โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

‘ต้นกล้าเป็ด’ ชายผู้กลับมาพัฒนาบ้านเกิด สร้าง ‘ชุมชนบ้านหลอมปืน’ เป็นแหล่งท่องเที่ยววิถี โอบอุุ้มคนรุ่นใหม่-ดูแลใจคนมาเที่ยว

TODAY

อัพเดต 24 ม.ค. 2567 เวลา 13.43 น. • เผยแพร่ 24 ม.ค. 2567 เวลา 06.42 น. • workpointTODAY

“ใครๆ ก็อยากอยู่บ้าน แต่อยู่บ้านแล้วมันไม่มีงานให้ทำ” คือ ประโยคที่ช่วงหลังเรามักได้ยินแว่วๆ ผ่านหูมาเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเหล่าคนรุ่นใหม่ ผู้แลกเปลี่ยนเรื่องราวของตัวเองบนโลกอินเทอร์เน็ต และเรื่องราวทำนองนี้เป็นเรื่องราวที่เด็กเข้าใจ ผู้ใหญ่ยอมรับว่าจริงในสังคมไทย ดังนั้น เรื่องราวของ ‘เป็ด-จักรกริช ติงหวัง’ จึงให้แรงใจกับเราและเราหวังว่าเรื่องราวของเขาจะพอให้แรงใจกับพวกเราไม่ใครก็ใครที่อยากจะกลับบ้านไปทำสิ่งที่รัก

ถ้าถามว่าแล้ว ‘เป็ด-จักรกริช ติงหวัง’ เป็นใคร เราคงต้องเริ่มเล่าจากจังหวัดบ้านเกิดของเขาอย่าง ‘สตูล’ ก่อน

จังหวัด ‘สตูล’ ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศไทยทางชายฝั่งทะเลอันดามัน อยู่ติดกับจังหวัดตรังทางด้านเหนือและจังหวัดสงขลาทางทิศตะวันออก และฝั่งหนึ่งยังติดกับรัฐปะลิสของประเทศมาเลเซียด้วย

โดย ‘สตูล’ มีพื้นที่รวมราว 2,478,997 ตารางกิโลเมตร โดยมีทิวเขาและที่ราบขนาดไม่ใหญ่ขนานไปกับชายฝั่งทะเล ต่อจากที่ราบจึงจะเป็นป่าชายเลนและน้ำเค็มที่มีป่าแสมและป่าโกงกาง

ดังนั้น รายได้ของประชากรส่วนใหญ่จึงขึ้นอยู่กับผลผลิตทางการเกษตรและการค้า อาชีพหลักของคนในพื้นที่ คือ สวนยางพารา ปาล์มน้ำมัน นาข้าว และสวนผลไม้ โดยยังมีพื้นที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอย่าง ‘หลีเป๊ะ’ อันโด่งดัง

ส่วน ‘เป็ด-จักรกริช ติงหวัง’ ของเราก็คือลูกหลานชาวประมงจาก ‘ชุมชนบ้านหลอมปืน’ ตำบลและอำเภอละงู จังหวัดสตูล ที่เกิดและเติบโตมากใกล้กับอ่าวทุ้งนุ้ย จังหวัดสตูล

ปัจจุบันเขามีอายุ 40 ปี เลือกตัดสินใจจะทำงานในบ้านเกิด ด้วยเป้าหมายอยากให้ชุมชนบ้านหลอมปืนเข้มแข็งและสามารถสร้างรายได้ ให้เด็กๆ เยาวชนคนรุ่นใหม่กล้าบ้าน และมีทางเลือกในการทำงานใกล้บ้าน ไม่ใช่รอนแรมออกไปไกลบ้าน เพื่อหางานที่มีรายได้เพียงพอต่อการใช้ชีวิต

[ เส้นทาง ‘ต้นกลาเป็ด’ สายเลือดนักอนุรักษ์สู่ท่องเที่ยวชุมชน ]

ย้อนกลับไป ‘เป็ด’ เติบโตมากับ ‘พ่อ’ อย่าง ‘อารีย์ ติงหวัง’ ผู้ริเริ่มปลูกป่าโกงกางบริเวณชายเลน หลังเหตุการณ์สึนามิปี 2547 ที่ได้พัดพาเอาความอุดมสมบูรณ์บริเวณชายฝั่งหายไปในท้องทะเล หลายสิบปีผ่านไป ณ จุดที่พ่อของเป็ดเริ่มต้นปลูกป่าโกงกางกลายเป็นป่าชายเลนที่อัดแน่นด้วยพันธุ์พืชไม้ธรรมชาติและความหลากหลายของระบบนิเวศน์

ตอนที่ไม่มีใครสนใจจะปลูกป่า พ่อของเป็ดก็ยังทำอย่างเต็มที่และกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เป็ดเลือกเดินตามรอยพ่อ ทำงานด้าน ‘อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ’ โดยเขาเริ่มต้นจากงานเล็กๆ อย่างเก็บและแยกขยะบริเวณชายหาดและป่า

ก่อนจะขยับขึ้นมาเป็นนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในพื้นที่จังหวัดตรังและประจวบหลายปี ก่อนชีวิตเขาจะพลิกผันตัดสินใจกลับบ้านมาดูแลแม่ที่กำลังป่วยและครอบครัว

หลังกลับบ้านมาแล้วเขาก็หันมาทำงานทางด้าน ‘ชุมชน’ โดยเลือกพัฒนาชุมชนให้กลายเป็น ‘แหล่งท่องเที่ยว’ โดยปัจจุบันทำดำรงตำแหน่งเป็นประธานกลุ่มการท่องเที่ยวชุมชนบ้านหลอมปืน

คำถามของหลายคน คือ ‘ชุมชนบ้านหลอมปืน’ มีอะไรน่าท่องเที่ยวและจะดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาสู่พื้นที่ได้อย่างไร คำตอบ คือ หลักฐานที่สามารถเห็นได้ด้วยตาจริงที่ ‘เป็ด’ นำเราไปพิสูจน์

[ บ้านหลอมปืน คือ แหล่งท่องเที่ยววิถีที่มอบความอบอุ่นใจ ]

แม้ว่าเส้นทางท่องเที่ยวชุมชนบ้านหลอมปืนจะมีเส้นทางให้เลือกถึง 4 เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางธรรมชาติทะเลชายฝั่ง ป่าชายเลน เส้นทางในชุมชน เส้นทางธรณีโลกสตูล และเส้นทางท่องเที่ยวทางทะเล ที่มาพร้อมด้วยบริการอาหารกลางวันและอาหารว่างตามฤดูกาลที่เป็นอาหารพื้นบ้าน รวมถึงการทำผลิตภัณฑ์ชุมชน

แต่ถ้าถามถึงไฮไลท์สำคัญก็จะเป็นที่ไหนไปไม่ได้ นอกจากสถานที่และกิจกรรมที่เรากำลังจะเล่าให้ทุกคนฟังต่อจากนี้

‘แหล่งเรียนรู้เชิงนิเวศน์ ชุมชนบ้านหลอมปืน’ เรียกได้ว่าเป็นสถานที่ที่สำคัญต่อชุมชนบ้านหลอมปืน พอๆ กับที่สำคัญต่อ ‘เป็ด’ เพราะว่าป่าชายเลนขนาด 85 ไร่ คือ น้ำพักน้ำแรงของพ่อของเป็ดและชาวชุมชนบ้านหลอมปืนที่ช่วยกันคนละไม้คนละมือจนป่าชายเลนแห่งนี้มีนิเวศน์ที่สมบูรณ์และสามารถเป็นต้นแบบการเรียนรู้ให้กับคนอื่นได้

‘อ่าวทุ่งนุ้ย’ คือสถานที่ที่เราจะได้เห็น ‘วิถี’ ของคนบ้านหลอมปืนอย่างแท้จริง ผ่านการพากเรือนคายักจากฟากฝั่งผืนป่าชายเลนสู่ท้องทะเลทุ่งนุ้ย ได้เห็นวิถีการจับปลาแบบประมงท้องถิ่นของชาวประมงท้องถิ่น

‘ปันหยาบาติก’ ผู้ผลิตผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติจากดินเทอร์ราโรซาแห่งเขตพื้นที่อุทยานธรณีโลก จังหวัดสตูล จะทำให้เราได้สัมผัสกับเสน่ห์แห่งการทำมือทุกชิ้น ความประณีตบรรจงและเรื่องราวที่ถ่ายทอดผ่านภาพวาดบนผืนผ้า และที่นี่ คือ อีกที่ที่คนรุ่นใหม่สามารถกลับมาเรียนรู้ สร้างอาชีพให้ตัวเองด้วย

‘สะพานข้ามกาลเวลา-เกาะลิดี แห่งอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา’ หลายคนอาจไม่รู้ว่าสะพานยาวที่ทอดอยู่ใกล้ทะเลที่โด่งดังใน TikTok คือ ‘สะพานข้ามกาลเวลา’ แห่งนี้ที่เปิดเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติริมทะเลให้กับนักท่องเที่ยว ได้ชมรอยสัมผัสของหิน 2 ยุคที่มีอายุหลายล้านปี

ขณะที่‘เกาะลิดี’ คือ เกาะคู่แฝดที่มีธรรมชาติสมบูรณ์มากๆ แห่งหนึ่ง ครบพร้อมทั้งทะเล ภูเขา ป่าชายเลน และยังมีอีกไฮไลท์ คือ เต็มไปด้วยนกนางแอ่น โดยมีกิจกรรมพิเศษอย่างการพายเรือคายักชมวิถีชีวิตชาวบ้าน แม้ว่าลิดีจะได้สวยในสายตาใครๆ แต่ลิดีกลับอบอุ่มและสามารถสะท้อนตัวตนและวิถีได้เป็นอย่างดี

เรียกว่ากลุ่มท่องเที่ยวชุมชนบ้านหลอมปืนสามารถมอบประสบการณ์อันเต็มอิ่มและอบอุ่นใจให้กับผู้แวะมาเที่ยวชม ไม่แพ้กับ ‘เป็ด’ หรือ ‘ต้นกล้าเป็ด’ ที่ถูกเรียกว่า “ต้นกล้า” เพราะผู้ผ่านการผลักดันต้นกล้าชุมชนกับมูลนิธิ SCG ล้วนกลายเป็นผู้นำที่จะสร้างการผลิดอกออกผลให้กับบ้านของพวกเขาต่อไป

[ มูลนิธิ SCG ผู้สนับสนุนต้นกล้า ‘เป็ด’ ]

‘สุวิมล จิวาลักษณ์’ กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิเอสซีจี อธิบายว่า แนวคิดที่มูลนิธิพยายามผลักดัน คือ ‘Learn to Earn’ หรือเรียนรู้เพื่ออยู่รอด เพราะปัจจุบันโลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วตลอดเวลา จนทำให้เราต้องเรียนรู้ให้เท่าทันโลก เพื่อให้ตัวเองสามารถอยู่รอดและพาชุมชนอยู่รอดไปด้วย

“เรื่องราวของเป็ดคือหนึ่งตัวอย่างและต้นแบบสร้างแรงบันดาลใจของคนรุ่นใหม่ภายใต้แนวคิด Learn to Earn เรียนรู้เพื่ออยู่รอด เพราะเป็ดสามารถพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชน จนสามารถทำให้สมาชิกชุมชนทุกช่วงวัย มีรายได้เลี้ยงตัวเองและครอบครัวให้อยู่รอดได้

ทำให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ไม่ต้องเสาะแสวงหาทางเข้ามาหางานทำในเขตเมือง แต่หันมาใส่ใจให้ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่บ้านเกิดและพัฒนาทักษะ ความรู้ ความชำนาญ ที่มีอยู่ ด้วยความหวังที่จะพัฒนาบ้านเกิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างรายได้ สร้างอาชีพให้แก่ทุกคนในชุมชน”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...