กรมอุตุนิยมวิทยา 7 วันข้างหน้า เตือนเฝ้าระวัง "พายุฤดูร้อน-ฝนตกหนัก"
กรมอุตุนิยมวิทยา 7 วันข้างหน้า เตือนช่วง 27 เม.ย.-1 พ.ค. 2568นี้ ต้องเฝ้าระวังเรื่อง “พายุฤดูร้อน” เป็นพิเศษ เหตุทิศทางลมเปลี่ยน มีทั้งอากาศร้อน ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า ลูกเห็บตก และมีฝนตกหนัก รวมถึงอาจมีน้ำท่วมขัง ชี้หลายพื้นที่ รวมกทม.และปริมณฑล มีฝนเฉลี่ย 40-60% ภาคเหนือ-อีสานโดนหนักสุดถึง 60-70% ของพื้นที่
กรมอุตุนิยมวิทยา อัพเดตผลการพยากรณ์ฝนสะสมรายวัน (ทุกๆ 24 ชม.:(นับตั้งแต่ 07.00น. ถึง 07.00น.วันรุ่งขึ้น) และลมที่ระดับ 925hPa (750 ม.)15 วันล่วงหน้า ระหว่าง 27 เม.ย.-11 พ.ค.68 init. 2025042612 จากศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางยุโรป (ECMWF) วิเคราะห์ตามผลจากแบบจำลองฯ เฉดสีแดงหมายถึงฝนหนัก สีเขียวหมายถึงฝนเล็กน้อย
ช่วงวันที่ 27 เม.ย. – 1 พ.ค.68 เป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ยังมีพายุฤดูร้อนเพิ่มขึ้น ทิศทางลมเปลี่ยนเป็นลมทิศใต้ ลมตะวันออก ตะวันออกเฉียงใต้พัดสอบเข้าหากันกับลมตะวันตกเฉียงใต้ ปกคลุมบริเวณภาคกลาง ภาคเหนือ
ส่วนช่วงกลางวันอากาศร้อน ต้องเฝ้าระวัง ฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ฟ้าผ่า ลูกเห็บตก และมีฝนตกหนักและอาจมีน้ำท่วมขังในระยะสั้นๆบางพื้นที่ ของภาคเหนือ (28 เม.ย.) ภาคอีสานตอนบน ภาคตะวันออกในระยะแรก หลัง 27 เม.ย.68 อากาศจะคลายร้อนลงได้บ้าง ส่วนภาคใต้ยังมีฝนฟ้าคะนอง ช่วงบ่ายถึงค่ำ
หลังจากนั้นช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 68 (2-11 พ.ค.) ประเทศไทยตอนบนฝนลดลงแต่ยังเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ ส่วนภาคใต้ฝนจะกระจายตัวดี ยังมีต่อเนื่องและมีฝนตกหนักได้ ช่วงบ่ายถึงค่ำ ทิศทางลมยังแปรปรวน ปลายช่วงพยากรณ์มีสัญญาณลมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคใต้ฝั่งอันดามันมากขึ้น ปริมาณฝนอยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยเล็กน้อยถึงปานกลาง และมีฝนตกหนักบางวัน
ทั้งนี้ฝนที่เกิดขึ้นในระยะนี้ส่วนใหญ่จะเป็นฝนฟ้าคะนอง มีลมกระโชกแรง ปริมาณเฉลี่ยเล็กน้อยถึงปานกลาง ต้องระวังพายุฤดูร้อน ช่วงที่มีฝนควรสำรองน้ำไว้ใช้ เพื่ออุปโภค บริโภค ยังไม่เพียงพอต่อการเกษตรกรรม
(ข้อมูลนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ ตามข้อมูลนำเข้าและประมวลผลใหม่ ใช้เป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจและติดตามสภาพอากาศ)
ข้อควรระวัง
ในช่วงวันที่ 27 เม.ย. – 1 พ.ค. ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านบริเวณที่มีพายุฝนฟ้าคะนอง และไม่ควรอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างและป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง รวมทั้งระวังอันตรายจากฝนตกหนัก และฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย
สำหรับเกษตรกรควรเสริมความแข็งแรงให้ไม้ผล และเตรียมการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพในช่วงที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงไว้ด้วย ส่วนในช่วงวันที่ 27 – 28 เม.ย. ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย
คาดหมายอากาศรายภาค
27 เม.ย. – 3 พ.ค 2568
ภาคเหนือ
ในวันที่ 27 เม.ย. อากาศร้อนถึงร้อนจัด โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง
ในช่วงวันที่ 28 เม.ย. – 1 พ.ค. มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 – 70 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และมีฝนตกหนักบางแห่ง
หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 2 – 3 พ.ค. อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 20 ของพื้นที่อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 41 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 5 – 15 กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ในวันที่ 27 เม.ย. อากาศร้อน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง
ในช่วงวันที่ 28 เม.ย. – 1 พ.ค. มีพายุฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 70 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 2 – 3 พ.ค. อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 20 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 21 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 39 องศาเซลเซียส
ภาคกลาง
ในวันที่ 27 เม.ย. อากาศร้อน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง
ในช่วงวันที่ 28 เม.ย. – 1 พ.ค. มีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และมีฝนตกหนักบางแห่ง ลมใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 2 – 3 พ.ค. อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 30 ของพื้นที่ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม. อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 39 องศาเซลเซียส
ภาคตะวันออก
ในวันที่ 27 เม.ย. อากาศร้อน โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง และลูกเห็บตกบางแห่ง
ในช่วงวันที่ 28 เม.ย. – 1 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 2 – 3 พ.ค. อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 30 ของพื้นที่ ลมใต้ ความเร็ว 10 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 24 – 28 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 38 องศาเซลเซียส
ภาคใต้(ฝั่งตะวันออก)
ในช่วงวันที่ 27 – 28 เม.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ส่วนในช่วงวันที่ 29 เม.ย. – 3 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่ ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31 – 36 องศาเซลเซียส
ภาคใต้(ฝั่งตะวันตก)
ในช่วงวันที่ 27 – 28 เม.ย. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่
ส่วนในช่วงวันที่ 29 เม.ย. – 3 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 20 – 40 ของพื้นที่ ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10 – 30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 29 – 35 องศาเซลเซียส
กรุงเทพและปริมณฑล
ในช่วงวันที่ 27 – 28 เม.ย. มีพายุฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 – 60 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และมีฝนตกหนักบางแห่ง
ในช่วงวันที่ 29 เม.ย. – 1 พ.ค. มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 20 – 30 ของพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบางแห่ง
หลังจากนั้นในช่วงวันที่ 2 – 3 พ.ค. อากาศร้อน โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10 – 30 ของพื้นที่อุณหภูมิต่ำสุด 23 – 27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30 – 37 องศาเซลเซียส ลมใต้ ความเร็ว 10 – 20 กม./ชม.
(ออกประกาศ 27 เมษายน 2568)
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรมอุตุนิยมวิทยา 7 วันข้างหน้า เตือนเฝ้าระวัง “พายุฤดูร้อน-ฝนตกหนัก”
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net