โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

ผู้สูงอายุกู้ซื้อบ้าน 4 วิธี กู้อย่างไรให้ผ่านฉลุย

DDproperty

เผยแพร่ 08 ต.ค. 2566 เวลา 23.46 น.
ผู้สูงอายุกู้ซื้อบ้าน 4 วิธี กู้อย่างไรให้ผ่านฉลุย

การกู้ซื้อบ้าน นับเป็นการสร้างหนี้ก้อนใหญ่ และต้องใช้ระยะเวลาในการผ่อนชำระค่อนข้างนาน หากยิ่งเริ่มต้นช้า โอกาสที่จะกู้ซื้อบ้านผ่านก็จะยิ่งน้อยลง สำหรับผู้ที่ตัดสินใจซื้อบ้านในวัยสูงอายุ อาจคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะขอกู้ผ่าน แต่ปัจจุบันมีหลายธนาคารที่ออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุออกมา การกู้ซื้อบ้านของผู้สูงอายุจึงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หากแต่ต้องอาศัยเทคนิคการเตรียมตัวที่ดี

อ่านหัวข้อที่คุณสนใจ

  • เลือกสินเชื่อบ้านเพื่อผู้สูงอายุ
  • ระยะเวลาการผ่อนชำระกับการตัดสินใจขอสินเชื่อ
  • อาชีพและรายได้ที่มีผลต่อผู้สูงอายุกู้ซื้อบ้าน
  • เทคนิคกู้ให้ผ่านที่ผู้สูงอายุกู้ซื้อบ้านควรรู้

เลือกสินเชื่อบ้านเพื่อผู้สูงอายุ

ปัจจุบันธนาคารได้มีการออกผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุหลากหลายแบบ ผู้สูงอายุที่ต้องการกู้ซื้อบ้านจึงควรสำรวจข้อมูลผลิตภัณฑ์ทั้งหมด แล้วมาเปรียบเทียบในเรื่องของคุณสมบัติผู้กู้ อัตราดอกเบี้ย และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เพื่อเลือกสินเชื่อที่เหมาะสมกับตนเอง โดยธนาคารที่มีสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุ ได้แก่

1. สินเชื่อบ้าน Senior Home 4U ธนาคารอาคารสงเคราะห์

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ มีผลิตภัณฑ์สินเชื่อบ้าน สำหรับผู้สูงอายุ ดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีแรก ปีที่ 1-2 เท่ากับ 2.75% ต่อปี ปีที่ 3 เท่ากับ 3.40% ต่อปี โดยมีรายละเอียดดังนี้

กรณีกู้ใหม่

– เพื่อซื้อที่ดินพร้อมอาคาร หรือห้องชุด

– เพื่อปลูกสร้างอาคาร หรือเพื่อซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างอาคาร

– เพื่อต่อเติม หรือขยาย หรือซ่อมแซมอาคาร

– เพื่อไถ่ถอนจำนองที่ดินพร้อมอาคาร หรือห้อชุดจากสถาบันการเงินอื่น

– เพื่อไถ่ถอนจำนองที่ดินเปล่าจากสถาบันการเงินอื่น พร้อมปลูกสร้างอาคาร

– เพื่อไถ่ถอนจำนองที่ดินพร้อมอาคารจากสถาบันการเงินอื่น และปลูกสร้างอาคาร หรือต่อเติม หรือขยาย หรือซ่อมแซม

– เพื่อซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัยพร้อมกับการขอกู้ในวัตถุประสงค์หลัก

กรณีกู้เพิ่ม

– เพื่อปลูกสร้างอาคาร หรือเพื่อซื้อที่ดินพร้อมปลูกสร้างอาคาร

– เพื่อต่อเติม หรือขยาย หรือซ่อมแซมอาคาร

– เพื่อซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องเพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัยพร้อมกับการขอกู้ในวัตถุประสงค์หลัก

– กรณีกู้เพื่อชำระค่าเบี้ยประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ (MRTA)

– เพื่อขอกู้พร้อมวัตถุประสงค์หลักของผลิตภัณฑ์นี้เท่านั้น

หมายเหตุ: นิยามคำว่า “อาคาร” หมายถึง บ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์เฮ้าส์ และอาคารพาณิชย์เพื่อที่อยู่อาศัย ยกเว้นบ้านเช่าและแฟลต

โดยระยะเวลาผ่อนไม่น้อยกว่า 3 ปี และไม่เกิน 40 ปี อายุผู้กู้รวมกับระยะเวลาที่ขอกู้ต้องไม่เกิน 70 ปี คุณสมบัติผู้กู้ต้องมีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป

อัตราดอกเบี้ย

วัตถุประสงค์เพื่อที่อยู่อาศัย/ชำระค่าเบี้ยประกันชีวิตคุ้มครองสินเชื่อ (MRTA)

ปี อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1-2 = 2.75% ต่อปี ปีที่ 3 = 3.40% ต่อปี ปีที่ 4-5 = MRR-2.25% ต่อปี ปีที่ 6-7 = MRR-2.00% ต่อปี ปีที่ 8 จนถึงตลอดอายุสัญญา กรณีลูกค้ารายย่อยทั่วไป = MRR-0.75% ต่อปี ปีที่ 8 จนถึงตลอดอายุสัญญา กรณีลูกค้ารายย่อยสวัสดิการ = MRR-1.00% ต่อปี ปีที่ 8 จนถึงตลอดอายุสัญญา กรณีซื้ออุปกรณ์ = MRR

กรณีขอกู้เพื่อซื้ออุปกรณ์ฯ พร้อมกับการขอกู้ในวัตถุประสงค์หลักที่มีการแบ่งจ่ายเงินกู้เป็นงวด ตามผลงานก่อสร้าง บัญชีซื้ออุปกรณ์ฯ ให้ใช้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้

ปี อัตราดอกเบี้ย ปีที่ 1 จนถึงตลอดอายุสัญญา = MRR

อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา (EIR)

– กรณีลูกค้าสวัสดิการ = 4.593%

– กรณีลูกค้ารายย่อย = 4.681%

– กรณีซื้ออุปกรณ์ฯ = 4.943%

กำหนดระยะเวลายื่นคำขอกู้ได้ตั้งแต่วันนี้-30 ธันวาคม 2566

2. สินเชื่อบ้านยูโอบี ธนาคารยูโอบี

เป็นสินเชื่อเพื่อการนำไปซื้อบ้านใหม่ บ้านมือสอง คอนโด หรือปลูกสร้างบ้าน เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย

คุณสมบัติผู้ขอสินเชื่อบ้าน ต้องมีรายได้ขั้นต่ำ 20,000 บาท อายุการทำงานอย่างน้อย 2 ปี (หรือ 3 ปี สำหรับเจ้าของกิจการ)

อายุไม่เกิน 70 ปี สำหรับผู้กู้ที่มีรายได้เป็นเงินเดือนประจำทั่วไป และหน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจ

อายุไม่เกิน 75 ปี สำหรับเจ้าของกิจการ

อัตราดอกเบี้ยพิเศษ กู้ซื้อบ้านใหม่ และบ้านมือสอง อนุมัติวงเงินกู้สูงสุด 100%

3. สินเชื่อเคหะ ธนาคารออมสิน

สินเชื่อบ้านใหม่ และบ้านมือสอง เพื่อซื้อที่ดินพร้อมอาคารหรือห้องชุด, ปลูกสร้างหรือต่อเติมซ่อมแซมอาคาร, ซื้อที่ดินที่มีอาคารของตนเอง ปลูกสร้างแล้ว หรือไถ่ถอนจำนองจากสถาบันการเงินอื่นพร้อมปลูกสร้างอาคาร

ระยะเวลาชำระเงินกู้

– กรณีกู้เพื่อจัดหาที่อยู่อาศัย ไม่เกิน 40 ปี และเมื่อรวมอายุผู้กู้กับระยะเวลาที่ชำระเงินกู้ต้องไม่เกิน 70 ปี

– กรณีกู้เพิ่มเติมเพื่อซื้อเฟอร์นิเจอร์ ตกแต่งบ้าน หรือสิ่งจำเป็นอื่นในการเข้าอยู่อาศัย ไม่เกิน 40 ปี ทั้งนี้ ต้องไม่เกินระยะเวลาชำระเงินกู้ตามกรณีกู้เพื่อจัดหาที่อยู่อาศัย

– กรณีกู้เพิ่มเติมเพื่อเป็นค่าประกันชีวิตเพื่อประกันสินเชื่อ และ/หรือกรณีที่มีการกู้เพิ่มเติมเพื่อเป็นค่าเบี้ยประกันอัคคีภัย ไม่เกิน 30 ปี

ระยะเวลาการผ่อนชำระกับการตัดสินใจขอสินเชื่อ

สำหรับผู้สูงอายุกู้ซื้อบ้านหลังเลือกผลิตภัณฑ์สินเชื่อได้เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่ควรรีบดำเนินการคือตัดสินใจขอสินเชื่อ เนื่องจากสินเชื่อแบบต่าง ๆ จะมีเงื่อนไขของกรอบระยะเวลาในการผ่อนชำระอยู่

ดังนั้นยิ่งขอสินเชื่อได้เร็วก็ยิ่งเป็นเรื่องดี เพราะนอกจากจะได้จำนวนปีในการผ่อนที่ยาวนานขึ้น ยังช่วยแบ่งเบาภาระค่าผ่อนต่องวดได้ และไม่กลายเป็นภาระที่หนักเกินไปในวัยสูงอายุ

อาชีพและรายได้ที่มีผลต่อผู้สูงอายุกู้ซื้อบ้าน

สำหรับผู้สูงอายุกู้ซื้อบ้านธนาคารเปิดกว้างให้ทุกอาชีพ ทั้งพนักงานประจำทั่วไป ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือเจ้าของกิจการ แม้จะอยู่ในวัยเกษียณ

อย่างไรก็ตาม ผู้สูงอายุกู้ซื้อบ้านก็ต้องแสดงให้เห็นถึงความมั่นคงทางอาชีพหรือธุรกิจที่ทำอยู่ รวมทั้งรายได้ที่สม่ำเสมอ เพราะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับสถาบันการเงินในการอนุมัติสินเชื่อ ตลอดจนสะท้อนถึงความสามารถในการผ่อนชำระค่างวด

ทั้งนี้ หากอาชีพที่ทำไม่มีความมั่นคง หรือมีรายได้ไม่สม่ำเสมอ โอกาสที่จะขอกู้ผ่านก็จะมีน้อยลง

เทคนิคกู้ให้ผ่านที่ผู้สูงอายุกู้ซื้อบ้านควรรู้

นอกจากอาชีพการงานมั่นคง มีรายได้สม่ำเสมอ ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ทางธนาคารจะนำมาพิจาณาประกอบการอนุมัติสินเชื่อ ซึ่งก่อนทำเรื่องขอกู้ซื้อบ้าน มีเทคนิคที่ผู้สูงอายุกู้ซื้อบ้านควรรู้ ดังนี้

1. รายการเดินบัญชีดี

ในการยื่นขอกู้เงินซื้อบ้าน ธนาคารจะมีการพิจารณารายการเดินบัญชีช่วงระยะเวลา 6-12 เดือนก่อนการยื่นกู้ ในช่วงเวลาดังกล่าวผู้สูงอายุกู้ซื้อบ้านจึงควรนำเงินเข้าบัญชีอย่างสม่ำเสมอ

ในกรณีที่ทำงานประจำหรือมีเงินเดือน หรือข้าราชการผู้รับบำนาญหรือผู้รับบำเหน็จรายเดือน เมื่อเงินเข้าบัญชี ไม่ควรเบิกเงินจำนวนนั้นออกมาทั้งหมดในทันที ควรทยอยนำออกมาใช้ และควรมีเงินเหลือติดบัญชีไว้ทุกเดือน

ขณะที่ผู้สูงอายุกู้ซื้อบ้านที่เจ้าของธุรกิจ ก็ควรนำเงินเข้าบัญชีอย่างสม่ำเสมอในช่วงระยะเวลาดังกล่าวเช่นกัน

2. มีเครดิตการเงินดี

สำหรับผู้สูงอายุกู้ซื้อบ้าน หากมีประวัติการผ่อนชำระสินค้า การใช้บัตรเครดิต และมีประวัติการชำระที่ตรงเวลา จะเป็นหลักฐานที่สร้างความน่าเชื่อถือและโอกาสในการได้รับวงเงินกู้สูงกว่าผู้ที่ไม่เคยมีประวัติการทำธุรกรรมในลักษณะนี้มาก่อน

อย่างไรก็ตาม ก่อนการยื่นกู้ ผู้สูงอายุกู้ซื้อบ้านควรชำระหนี้อื่น ๆ ให้หมดเสียก่อน เพราะธนาคารจะพิจารณาทั้งรายรับและภาระค่าใช้จ่ายในปัจจุบันประกอบกัน ยิ่งมีภาระหนี้น้อย วงเงินกู้ที่ได้รับก็จะยิ่งสูงขึ้น แต่หากมีภาระหนี้สูงก็อาจถูกปฏิเสธการยื่นขอกู้ซื้อบ้านได้

3. ยกเลิกบัตรเครดิตที่ไม่จำเป็น

การมีบัตรเครดิตหลายใบ จะทำให้ธนาคารจะมองว่าผู้กู้มีโอกาสสร้างหนี้สูงขึ้นในภายหลัง ทำให้โอกาสการอนุมัติสินเชื่อบ้านต่ำลง

ไม่ว่าจะเป็นคนวัยหนุ่มสาว หรือผู้สูงอายุกู้ซื้อบ้าน ปัจจัยสำคัญในการขอสินเชื่อไม่ได้แตกต่างกันมากนัก โดยต้องเริ่มจากค้นหาสินเชื่อที่เหมาะสม จากนั้นก่อนยื่นกู้ต้องมีการวางแผนทางด้านการเงิน ทำให้ธนาคารเห็นว่ามีรายได้ที่มั่นคง มีความสามารถในการผ่อนชำระไหว และไม่มีภาระหนี้สินผูกพันที่อาจทำให้เป็นปัญหา

เพียงเท่านี้โอกาสที่จะขอสินเชื่อบ้านผ่านก็ไม่ใช่เรื่องยาก แม้จะอยู่ในวัยสูงอายุก็ตาม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...