกพลังงานที่ใช่ ในสภาวะค่าไฟแพง เพื่อชี้ทางออกสำหรับวิกฤตโลกเดือด พร้อมทางรอดของประชาชนฝ่าวิกฤตค่าไฟแพง

โซลาร์ประชาชนไม่เกิด

โซลาร์เซลล์เป็นพลังงานหมุนเวียนที่ใคร ๆ ก็มีสิทธิใช้ได้อย่างไม่จำกัด ทว่ากลับถูกจำกัดการเติบโตด้วย “นโยบายของภาครัฐ”

นางสาวบุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาองค์กรของผู้บริโภค กล่าวว่า นโยบายการสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียนของรัฐยังไม่ชัดเจน ทั้งยังมีการซื้อขายไฟฟ้าจากฟอสซิล รวมถึงยังมีการเซ็นสัญญาสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่ม ซึ่งรัฐบาลต้องแสดงความจริงจังในเชิงนโยบายสนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียน เพราะการรักษาอุณหภูมิของโลกไม่ให้เดือดไปมากกว่านี้ เป็นหน้าที่ของทุกคน

“ประชาชนควรจะเข้าถึงแดดโดยการทำโซลาร์รูฟ เพื่อลดค่าครองชีพ แต่ราคาโซลาร์รูฟยังคงแพง และไม่มีมาตรการสนับสนุนทางการเงินให้กับประชาชนแตกต่างจากภาคอุตสาหกรรมที่มีหน่วยงานรัฐอย่างสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) มาสนับสนุนเงินทุนในการติดตั้งโซลาร์เซลล์ อีกทั้งกระบวนการติดตั้งมีขั้นตอนที่ยุ่งยากซับซ้อน เพิ่มภาระทางการเงินให้ประชาชน จนสุดท้ายประชาชนก็เลือกไม่ติดโซลาร์เซลล์”

นางสาวบุญยืนชี้ว่า นโยบายสำคัญอย่างการอนุญาตให้ประชาชนผลิตไฟฟ้าโซลาร์ขายคืนกลับให้ กฟผ. ผ่านระบบ Net Metering ยังไม่สามารถดำเนินการได้ รัฐกลับให้ความสนใจเฉพาะโซลาร์ฟาร์ม ซึ่งเป็นของกลุ่มทุนพลังงานเท่านั้น สะท้อนจากราคาไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์ม 3-4 บาท/หน่วย ขณะที่ราคาไฟฟ้าที่รับซื้อจากประชาชนต่ำกว่าเพียง 2.20 บาทเท่านั้น ซึ่งไม่มีความยุติธรรม

ค่าไฟที่เป็นธรรม

“ในฐานะผู้บริโภค เราไม่ได้อยากได้ค่าไฟถูก แต่เราอยากได้ค่าไฟที่เป็นธรรม แต่ว่าปัจจุบันนี้ค่าไฟแพงมาจากการบริหารนโยบายที่ผิดพลาดที่วางนโยบายให้เอกชนมาร่วมผลิต จนมีกำลังไฟฟ้าล้นเกินความจำเป็น 60-70% สูงกว่าปกติที่ 15% แต่ก็ยังมีการซื้อไฟเข้ามาเพิ่มอีกเรื่อย ๆ โดยอ้างถึงแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) จนไฟฟ้าล้นระบบ กลายเป็นว่าประชาชนผู้ซื้อไฟจะต้องมาแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเรื่องการสำรองไฟในรูปของค่าเอฟทีแทน แต่รัฐไม่มีการดูแลแก้ปัญหาเรื่องโครงสร้างราคาพลังงาน”

สาเหตุสำคัญของปัญหาไฟแพงมาจาก 3 ปัจจัย ได้แก่ 1) แผน PDP ล้มเหลว ไม่ลดการนำเข้าก๊าซธรรมชาติ รวมถึงยังคงใช้พลังงานฟอสซิล 2) ไม่ให้ภาคประชาชนและภาคสาธารณะสังคมเข้ามามีส่วนร่วม 3) การทำสัญญาลงนามกันระยะยาวขั้นต่ำ 20 ปี ไม่ว่าจะผลิตหรือไม่ผลิตเราต้องจ่ายค่าความพร้อมจ่าย ซึ่งเป็นภาระประชาชน

ปฏิวัติพลังงานบนหลังคา

ด้าน นายวีรภัทร ฤทธาภิรมย์ นักรณรงค์ด้านพลังงานหมุนเวียน กรีนพีซ ประเทศไทย กล่าวว่า กรีนพีซร่วมกับสภาองค์กรของผู้บริโภค ดำเนินนโยบายปฏิวัติพลังงานบนหลังคา ที่เสนอการเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างเป็นธรรมผ่านโซลูชั่นการใช้โซลาร์เซลล์ มีเป้าหมายช่วยประชาชนที่มีรายได้น้อยทั่วประเทศ 1 ล้านหลังคาเรือน ให้ติดตั้งโซลาร์รูฟหลังละประมาณ 1.5 กิโลวัตต์ ซึ่งมีโรดแมปเริ่มที่บ้านพักอาศัยก่อนจะขยายไปที่โรงเรียนและมหาวิทยาลัย จากนั้นก็เป็นโรงพยาบาล

ซึ่งเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา ได้ยื่นเอกสารต่อนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้ ซึ่งตอบโจทย์วิกฤตสภาพภูมิอากาศของไทยที่มีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2608 ทั้งยังเปิดโอกาสให้ช่างในอุตสาหกรรมเดิมสามารถเรียนรู้และเปลี่ยนสายมาทำโซลาร์ได้

“จากการลงพื้นที่พบว่าประชาชนตื่นตัวและอยากติดโซลาร์เซลล์มาก เพราะบางแหล่งไฟฟ้าเข้าไม่ถึง แต่ปัจจัยที่ประชาชนยังไม่ติดตั้งโซลาร์มาจากข้อกำหนดที่ทำให้ประชาชนเข้าถึงยาก และการเข้าถึงเงินทุนเพื่อติดตั้งโซลาร์เซลล์ แม้จะมีบางสหกรณ์ออมทรัพย์ปล่อยกู้เงิน แต่ภาครัฐไม่ได้มีมาตรการจูงใจ ทั้งยังมีกระบวนการขออนุญาตและตรวจสอบซึ่งยุ่งยากซับซ้อนและเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ซึ่งเราต้องการโซลาร์เสรีและระบบ Net Metering เช่นเดียวกับทั่วโลก”

นายสมานชัย อธิพันธุ์อำไพ เจ้าของเพจช่างเถอะ by พี่ปี้ กล่าวว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่าน ราคาแผงโซลาร์เซลล์ถูกลงอย่างมาก ปัจจุบันขนาด 5 กิโลวัตต์ราคา 1-2 แสนบาท และสามารถคืนทุนภายใน 5-7 ปี เรียกว่าเป็นธุรกิจที่ไม่มีโอกาสเจ๊งเพราะมีคนใช้อยู่แล้ว แต่กลับขาดโอกาสทางการเงิน ต่อให้อยากลงทุน ก็ยากที่จะกล้าลงทุน ถ้าช่วยเหลือทางการเงินและเทคโนโลยีสำหรับการติดตั้ง จะช่วยประชาชนให้สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีได้ง่ายขึ้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “โซลาร์บนหลังคา” ลดค่าไฟ ใช้สูตรหักกลบลบหน่วยคุ้มหรือไม่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...