หุ้นไทยวันนี้ ปรับลงต่อในกรอบ 1,180-1,200 จุด หลัง ทรัมป์เดินหน้ารีดภาษีแคนาดา-เม็กซิโก
หุ้นไทยวันนี้ 4 มี.ค. นักวิเคราะห์คาดปรับตัวลงกรอบ 1,180-1,200 จุด ตามตลาดตปท. ถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง รวมทั้งความกังวลสหรัฐจะเริ่มเก็บภาษีนำเข้าแคนาดา เม็กซิโก และจีนตามแผนวันนี้ ประกอบกับตัวเลข PMI ภาคผลิตสหรัฐ ที่แย่กว่าคาด เพิ่มความกังวลในเศรษฐกิจสหรัฐมากขึ้น
วันที่ 4 มีนาคม 2568 บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ คาด หุ้นไทยวันนี้ มีแนวโน้มปรับลงได้ต่อ หลังทรัมป์ยืนยันเก็บภาษีแคนาดา เม็กซิโก และจีน มีผลวันนี้
อีกทั้งกังวลสงครามการค้ารอบใหม่หากจีนตอบโต้ด้วยการขึ้นภาษีสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ ขณะที่ยังไม่มีปัจจัยบวกใหม่ๆ เข้ามาช่วยประคอง ประเมินแนวรับที่ 1,180 - 1,170 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,200 - 1,205 จุด
ช่วงสั้นมอง SET ฟื้นตัวจำกัด จากความกังวลเสถียรภาพทางการเมืองในประเทศและการเติบโตของเศรษฐกิจไทยที่อยู่ในระดับต่ำและฟื้นตัวช้าเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน
อย่างไรก็ดี หากเปรียบเทียบในเชิง Valuation จะพบว่า ระดับ PER ของ SET ที่ 12-13 เท่า อาจจะดูเหมือนสูงกว่าตลาดหุ้นในภูมิภาค แต่มองว่าสัดส่วนภาคบริการของไทยมีมากกว่าเมื่อเทียบกับตลาดอื่นๆ
ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐยังแข็งแกร่ง แม้จะมีสัญญาณชะลอตัวลงแต่จะได้รับแรงหนุนจากการปรับลดดอกเบี้ยของเฟดเช่นเดียวกับธนาคารกลาง ECB ที่ตลาดคาดจะมีมติปรับลดดอกเบี้ย 25bps สู่ 2.50%
ส่วนเศรษฐกิจจีนยังได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการของรัฐ ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนจึงแนะนำให้ “Selective Buy”
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล, CISA ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยเช้านี้คาดดัชนีปรับตัวลง ตาม Sentiment ตลาดหุ้นต่างประเทศ ถูกกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง และความกังวลสหรัฐจะเริ่มเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากแคนาดาและเม็กซิโกในอัตรา 25% ตามแผนในวันนี้
รวมถึงภาษีเพิ่มเติม 10% กับจีน และยังถูกกดดันจาก ISMรายงานตัวเลขดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตของสหรัฐแย่กว่าคาด เพิ่มความกังวลในเศรษฐกิจสหรัฐมากขึ้น
ขณะที่ในประเทศเมื่อวานนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยอ่อนแอกว่าคาด เนื่องจากการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ส่วนใหญ่ต่ำกว่าคาด ทำให้อยู่ในช่วงของการปรับกำไรต่อหุ้น (EPS)
ทั้งนี้วานนี้หลุดแนวรับ 1,200 จุด ปิดตลาดทำจุดต่ำสุดใหม่ในรอบ 5 ปี ในทางเทคนิคมีโอกาสดัชนีปรับตัวลงต่อ ให้กรอบแนวรับ 1,180-1,185 จุด แนวรับถัดไป 1,140-1,150 จุด และแนวต้าน 1,210-1,215 จุด
บล.พาย ประเมิน SET INDEX เคลื่อนไหวในกรอบ 1,180 – 1,200 จุด Valuation อาจจะถูกแต่ไร้ปัจจัยหนุนและนักลงทุนยังอยู่ในภาวะขาดความเชื่อมั่น
ประกอบกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับนานาประเทศเป็นอีกปัจจัยกดดันและยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าไทยจะโดนด้วยหรือไม่เพราะเป็นหนึ่งในประเทศที่เกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ
ดังนั้นในเชิงกลยุทธ์การลงทุนท่ามกลางความเสี่ยงนักลงทุนอาจเลือกชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์จนกว่าจะคลี่คลายในทางที่ดี
โดยระหว่างนี้อาจเลือกสะสมหุ้นใหญ่ที่ธุรกิจแข็งแกร่ง อาทิ โรงพยาบาล (BDMS) ศูนย์การค้า (CPN) ธนาคาร (BBL KBANK KTB SCB) ค้าปลีก (BJC CPALL HMPRO) การเงิน (MTC SAWAD)