SK แบ็กล็อกรับเหมานิวไฮ จ้องชิงโปรเจ็กต์ใหม่พรึ่บ
#SK #ทันหุ้น – SK ชี้ต้นทุนกลุ่มคอนกรีตกลับสู่ปกติ ชี้อัตรากำไร 20% โชว์แบ็กล็อกแน่น 223 ล้านบาท ส่วนงานรับเหมายอดนิวไฮ 440 ล้านบาท ด้านผู้บริหารเกาะติดโปรเจ็กต์ใหม่ กฟภ. - กฟผ. มูลค่า 300-500 ล้านบาท ส่งซิกผลงานทั้งปีเทิร์นอะราวด์ หลังกวาดกำไรครึ่งปีแรกแล้ว 9.71 ล้านบาท
นายภากร ตั้งนุกูลกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการฝ่ายการขายและการตลาดบริษัท ศิรกร จำกัด (มหาชน) หรือ SK เปิดเผยว่า ไตรมาส 2/2566 บริษัทพลิกมีกำไร 5.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.99 ล้านบาท หรือคิดเป็น 183.21% จากช่วงเดียวกันกับปีก่อนที่ขาดทุน 7.09 ล้านบาท ส่งผลให้ 6 เดือนแรกปี 2566 บริษัทพลิกมีกำไรเป็น 9.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.01 ล้านบาท หรือคิดเป็น 233.01% จากช่วงเดียวกันกับปีก่อนขาดทุน 7.30 ล้านบาท ส่วนรายได้ครึ่งปีแรก 2566 ทำได้ 269.35 ล้านบาท
** อวดแบ็กล็อกอื้อ
บริษัทคาดทิศทางธุรกิจครึ่งปีหลัง 2566 จะดีต่อเนื่องจากครึ่งปีแรก โดยตัวเลขงานในมือ หรือ Backlog ผลิตคอนกรีตมีอยู่จำนวนมาก ประกอบกับคาดช่วงที่เหลือต่อจากนี้จะเซ็นสัญญารับงานใหม่เข้ามา อีกทั้งต้นทุนวัสดุยังอยู่ในทิศทางขาลง ส่วนแนวโน้มต้นทุนค่าแรงคาดปีนี้จะยังไม่ได้รับผลกระทบมาก แต่จะไปชัดเจน หรือมีการขึ้นค่าแรงในปีหน้า (ปี 2567) ดังนั้นบริษัทมองภาพรวมช่วงที่เหลือปีนี้จะยังดีต่อเนื่องจากที่ผ่านมา
ปัจจุบัน Backlog กลุ่มผลิตภัณฑ์คอนกรีตอยู่ที่ 170 ล้านบาท และมีไปป์ไลน์ที่เตรียมเซ็นสัญญาอีก 53 ล้านบาท เท่ากับบริษัทจะมี Backlog กลุ่มผลิตภัณฑ์คอนกรีตรวมเป็น 223 ล้านบาท ส่วนกลุ่มงานก่อสร้าง บริษัทมี Backlog นิวไฮ หรืออยู่ที่ประมาณ 430-440 ล้านบาท
อย่างไรก็ดียอด Backlog กลุ่มงานก่อสร้างถึงเป็นยอดนิวไฮ แต่การรับรู้รายได้อาจจะล่าช้าเล็กน้อย เนื่องจากกากรส่งมอบพื้นที่ล่าช้า ส่งผลให้กระบวนการเข้าทำงานของบริษัทช้าเช่นเดียวกัน สำหรับ Backlog ทั้งหมด ทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์คอนกรีต และกลุ่มผลิตภัณฑ์คอนกรีตคาดจะทยอยรับรู้ช่วงที่เหลือนี้ประมาณ 60%
** งานใหม่จ่ออื้อ
นายภากร กล่าวต่อว่า ส่วนงานช่วงที่เหลือต่อจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างติดตามงานใหม่จากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) อีก 2-3 โครงการ มูลค่ารวมราว 300 ล้านบาท และการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) คาดจะมีงานใหม่อีก 2-3 โครงการ มูลค่ารวมราว 500 ล้านบาท เบื้องต้นคาดจะได้งานใหม่อีก 1-2 โครงการ ปัจจุบันอยู่ระหว่างติดตามต้นทุนจากโครงการต่างๆ
ส่วนภาพรวมผลประกอบการทั้งปี 2566 บริษัทคาดจะกลับมาเทิร์นอะราวด์เต็มตัวจากครึ่งปีแรก บริษัทมีกำไรแล้วที่ 9.71 ล้านบาท เทียบกับปี 2565 ทั้งปีที่ 9.45 ล้านบาท โดยคาดแนวโน้มผลประกอบการโดยรวมปีนี้จะดีกว่าปีก่อน จากต้นทุนกลุ่มผลิตภัณฑ์คอนกรีตที่กลับมาอยู่ใกล้เคียงเดิมก่อนเกิดสถานการณ์โควิด ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ที่ 20%
สำหรับงานของ SK เป็นงานเกี่ยวข้องกับพื้นฐานโครงสร้าง คาดรัฐบาลใหม่จะเข้ามาขับเคลื่อนโครงการใหม่ออกมาอย่างต่อเนื่อง และจะส่งผลดีต่อการขายสินค้าให้กับกลุ่มบริษัทของ SK
นายภากร กล่าวก่อนหน้านี้ว่า บริษัทแตกไลน์ธุรกิจใหม่ไปสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยร่วมมือกับผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อดำเนินธุรกิจพัฒนาโครงการและขายอสังหาริมทรัพย์ สำหรับโครงการแรกเป็นโครงการบ้านเดี่ยว มูลค่าโปรเจ็กต์ประมาณ 200-250 ล้านบาท เป็นโครงการบ้านเดี่ยว ในทำเลติดถนนกาญจนาภิเษก คาดจะเริ่มเปิดจองซื้อในไตรมาส 4/2566 และจะมียอดรับรู้รายได้เข้ามาตั้งแต่ต้นปี 2567 เป็นต้นไป
** ศึกษาอสังหา
นอกจากนี้บริษัทยังได้ศึกษาแผนการลงทุนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาระยะหนึ่งแล้ว และทีมผู้บริหารของ SK มีผู้บริหารเคยดำรงตำแหน่งในบริษัทจดทะเบียน และอยู่วงการอสังหาริมทรัพย์ อีกทั้งพาร์ตเนอร์ที่บริษัทร่วมลงทุนด้วย ดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เช่นเดียวกัน หลังจากเจรจา และดูทิศทางโครงการแล้ว บริษัทจึงตกลงร่วมมือทางธุรกิจ และเดินหน้าก่อสร้างโครงการ สำหรับในปีนี้อาจจะเห็นรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไม่มาก หรือประมาณ 2% เพราะเปิดตัวโครงการท้ายปี
รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้
YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial
FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_
TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1
Instagram คลิก https://instagram.com/thunhoon.news?igshid=YTY2NzY3YTc=