กอ.รมน.-พยัคฆ์ไพร จับแบ๊กโฮรุกป่า ถูกล้อมกลับ ทิ้งของกลาง เผ่นกระเจิง
กอ.รมน.-พยัคฆ์ไพร จับชาวม้งขับแบคโฮรุกป่า ประสานฝ่ายปกครองหล่มเก่าช่วยกลับถูกเมิน ต้องทิ้งของกลางออกจากพื้นที่
พ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หัวหน้าชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน. นำคณะเจ้าหน้าที่ป่าไม้ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ และป่าไม้หน่วยป้องกันรักษาที่ พ.ช.11 (น้ำชุน) เข้าทำการตรวจยึดรถแบ๊กโฮบนภูทับเบิก หมู่ 14 ต.วังบาล อ.หล่มเก่า จ.เพชรบูรณ์ หลังจากสืบทราบมาว่า รถแบ๊กโฮคันดังกล่าวกำลังรับจ้างขุดดินขาย เพื่อนำไปถมพื้นที่
นอกจากนี้ รถแบ๊กโฮคันดังกล่าวยังเป็นคันเดียวกับรถแบ๊กโฮที่ปรับพื้นที่บริเวณที่ดินที่ตั้งโรงเตี้ยมเดิม ซึ่งศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว โดยคณะเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจยึดจับกุมกรณีมีการบุกรุกที่ดินดังกล่าวมาแล้ว
เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2567
พ.อ.พงษ์เพชรกล่าวว่า เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงที่เกิดเหตุ พบรถแบ๊กโฮคันดังกล่าวอยู่ระหว่างจอดหยุดพักการขุดดิน ปิดล็อกประตูไว้ ส่วนบริเวณพื้นที่ที่ถูกขุดดินนั้นเดิมเป็นเนินดินไหล่เขา แต่มีร่องรอยถูกเครื่องจักรขุดดินออกไปลึกประมาณ 3-5 เมตร ทำให้สภาพพื้นที่เปลี่ยนไปอย่างมาก จนไม่เหลือสภาพเดิม เจ้าหน้าที่ได้โทรศัพท์ติดต่อไปยังเจ้าของรถแบ๊กโฮซึ่งเป็นชาวม้งในพื้นที่ ชื่อย่อ จ.โดยมีการยอมรับว่าเป็นเจ้าของรถแบ๊กโฮดังกล่าวจริง และบริเวณพื้นที่ขุดดินดังกล่าว อ้างว่าตนทำกินมาตั้งแต่เกิดไม่มีเอกสารสิทธิใดๆ นอกจากนี้ ยังยอมรับเป็นรถแบ๊กโฮคันเดียวกับที่ไปปรับพื้นที่บนที่ดินที่ตั้งโรงเตี้ยมเดิมก่อนที่คณะเจ้าหน้าที่จะเข้าจับกุมด้วย
พ.อ.พงษ์เพชรกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ พม.ที่รับผิดชอบในพื้นที่ภูทับเบิก เพื่อทำการตรวจสอบพิกัดบริเวณที่ขุดดินว่าใครเป็นบุคคลที่รับการจัดสรรให้ครอบครองที่ดินบริเวณดังกล่าว แต่ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ พม.ว่ายังไม่มีการจัดสรรที่ดินบริเวณนี้ให้กับใคร ซึ่งยังคงเป็นสภาพพื้นที่ป่าตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 การบุกรุกพื้นที่ขุดดินขายดังกล่าวจึงเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54 “ห้ามมิให้ผู้ใดก่อสร้าง แผ้วถางหรือเผาป่า หรือกระทำด้วยประการใดๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือหรือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น” และมาตรา 55 “ผู้ใดครอบครองป่าที่ได้ถูกแผ้วถางโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติแห่งมาตราก่อนให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าบุคคลนั้นเป็นผู้แผ้วถางป่านั้น” เจ้าหน้าที่จึงจับค่าพิกัดพื้นที่บุกรุก จัดทำบันทึกการตรวจยึดพื้นที่บุกรุก จำนวน 1-1-23 ไร่ และตรวจยึดรถแบ๊กโฮ 1 คัน โดยมอบหมายให้เจ้าหน้าที่ป่าไม้จากหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พ.ช.11 (น้ำชุน) เจ้าของพื้นที่ เป็นผู้แจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.หล่มเก่า เพื่อให้ติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีต่อไป
พ.อ.พงษ์เพชรกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้พยายามประสานทางฝ่ายปกครอง อ.หล่มเก่า ให้เข้าร่วมจับกุมและตรวจยึด แต่ถูกปฏิเสธอ้างว่าติดภารกิจอยู่นอกพื้นที่ และไม่มีใครสามารถมาร่วมตรวจยึดกับเจ้าหน้าที่ได้ นอกจากนี้ ในระหว่างการตรวจยึดพื้นที่ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์ว่ามีผู้นำในชุมชนจะนำมวลชนชาวม้ง ประมาณ 200 คน เข้าปิดล้อมคณะเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม โดยกล่าวหาเจ้าหน้าที่ว่ารังแกชาวม้ง ทำให้ พ.อ.พงษ์เพชร ต้องนำคณะเจ้าหน้าที่ออกจากพื้นที่ เนื่องจากเกรงว่าจะทำให้เหตุการณ์บานปลาย จนอาจเกิดความรุนแรงขึ้นได้ โดยจำเป็นต้องทิ้งรถแบ๊กโฮของกลางไว้ในพื้นที่ที่เกิดเหตุ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กอ.รมน.-พยัคฆ์ไพร จับแบ๊กโฮรุกป่า ถูกล้อมกลับ ทิ้งของกลาง เผ่นกระเจิง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th