เกิดใหม่ข้าจะปกป้องเจ้าลูกกระต่ายเอง
ข้อมูลเบื้องต้น
:꒰ เกิดใหม่ข้าจะปกป้องเจ้าลูกกระต่ายเอง ꒱:
"แนะนำตัวเจ้าสิ" ได้ยินท่านแม่บอกอย่างนั้นใจใจ๋น้อยจึงยืนอย่างนอบน้อมเพื่อทำความเคารพผู้ใหญ่ที่เพิ่งเจอกันครั้งแรก
"ข้ามีนามว่าเจียวจู และมีนามรองว่าใจใจ๋ขอรับ ข้า ข้า เป็นลูกของท่านแม่" ใจใจ๋น้อยตื่นเต้นเมื่อทุกสายตาต่างมองมายังเขา เจียหนานให้กำลังใจกระต่ายน้อย ใจใจ๋น้อยช่างน่ามอง ทำอะไรก็น่ารักเหลือเกิน ความน่ารักของใจใจ๋นั้นทำให้ท่านยายและท่านตาหลงรักเข้าอย่างจัง
"ข้าอายุ 4 หนาว แม้ข้าเป็นเด็กเล็กแต่ข้าก็สามารถปกป้องท่านแม่ขอรับ หากท่านแม่โดนรังแกอีกข้าจะสู้กับคนนั้น" เสียงใสของใจใจ๋น้อยค่อยๆ ลดลงเมื่อตื่นเต้นจนกลัวว่าจะไม่มีใครชอบเขาเหมือนอย่างบ้านของท่านพ่อ
-----------------------------------------------------------------------
ตัวละคร พฤติกรรม สถานที่ หน่วยงาน วิชาชีพ และเหตุการณ์ต่าง ๆ เป็นเรื่องสมมติที่แต่งขึ้นมาเพื่อความบันเทิงเท่านั้น
โดยนักเขียนมิได้มีเจตนาชี้นำ หรือส่งเสริมการกระทำใด ๆ ที่เกิดขึ้นในเรื่องราว
โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติพุทธศักราช 2557 ห้ามดักแปลงบทความ คัดลอกและนำไปใช้บางส่วนและนำไปเผยแพร่ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น
โดยไม่ได้รับอนุญาต หากฝ่าฝืนมีบทลงโทษบัญญัติไว้สูงสุดตามกฏหมาย พระราชบัญญัติ 2537
ขอให้สนุกกับการอ่าน ดีใจมาก ๆ ที่เห็นงานเขียนของเราค่ะ ^^
Feifengyi
ชีวิตของท่านแม่เจียอี้ (1/2)
บทที่ 01 ; ชีวิตของท่านแม่เจียอี้
'ท่านแม่ถูกท่านย่าทุบตีอีกแล้ว' เด็กน้อยเหมาเจียวจู มีนามรองว่าใจใจ๋ น้ำตาหนองเมื่อเห็นท่านแม่ถูกท่านย่าทุบตีอีกครั้งเมื่อสะใภ้เกอทำงานไม่ได้ดั่งใจ ใบหน้านิ่มด้วยแก้มกลมเริ่มเบะหน้าแล้วร้องไห้ดังลั่นห้อง นั่นทำให้เกอน้อยผู้ถูกแม่สามีทำร้ายร่างกายและดุด่าหันไปมองลูกชายทันที
"อาใจ๋เจ้าร้องไห้ทำไม" เหมาเจียอี้รีบลุกเดินไปปลอบลูกชาย ตัวเขานั้นจะถูกรังแกแค่ไหนเขาก็ย่อมทนได้แต่เจียอี้ไม่ชอบเห็นลูกชายได้รับบาดเจ็บหรือร้องไห้ มือแสนอบอุ่นเช็ดน้ำตาให้ลูกชาย นับตั้งแต่แต่งงานเข้าสกุลเหมา 5 ปี เขาก็ไม่เคยทำอะไรถูกใจแม่ของสามีสักครั้ง ครั้นเมื่อถูกใช้งานให้ทำงานบ้านเล็กน้อยก็มักทำผิดพลาดเสียบ่อย เจียอี้ไม่คิดจะโทษแม่สามีเมื่อท่านคอยดุด่า เจียอี้ถือว่านั่นป็นเรื่องปกติของผู้ใหญ่ที่มักจะดุด่าลูกสะใภ้
"ท่านย่า ฮึก ท่านย่าตี"
"ที่ฉันสั่งสอนแม่เจ้านั่นก็เพราะแม่เจ้ามันทำงานไม่ดี เจ้าก็อีกคนโตจนป่านนี้แล้วยังงอแงเป็นเด็กไปได้ เด็กบ้านอื่นโตจนเข้าสำนักศึกษากันได้แล้วส่วนเจ้าก็ไม่ได้เรื่องอย่างแม่เจ้า วัน ๆ เอาแต่เล่น ไม่ยอมไปร่ำเรียน" เจียอี้ปิดหูลูกชายเมื่อไม่ต้องการให้ลูกต้องฟังคำสั่งสอนของแม่สามี
เหมยลี่ชังน้ำหน้าสะใภ้เกอและลูกชายอวบอ้วนนั่น ตั้งแต่ได้สะใภ้เกอมาอยู่บ้านนางก็ไม่มีความสุขสักวัน เมื่อสะใภ้เกอคนนี้ไม่ได้มาจากตระกูลสูงส่งและไม่ได้ร่ำรวย แต่เพราะลูกชายเคยหลงรักในความสวยอย่างบ้าคลั่งจนอยากแต่งงานเสียให้ได้ แม้ตอนแรกนางจะขัดค้านแต่เพื่อแลกกับการที่เจ้าลูกชายยอมสอบเข้าราชการตามที่นางขอ นางจึงยอมจัดงานแต่งงานให้อย่างเรียบง่าย แต่ถึงอย่างนั้นสะใภ้เกอคนนี้ก็ยังคงไม่ถูกใจนางอยู่ดี
ทั้งเชื่องช้า โง่เขลา สั่งให้ทำอะไรก็ไม่เคยถูกใจ เมื่อลูกชายไปทำงานเมื่อไรนางจึงมักจะรังแกสะใภ้เกอเสมอ
"อาใจ๋เพิ่งจะ 4 หนาวเองขอรับท่านแม่" เจียอี้เห็นว่าลูกชายยังเล็กมากนักหากจะต้องเข้าสำนักศึกษาในวัยนี้ เขาอยากให้ลูกได้สนุกกับการวิ่งเล่นมากกว่าต้องนั่งเรียนแสนน่าเบื่อเหมือนอย่างที่เขาเคยรู้สึก เหมยลี่ผลักหัวของสะใภ้เกอเมื่อเถียงนางขึ้นมา
"เพราะมีแม่โง่เขลาเช่นเจ้าไง ข้าถึงได้อยากให้เข้าสำนักศึกษาโดยไว" ใจใจ๋ล้มตัวลงซบอกของท่านแม่ ใบหน้าเล็กตกใจกลัวเหลือเกินว่าท่านแม่จะบาดเจ็บหรือเปล่า ท่านย่าชอบรังแกท่านแม่อยู่เรื่อย
"จำไว้ด้วย ลูกหลานสกุลเหมาต้องไม่มีคนโง่เขลา หากลูกเจ้าโง่นักข้าจะไม่นับเป็นคนของสกุลเหมา"
ชีวิตของท่านแม่เจียอี้ (2/2)
เจียอี้กลืนน้ำลายด้วยความกล้ำกลืน รู้ดีว่าท่านแม่ก็ไม่ได้ยอมรับทั้งตัวเขาและลูกชายเป็นคนในตระกูลเหมา หากว่าเขาหมดรักสามีหรือสามีหมดรักเขาแล้วเจียอี้ก็เคยคิดว่าเขาจะขอหย่าแล้วพาลูกชายแสนรักกลับไปยังบ้านสกุลเฝิง
"ข้าชังขี้หน้าพวกเจ้าทั้งสองจริง ๆ คอยดูเถอะหากอาหยางหมดรักเจ้าเมื่อไร ข้านี่แหละจะไล่พวกเจ้าแม่ลูกออกจากบ้านของข้าเสียที" เจียอี้ฝืนยิ้มให้ลูกชายเมื่อยังคงปิดหูไม่ให้ลูกได้ยินคำพูดไม่ดีนั่น สามีของเขาทำไมไม่เคยเชื่อว่าท่านแม่ของเขานั้นร้าย ชอบรังแกและดุด่าเขาตลอด เจียอี้เคยเอ่ยบอกสามีไปแค่ครั้งเดียวเมื่อเขาให้ยอม ๆ ท่านแม่ไปเสียเจียอี้จึงได้ยอมอดทนให้แม่สามีรังแกเพราะไม่อยากมีปากเสียงเรื่องนี้อีก
"ผ้านั่นถักเย็บให้เสร็จก่อนพรุ่งนี้ด้วย" แม่สามีสั่งงานแสนยากเย็นมาให้ทำแล้วยังต้องการภายในวันพรุ่งนี้ด้วยเจียอี้ไม่คิดว่าเขาจะทำเสร็จได้ภายในคืนเดียว "หากเจ้าทำไม่เสร็จ ก็อย่าได้หวังว่าคืนนี้ทั้งเจ้าและลูกจะมีข้าวกิน"
เจียอี้รู้ดีว่ากำลังโดนแม่สามีรังแก เพราะอาทิตย์นี้สามีของเขาไม่กลับมาบ้าน ท่านแม่จึงมักหาเรื่องรังแกให้เขาต้องอดยากทำงานเสียมากมายจนเขานั้นแทบไม่ได้พักผ่อน แต่เพื่อลูกน้อยได้กินข้าวเจียอี้จึงต้องเอ่ยรับปากอย่างจำใจ
"ขอรับ" เหมยลี่ชอบใจอย่างมากเมื่อวันนี้ได้แกล้งสะใภ้เกอให้เหน็ดเหนื่อยอีก ก่อนจะเดินจากไปก็ถือโอกาสนี้เหยียบนิ้วมือของสะใภ้เกอด้วย เจียอี้รู้สึกเจ็บแต่ก็ไม่ร้องส่งเสียงเมื่อกลัวว่าลูกชายจะเป็นห่วง คุณนายสกุลเหมาเหยียดยิ้มจ้องมองสะใภ้เกออย่างไม่กลัวเกรง ลูกชายไม่อยู่บ้านเสียนานก็ดีนางจะได้คิดหาวิธีเพื่อรังแกสะใภ้เกอเสียทุกวัน
ใจใจ๋มองเท้าท่านย่าเหยียบมือท่านแม่ด้วยสีหน้ากังวล ท่านแม่ของเขาไม่ได้ร้องให้ใครช่วย ใจใจ๋ไม่ชอบท่านย่านักเลย มือป้อมเล็กแตะตีเท้าของท่านย่าเพื่อไม่ให้เหยียบมือของท่านแม่ เพียงแค่นั้นฝ่ามือของท่านย่าก็ตบหัวของใจใจ๋จนท่านแม่โกรธเคือง
"ท่านแม่อย่าตบตีอาใจ๋" ใจใจ๋ร้องไห้ดังเมื่อโดนท่านย่าตบหัวอย่างนั้น เจียอี้อุ้มลูกชายแล้วขยับออกห่างจากท่านแม่ ทั้งที่ใจใจ๋ไม่ได้ทำอะไรเลยแต่ท่านแม่ก็ช่างใจร้ายตบตีหลานแท้ ๆ ของตัวเองได้ลง เจียอี้สงสารลูกนัก หากเขาเป็นมารดาที่เข้มแข็งสามารถปกป้องลูกก็คงดี
"ทำให้ลูกเจ้าหยุดร้องแล้วทำงานซะ" เจียอี้ได้แต่น้อยใจในวาสนาของตนเอง ได้แต่งงานกับสามีที่รักแล้วแต่ก็ไม่เคยมีความสุขสักวันเมื่อแม่ของสามียังคงไม่ชอบใจเขากับลูกชาย เจียอี้ปลอบลูกชายเมื่อท่านแม่เดินจากไปด้วยท่าทีหงุดหงิด หากสามีเขาอยู่ด้วยลูกชายก็คงไม่ต้องถูกตบหัวอย่างนี้
"หยุดร้อง หยุดร้องเถอะอาใจ๋ หากเจ้ายังร้องท่านย่าจะทุบตีเจ้าอีกคน" เจียอี้ไม่อยากให้ท่านแม่มารังแกลูกชายของเขาด้วยอีกคน ใจใจ๋สะอื้นกอดท่านแม่ด้วยความเสียใจ
"ใจใจ๋เกลียดท่านย่า ใจใจ๋ไม่ชอบท่านย่าขอรับ"
แม่สามีแสนใจร้าย (1/2)
บทที่ 02 ; แม่สามีแสนใจร้าย
"ใจใจ๋เกลียดท่านย่า" เจียอี้ยังได้ยินเสียงบ่นของลูกชาย ใจใจ๋ของเขาไม่ยอมออกไปเล่นข้างนอกห้องเมื่อตั้งใจจะอยู่เป็นเพื่อนเขาทำงานตัดเย็บผ้าที่แม่สามีสั่งให้ทำ
"เจ้าอย่าเกลียดท่านย่านักเลยอาใจ๋ อย่างน้อย ๆ ท่านก็เป็นย่าของเจ้า" ใจใจ๋น้อยเพียงหน้าเง้างอไม่อยากยอมรับท่านย่าเป็นท่านย่าของเขาสักเท่าไรเมื่อท่านย่าช่างใจร้าย คอยแต่รังแกท่านแม่ของเขาเสมอ
"ถึงท่านย่าของเจ้าจะไม่ยอมรับเราตอนนี้แต่ข้าจะพยายามทำให้ท่านยอมรับเราในสักวัน" เจียอี้เชื่อว่าความดีของตนจะสามารถเอาชนะใจแม่สามีในสักวัน เขาไม่อยากเก็บมาคิดมากให้เจ็บปวดใจ ถึงท่านแม่จะร้ายกับเขาแค่ไหนเจียอี้ก็พร้อมจะให้อภัย
"เจ้าหิวแล้วรึ" เพราะเสียงท้องร้องของลูกชายทำให้เจียอี้ต้องถาม เขายังเย็บผ้าไม่เสร็จจึงไม่รู้ว่าท่านแม่จะอนุญาตให้ทานอาหารหรือเปล่า ใจใจ๋น้อยลูบท้องกลม ๆ ด้วยรอยยิ้มหวานเมื่อปฏิเสธไม่ได้เสียด้วยว่าตนนั้นหิวแล้ว
"จริงสิข้ามีเซาปิ่งเก็บไว้นี่น่า" เจียอี้นึกขึ้นได้ว่าเมื่อตอนเช้าตนไปหยิบขนมเซาปิ่งมาจากห้องครัวเพื่อนำมาทานกับลูกน้อยแต่ท่านแม่ก็เรียกไปใช้งานเสียก่อน จึงไม่ทันได้ทาน เพียงได้ยินว่าท่านแม่มีขนมเท่านั่นแหละใจใจ๋น้อยก็พลิกตัวแล้วลุกขึ้นนั่งมองไปยังท่านแม่ตลอด กระทั่งท่านแม่นำขนมทั้งจานออกมาคนหิวก็ร้องดีใจ
"ดีจริงที่ข้านำมันขึ้นมาเก็บไว้ในห้อง" เจียอี้วางขนมแล้วนึกชื่นชมตนเอง หากเขาไม่ได้นำมาเก็บในห้องก็คงไม่มีอะไรทานกันใจใจ๋น้อยปัดเศษฝุ่นบนมือตนเองพร้อมทั้งหยิบขนมมาทานอย่างเอร็ดอร่อย แม้ว่าขนมจะเย็นชืดแล้วก็ตาม
เจียอี้ก็กัดกินคำหนึ่งเขารู้สึกหิวไม่ต่างจากลูกชายแต่รออีกหน่อยหากเขาทำผ้าพวกนั้นเสร็จเขาจะพาลูกออกไปทานอาหารมื้อดึกกัน
"ท่านแม่ไม่ทานแล้วหรือ" เห็นท่านแม่ทานไปแค่ชิ้นเดียวใจใจ๋ก็แปลกใจ ปกติท่านแม่จะทานหลายชิ้นเพราะเปาซิ่งนี้เป็นขนมโปรดของท่านแม่
"ข้าอิ่มแล้วละ จะรีบทำงานให้เสร็จเราจะได้ออกไปทานอาหารนะ" เมื่อท่านแม่พูดอย่างนั้นใจใจ๋น้อยก็ไม่รบกวนเวลาทำงานของท่านแม่ เขาเป็นเด็กดีของท่านแม่เสมอและจะไม่ทำให้ท่านต้องลำบากเพราะเขาอีกคน เจียอี้ยิ้มนึกขอบคุณเมื่อลูกชายไม่ได้งอแงแล้วยังใจดี ขยับมานั่งใกล้พร้อมยื่นขนมป้อนเขาทีละนิดให้ทานพลาง ๆ ใจใจ๋น้อยของเขาช่างเป็นเด็กที่ดี