โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เอกลักษณ์มวยไทยกับหัวใจที่ไม่หยุดนิ่งของเวทีราชดำเนิน

INN News

อัพเดต 15 มี.ค. 2568 เวลา 11.09 น. • เผยแพร่ 15 มี.ค. 2568 เวลา 05.00 น. • INN News

สนามมวยราชดำเนินเฉลิมฉลองปีที่ 80 ปีของการก่อตั้งสนามด้วยการสร้างกระแสฮือฮาจากผู้ชมทั้งชาวไทยและต่างประเทศในการเปิดตัว Immersive Muay Thai

เทคโนโลยีการฉายภาพเสมือนจริงบนโดมคอนกรีตเหนือเวทีสุดตระการตา เป็นการพบกันครั้งแรกระหว่างความล้ำสมัยของระบบแสงสีเสียงกับโครงสร้างที่ผ่านเวลายาวนานมากว่าเจ็ดสิบปี เสมือนการผสมผสานประวัติศาสตร์แห่งความภาคภูมิใจเข้ากับความร่วมสมัยในปัจจุบัน เช่นเดียวกับหลายสิ่งหลายอย่างในสนามมวยแห่งนี้ ที่ยังคงเก็บรักษาอัตลักษณ์ของมวยไทยไว้อย่างเข้มข้นด้วยความภาคภูมิใจในความเป็นเวทีมวยไทยที่แท้จริง

แม้ว่าหน้าตาและบรรยากาศของสนามมวยราชดำเนินจะพัฒนาให้ตอบรับกับคนยุคใหม่มากขึ้น รวมทั้งการสร้างบรรยากาศให้สดใสเร้าใจ แต่ทุกคนยังสัมผัสถึงความขลังขององค์ประกอบมวยไทยอย่างครบถ้วน นั่นคือการยกครู-ไหว้ครู เอกลักษณ์อย่างหนึ่งของคนไทยที่ซุกซ่อนอยู่ในเนื้อแท้ของ “มวยไทย” ก็คือการแสดงความเคารพนบนอบ มีสัมมาคารวะต่อครู อาจารย์ ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชา นั่นคือที่มาของการไหว้ครู

“ไหว้ครู” ก็คือ การร่ายรำมวยไทยก่อนขึ้นชก เป็นการระลึกถึงและแสดงความกตัญญูต่อครูบาอาจารย์ที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้ให้ เพื่อเป็นศิริมงคล ทำให้จิตใจมั่นคง มีสมาธิ

การร่ายรำ ยังเป็นการสังเกตดูเชิงของคู่ต่อสู้ รวมทั้งยังช่วยสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย ช่วยให้กล้ามเนื้อตื่นตัว เป็นการเตรียมความพร้อมก่อนการชกจะเริ่มต้น นักมวยและครูมวยในสมัยก่อนจะมีการบริกรรมคาถาปลุกเสกเพื่อเพิ่มความฮึกเหิมให้กับนักมวยอีกด้วยเครื่องรางและการแต่งกาย สิ่งที่ถือเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นอย่างหนึ่งของมวยไทยและเป็นพลังใจของนักมวยก็คือ เครื่องรางของขลัง การแต่งกายของนักมวยไทยโบราณ มีองค์ประกอบหลายชนิด ซึ่งล้วนแล้วแต่มีรายละเอียดน่าสนใจ ดังนี้

“มงคล” นั้น ถือเป็นเครื่องรางให้สิริมงคลและคุ้มครองอันตราย ในยุคโบราณนั้นใช้สวมศีรษะในการชก เวลาขึ้นชกหากมงคลหลุด ฝ่ายตรงข้ามก็จะหยุดชกเพื่อให้เก็บมงคลมาสวมใหม่ ถือเป็นธรรมเนียมปฎิบัติที่กระทำกันมายาวนานประเจียด ทำด้วยผ้าดิบหรือผ้าขาวเนื้อบาง ซึ่งจะนำเอาผ้าซึ่งเป็นสีขาวหรือสีแดงตัดเป็นสามเหลี่ยมลงเลขยันต์มหาอำนาจ ซึ่งประเจียดนั้นเชื่อกันว่า เป็นอาคมในชุดวิชาคงกระพันชาตรี แคล้วคลาด คุ้มกำลัง

จะเห็นได้ว่า มวยไทยในยุคโบราณ เครื่องแต่งกาย เครื่องรางของขลัง สะท้อนลักษณะเฉพาะตัวออกมาอย่างเด่นชัดและยังซุกซ่อนความหมายอันลึกลับอยู่ในนั้นอีกด้วยแต่มวยไทยในสมัยยุคปัจจุบันก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มี แต่เป็นการปรับเปลี่ยนตามยุคสมัย มีลักษณะความเป็นสากลมากขึ้น “มงคล” สำหรับนักมวยยุคนี้จะสวมไว้บนศีรษะตั้งแต่แต่งตัวเสร็จจนขึ้นเวที และจะถอดออกเมื่อทำพิธีไหว้ครูและร่ายรำมวยไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วน “ประเจียด” นั้น นักมวยสามารถคาดไว้ที่ต้นแขนตลอดเวลาของการชกบนเวทีได้

เครื่องดนตรีประกอบมวยไทย นี่ความเป็น “มวยไทย” ไม่ได้จำเพาะเจาะจงว่าเป็นเรื่องของนักมวยและศิลปะแห่งแม่ไม้มวยไทยเท่านั้น เครื่องดนตรีที่บรรเลงระหว่างการชกของมวยทุกคู่ก็มีความสำคัญไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าเครื่องดนตรีที่ใช้มาบรรเลงประกอบการแข่งขันชกมวยไทย มีชื่อเรียกกันว่า “วงปี่กลอง” ซึ่งประกอบไปด้วย นักดนตรีที่ร่วมกันบรรเลงจำนวน 4 คน ส่วนเครื่องดนตรีประกอบด้วย ปี่ชวา 1 เลา กลองแขก 2 ใบ และฉิ่ง 1 คู่ เป็นการยืนยันอีกครั้งว่า หากอยากดูมวยไทยที่ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมอันงดงามไว้อย่างครบถ้วนต้องเป็นที่เวที “ราชดำเนิน” เท่านั้น

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...