โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“โกลเบล็ก” ชี้หุ้นไทย พ.ค.ผันผวน! แนะเก็งกำไร 5 หุ้น รับงบไตรมาส 1/68 เด่น

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 07 พ.ค. 2568 เวลา 04.29 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของดัชนีตลาดหุ้นไทยในเดือนพฤษภาคม ว่า ยังแกว่งตัวผันผวน โดยนักลงทุนยังคงจับตามาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐ

ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐหดตัว 0.3% ในไตรมาส 1/2568 สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าขยายตัว 0.2% หลังจากขยายตัว 2.4% ในไตรมาส 4/2567 แม้ดีกว่าแบบจำลองคาดการณ์ GDPNow ที่ประเมินว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะหดตัว 2.7% ในไตรมาส 1/2568 สร้างความกังวลเกี่ยวกับการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐจากมาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากร และประธานาธิบดีทรัมป์ยังได้ประกาศผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า จะเรียกเก็บภาษีในอัตรา 100% กับภาพยนตร์ทุกเรื่องที่ผลิตในต่างประเทศ ซึ่งจะเริ่มบังคับใช้ทันที

ด้าน FedWatch Tool ของ CME Group ประเมินว่านักลงทุนคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 4.25-4.50% ในการประชุมเดือนพ.ค.และมิ.ย. ส่วน เอสแอนด์พี โกลบอล (S&P Global) เปิดเผยถึงดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายของสหรัฐฯ อยู่ที่ระดับ 50.8 ในเดือนเม.ย. ต่ำกว่าตัวเลขประมาณการเบื้องต้นที่ 51.4 และชะลอลงจากระดับ 54.4 ในเดือนมี.ค.

ขณะที่มูดี้ส์ เรทติ้งส์ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือระดับโลก ประกาศลดอันดับมุมมอง “แนวโน้ม” (Outlook) อันดับเครดิตของประเทศไทย จาก“มีเสถียรภาพ”ลงสู่แนวโน้ม “เชิงลบ” ซึ่งเป็นการปรับลงสู่ระดับ “Negative”เป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 17 ปี และปรับลดมุมมองอันดับความน่าเชื่อถือของสถาบันการเงิน 7 แห่งของไทยเป็น "เชิงลบ" จาก "มีเสถียรภาพ" ส่วนราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวลงต่ำกว่า 60 ดอลลาร์/บาร์เรล กดดันหุ้นกลุ่มพลังงาน ขณะที่ปัจจัยในประเทศยังต้องติดตามการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่จะสิ้นสุดในวันที่ 15 พ.ค.68 ฝ่ายวิจัยจึงคาดกรอบดัชนีในเดือนนี้อยู่ที่ 1,160-1,220 จุด

สำหรับปัจจัยที่ส่งผลต่อการลงทุนที่จับตาในประเทศ วันที่ 7 พ.ค.68 ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.), สัปดาห์ที่ 2 สภาผู้ส่งออก แถลงสถานการณ์การส่งออก, สภาธุรกิจตลาดทุนไทย แถลงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนและอัพเดตสถานการณ์ลงทุน, วันที่ 14 พ.ค. รายงานผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ฉบับย่อ, วันที่ 15 พ.ค. กำหนดวันสุดท้ายส่งงบการเงินงวดสิ้นสุด 31 มี.ค. 68, สัปดาห์ที่ 3 มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย แถลงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค, ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย, ส.อ.ท. แถลงดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม, สัปดาห์ที่ 4 กระทรวงพาณิชย์ แถลงภาวะการค้าระหว่างประเทศ, ส.อ.ท. แถลงยอดผลิตและส่งออกรถยนต์ รถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์, วันที่ 30 พ.ค. ธปท. รายงานภาวะเศรษฐกิจและการเงินไทย

ส่วนปัจจัยต่างประเทศ อาทิ วันนี้ 7 พ.ค. จีน รายงานทุนสำรองเงินตราต่างประเทศเดือนเม.ย., ญี่ปุ่น รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายเดือนเม.ย., สหรัฐ รายงานสต็อกน้ำมันรายสัปดาห์, วันที่ 6-7 พ.ค. ประชุมธนาคารกลางสหรัฐ ครั้งที่ 2/68, เช้าวันที่ 8 พ.ค. FED แถลงมติอัตราดอกเบี้ย, วันที่ 8 พ.ค. ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยรายงานการประชุม, ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) แถลงมติอัตราดอกเบี้ย, สหรัฐ รายงานจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และสต็อกสินค้าคงคลังภาคค้าส่งเดือนมี.ค., วันที่ 9 พ.ค. จีน รายงานยอดนำเข้า ส่งออก และดุลการค้าเดือนเม.ย., ญี่ปุ่น รายงานการใช้จ่ายภาคครัวเรือนเดือนมี.ค.

ขณะเดียวกันนายวัชเรนทร์ จงยรรยง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก แนะนำกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นที่คาดว่าจะประกาศผลการดำเนินงานในงวดไตรมาส 1/2568 ออกมาดี ได้แก่ STECON, OSP, WHA, TRUE และ ADVANC

ด้านนายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก ประเมินราคาทองคำยังคงมีโอกาสเคลื่อนไหวผันผวน เนื่องจากนักลงทุนยังคงรอความชัดเจนเกี่ยวกับสถานการณ์ของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐและจีน ประกอบกับนักลงทุนจับตาผลการประชุม FED ช่วงต้นเดือนพ.ค.68 นี้ เพื่อข้อสรุปถึงทิศทางอัตราดอกเบี้ย

ขณะที่ภายหลัง “ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐ ประกาศระงับมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ เป็นเวลา 90 วัน พร้อมเผยว่ามีโอกาสที่จะบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับอินเดีย เกาหลี และญี่ปุ่น ทำให้นักลงทุนคลายความ กังวลสงครามการค้าลงบ้าง คาดทำให้มีแรงขายทำกำไรทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม เฟดเผยว่าอาจจะมีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยเร็วขึ้น หากพบว่า อัตราว่างงานพุ่งขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จึงคาดการณ์ว่าปัจจัยดังกล่าวเหล่านี้จะช่วยพยุงราคาทองคำ โดยให้กรอบทองคำเดือนนี้ 3,200-3,475 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...