โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"ไมเนอร์" เดินหน้าเปิดโรงแรม 535 แห่ง ขานรับรัฐอัดมาตรการ"เที่ยวปันสุข"

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 มิ.ย. 2563 เวลา 02.35 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2563 เวลา 12.10 น.

“ไมเนอร์”ประกาศความพร้อมกลับมาเปิดโรงแรมในเครือ 535 แห่งทั่วโลก เพื่อรองรับวิถีชีวิตใหม่หลังโควิด-19 ด้วยการยกระดับมาตรการด้านสุขภาพและสุขอนามัย หลังหลายประเทศเริ่มคลายล็อกดาวน์ ขานรับรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวในประเทศ

นายชัยพัฒน์ ไพฑูรย์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาเชิงกลยุทธ์ บริษัท ไมเนอร์อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT ผู้นำธุรกิจ โรงแรม อาหารระดับโลก กล่าวว่าจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ลุกลามตั้งแต่ช่วงต้นปี 2563 ล่าสุดหลายประเทศสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ดีขึ้น และเริ่มส่งสัญญาณมาตรการคลายล็อกดาวน์ตั้งแต่ช่วงเดือนพ.ค.เป็นต้นมา ให้ภาคธุรกิจและประชาชนกลับมาทำกิจกรรมและดำเนินวิถีชีวิต โดยกลุ่มธุรกิจโรงแรมของไมเนอร์ทั่วโลก เตรียมพร้อมที่จะกลับมาปฎิบัติการในรูปแบบ New Normal อีกครั้ง โดยกำหนดการกลับมาเปิดให้บริการดังนี้

โรงแรมในประเทศไทยจำนวน 28 แห่ง (5,009 ห้อง) ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนรายได้ 14% ทยอยกลับมาเปิดให้บริการ โดยเริ่มจากโรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ในปลายเดือนพฤษภาคม โรงแรมในหัวหินในช่วงต้นเดือนมิถุนายน ส่วนโรงแรมบางแห่งในจังหวัดภูเก็ต เกาะสมุย พัทยาและขอนแก่นมีกำหนดกลับมาเปิดให้บริการในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม 2563

สำหรับโรงแรมในภูมิภาคเอเชีย 29 แห่ง (2,988 ห้อง) สัดส่วนรายได้ 4% โรงแรมในประเทศจีนและเวียดนามกลับมาเปิดให้บริการแล้ว ตามการท่องเที่ยวในภูมิภาคเอเชียที่ส่งสัญญาณบวกตั้งแต่เดือนเมษายน ซึ่งจะส่งผลดีต่อธุรกิจโรงแรมในเครือของไมเนอร์ที่ตั้งในภูมิภาคนี้ เพราะกลุ่มลูกค้าของโรงแรมมากกว่า 60% อยู่ในภูมิภาคเอเชีย

ขณะที่โรงแรมในเครือ NH Hotel Group ในยุโรปจำนวน 343 แห่ง (51,151 ห้อง) สัดส่วนรายได้ 67% จะกลับมาให้บริการอย่างเร็วที่สุดหลังจากหลายประเทศในภูมิภาคยุโรปเริ่มคลายล็อกดาวน์ โดยคาดว่าจะกลับมาเปิดให้บริการประมาณ 60% ภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้

ในขณะที่ภาครัฐของประเทศต่าง ๆ ได้ออกมาตรการช่วยกระตุ้นระบบเศรษฐกิจ และสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อาทิ รัฐบาลเวียดนามออกแคมเปญพิเศษกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ลดราคาโรงแรม-ที่พัก และตั๋วเครื่องบิน รวมถึงรัฐบาลไต้หวันมีนโยบายช่วยสมทบทุนธุรกิจท่องเที่ยว รวมถึงส่วนลดค่าสาธารณูปโภค และให้เงินสงเคราะห์แรงงานอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ส่วนประเทศนอร์เวย์ออกมาตรการลดภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการขนส่งผู้โดยสาร/ที่พัก กิจกรรมทางวัฒนธรรม และสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่จนถึงสิ้นเดือนตุลาคมนี้ เป็นต้น

ขานรับรัฐอัดมาตรการรัฐ “เที่ยวปันสุข

รวมถึงประเทศไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้เสนอแผนการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ อาทิ แพ็คเกจ“เที่ยวปันสุข” รับสิทธิ์ส่วนรถจองตั๋วเครื่องบินไปกลับ ส่วนลด40% หรือไม่เกิน1,000บาท , “เราไปเที่ยวกัน” ที่จะสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่พักและกิจกรรมของโรงแรม40% หรือไม่เกิน3,000บาท /ห้อง/คืน รวมถึงมาตรการ “กำลังใจ” เพื่อเป็นการตอบแทนบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติงานแนวหน้าในการรับมือเชื้อไวรัสโควิด-19 ราว 1.2 ล้านคน โดยจะสนับสนุนงบประมาณศึกษาดูงานผ่านบริษัทนำเที่ยวในประเทศ ซึ่งไมเนอร์มีแผนการจัดกิจกรรมการตลาดให้สอดคล้องกับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวของรัฐบาล เพื่อสนับสนุนการใช้จ่ายของกลุ่มลูกค้าคนไทยอย่างเหมาะสม

“ไมเนอร์เชื่อมั่นว่าสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทั่วโลก จะเป็นในทิศทางที่ดีขึ้นตามลำดับ โดยภาคธุรกิจต่าง ๆ จะค่อย ๆ กลับมาฟื้นตัว ซึ่งเมื่อผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้นักท่องเที่ยวจะออกเดินทางมากขึ้น และเพื่อความปลอดภัยในด้านสุขอนามัยของลูกค้าอันเป็นหัวใจสำคัญ ธุรกิจโรงแรมในเครือทั้งหมด 530 โรงแรมทั่วโลกจะปฏิบัติตามคำสั่งและแนวทางจากรัฐบาลแต่ละประเทศและองค์การอนามัยโลก” นายชัยพัฒน์กล่าวและว่า

โดยไมเนอร์ได้แต่งตั้งคณะกรรมการสุขภาพและความปลอดภัย เพื่อกำกับดูแลการพัฒนามาตรการด้านสุขอนามัยให้ลูกค้าตามมาตรฐานอันเข้มงวด ตลอดจนให้ความสำคัญกับกิจกรรมต่าง ๆ ของแขกผู้เข้าพัก ทั้งด้านอาหาร การท่องเที่ยว ช้อปปิ้ง เป็นต้น เพื่อห้ผู้เข้าพักได้รับประสบการณ์พักผ่อนควบคู่ไปกับความปลอดภัยด้านสุขภาพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...