โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

"ลอรีอัล" ช่วยร้านเสริมสวย มอบความรู้-ก้าวผ่านวิกฤตไวรัส

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 30 มิ.ย. 2563 เวลา 06.15 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2563 เวลา 07.02 น.

ลอรีอัล ประเทศไทย จัดทำ “โครงการ L”Oreal Thailand Salon Solidarity” ช่วยเหลือ และสนับสนุนร้านตัดผม-เสริมสวยให้ปรับตัวจากวิกฤตโควิด-19 เพื่อให้สามารถกลับมาเปิดบริการได้ทันทีเมื่อได้รับมาตรการผ่อนปรนจากภาครัฐ โดยร่วมมือกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จัดบรรยายให้ความรู้รายละเอียดมาตรการด้านสุขอนามัย ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมจัดโปรแกรมการฝึกอบรมให้แก่ร้านทำผม-เสริมสวยทั่วประเทศ

“อินเนส คาลไดรา” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลอรีอัล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ช่างทำผมมืออาชีพมีความสำคัญมากกับสังคมไทย โดยจากการจัดทำแบบสำรวจคนไทย 1,060 คน ระหว่างวันที่ 30 เม.ย.-4 พ.ค. 2563 พบว่า 85% ของผู้ตอบแบบสำรวจตระหนักถึงความจำเป็นในการใช้บริการทำผมที่ร้านในช่วงระหว่างล็อกดาวน์ และจากจำนวนผู้ตอบแบบสำรวจกว่า 70% รู้สึกว่าการที่ไม่สามารถรับบริการจากช่างผมมืออาชีพส่งผลกระทบต่อทั้งทางสุขภาวะและความมั่นใจของตนเอง

“หลังจากรัฐบาลมีมาตรการผ่อนปรนให้ร้านตัดผม-เสริมสวยกลับมาเปิดบริการ ตัด สระ ไดร์ ได้อีกครั้ง จำนวน 41% ของผู้ตอบแบบสำรวจรู้สึกมั่นใจที่จะใช้บริการตัดผม-เสริมสวย โดยกว่า 78% อยากจะกลับไปใช้บริการภายในสัปดาห์แรกทันที และ 2 ใน 3 เชื่อว่าร้านที่ใช้บริการเป็นประจำจะสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดได้อย่างถูกต้อง ด้วยเหตุนี้ ร้านตัดผม-เสริมสวยจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ธุรกิจ แต่ยังเป็นบริการที่ช่วยผู้คนให้มีความมั่นใจและมีความสุข”

“ทั้งนี้ นับตั้งแต่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ลอรีอัลทั้งในระดับโลก และระดับประเทศไทยได้ดำเนินมาตรการในการสนับสนุนธุรกิจร้านทำผม-เสริมสวย ภายใต้โครงการ “Salon Solidarity” มากมาย โดยวัตถุประสงค์หลักคือช่วยให้ธุรกิจสามารถให้บริการอย่างปลอดภัยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพราะลอรีอัล กรุ๊ป เคียงข้างร้านตัดผม-เสริมสวยมามากกว่า 110 ปี เราจึงต้องการตอกย้ำจุดยืนในการสนับสนุนธุรกิจร้านตัดผม-เสริมสวย และช่างผม”

“สำหรับภารกิจระดับโลกบริษัทได้มอบหน้ากากอนามัยจำนวน 8.5 ล้านชิ้นให้แก่ธุรกิจร้านทำผม-เสริมสวยในยุโรป และอีกกว่า 20 ล้านชิ้นในสหรัฐอเมริกา และเดินหน้าจัดหาหน้ากากอนามัยให้ประเทศอื่น ๆ ต่อไป นอกจากนี้ ยังได้มอบเจลแอลกอฮอล์ทำความสะอาดจำนวน 3.5 ล้านขวด พร้อมเดินหน้าผลิตเพิ่มอย่างต่อเนื่องด้วยโรงงานภายในเครือ เพื่อมอบให้แก่ร้านทำผม-เสริมสวยทั่วโลก”

“อินเนส คาลไดรา” กล่าวต่อว่า ส่วนหนึ่งในมิติของการช่วยเหลือที่สำคัญภายใต้โครงการ L”Oreal Thailand Salon Solidarity ในระดับประเทศไทย คือ ด้านสุขอนามัย โดยในช่วงแรกของการระบาดลอรีอัลได้จัดหาเจลแอลกอฮอล์ทำความสะอาดให้ร้านพันธมิตร และมอบหน้ากากเฟซชีลด์จำนวน 2,500 ชิ้นให้แก่ร้านทำผม-เสริมสวย เพื่อสนับสนุนด้านสุขอนามัย และความปลอดภัยของช่าง และลูกค้า

“ต่อมาได้ร่วมมือกับกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จัดบรรยายถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊ก ให้ความรู้ด้านสุขอนามัย ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข จับมือกับภาคเอกชน โดยการบรรยายออนไลน์ดังกล่าวได้รับผลตอบรับที่ดีเยี่ยมจากช่างผม และร้านเสริมสวยทั่วประเทศ เนื่องจากมีผู้รับชมมากกว่า 10,000 ครั้ง”

“นอกจากนี้ยังได้ช่วยไขข้อสงสัยเกี่ยวกับการเปิดให้บริการธุรกิจร้านทำผม-เสริมสวยภายใต้การบังคับใช้มาตรการเป็นอย่างดี เช่น มาตรการการป้องกันของช่างผู้ให้บริการ วิธีทำความสะอาดเครื่องมือ แนวทางการเว้นระยะห่างในร้าน จัดระบบระบายอากาศ และการจัดระเบียบการให้บริการและรับจองล่วงหน้า”

“อินเนส คาลไดรา” กล่าวว่า การฝึกอบรมออนไลน์สำหรับช่างผมเป็นการจัดทำทั่วโลก ผ่าน L”Oreal Access แพลตฟอร์มออนไลน์ ให้บริการครอบคลุมกว่า 20 ประเทศ โดยในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แพลตฟอร์มดังกล่าวมีผู้ใช้เพิ่มขึ้นจาก 42,000 คน เป็น 100,000 คน นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้ส่งเสริมการเรียนรู้ออนไลน์ให้แก่ช่างทำผมผ่านเฟซบุ๊กของบริษัท ใน 16 หัวข้อ และส่งเสริมเจ้าของธุรกิจให้มีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าและคู่ค้าอย่างต่อเนื่องผ่านโซเชียลมีเดีย

“ขณะที่ธุรกิจร้านทำผม-เสริมสวยถูกปิดชั่วคราว ลอรีอัล ประเทศไทย ได้ร่วมมือกับฝ่ายธุรกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมของ Facebook ประเทศไทย ให้การฝึกอบรมออนไลน์เกี่ยวกับเครือข่ายสังคมค้าขายออนไลน์ (social commerce) ให้แก่เจ้าของธุรกิจร้านทำผม-เสริมสวยทั่วประเทศ เพื่อให้พวกเขามีช่องทางในการหารายได้เพิ่มเติม”

“นอกจากนี้ การให้บริการตัดผมแก่บุคลากรทางการแพทย์ ลอรีอัล ประเทศไทย กำลังรวบรวมทีมช่างผมจากร้านทำผม-เสริมสวยพันธมิตร เพื่อให้บริการตัดผมแก่บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ให้บริการเป็นด่านหน้าในโรงพยาบาลในกรุงเทพมหานครโดยไม่มีค่าใช้จ่าย”

ลอรีอัลเชื่อว่าการให้ความช่วยเหลือในหลากหลายมิติ ภายใต้โครงการ L”Oreal Thailand Salon Solidarity นี้จะเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญที่ช่วยให้ร้านตัดผม-เสริมสวย สามารถฝ่าวิกฤต ปรับตัวและกลับมาฟื้นธุรกิจภายใต้ new normal อย่างรวดเร็วที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...