โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อินเดียชี้20ทหารดับไม่สูญเปล่า จีนก็ตายเจ็บครึ่งร้อย ศึกปะทะเดือด

Khaosod

อัพเดต 17 มิ.ย. 2563 เวลา 12.43 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2563 เวลา 12.43 น.
ADDS THE LOCATION DETAILS - This satellite photo provided by Planet Labs shows the Galwan Valley area in the Ladakh region near the Line of Actual Control between India and China Tuesday, June 16, 2020. A clash high in the Himalayas between the world’s two most populated countries claimed the lives of 20 Indian soldiers in a border region that the two nuclear armed neighbors have disputed for decades, Indian officials said Tuesday. (Planet Labs via AP)

อินเดียชี้20ทหารดับไม่สูญเปล่า จีนก็ตายเจ็บครึ่งร้อย ศึกปะทะเดือด

อินเดียชี้20ทหารดับไม่สูญเปล่า - เมื่อ 17 มิ.ย. เอพี รายงานสถานการณ์ตึงเครียดจากการปะทะตะลุมบอนกันระหว่างทหารสองชาติมหาอำนาจเอเชีย อินเดียกับจีน บริเวณเขตพิพาทภูมิภาคลาดักห์ ดินแดนแคชเมียร์ ถึงขั้นมีคนตายเป็นครั้งแรกในรอบหลายสิบปี ว่า ทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวโทษกัน ท่ามกลางความตึงเครียดหนักและกระแสความโกรธแค้นต่อกันและปลุกกระแสชาตินิยมให้ใช้กำลังทหารเพื่อล้างแค้นแบบเลือดต้องล้างด้วยเลือด

https://www.youtube.com/watch?v=NaLpga5xohU

 

อย่างไรก็ตาม ในระดับรัฐบาล ต่างฝ่ายยังไม่แสดงอาการรุนแรงถึงขั้นจะจุดชนวนสงคราม แม้อินเดียสูญเสียกำลังพลไปถึง 20 นาย ในจำนวนนี้ 3 รายเสียชีวิตทันทียังจุดปะทะ และอีก 17 รายทยอยเสียชีวิต ส่วนฝั่งจีนไม่เปิดเผยจำนวนทหารที่บาดเจ็บล้มตาย มีเพียงสำนักข่าวเอเอ็นไอของอินเดียประเมินว่า ทหารจีนเจ็บตายรวมกันราว 43 นาย

อินเดียชี้20ทหารดับไม่สูญเปล่า

An Indian army convoy moves on the Srinagar- Ladakh highway at Gagangeer, north-east of Srinagar, India, Wednesday, June 17, 2020.  (AP Photo/Mukhtar Khan)

นายจ้าว หลีเจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า เหตุเกิดขึ้นจากทหารอินเดียล่วงล้ำเข้ามาในพรมแดนฝั่งจีนและเข้าทำร้ายกลุ่มทหารจีน ส่งผลให้เกิดการตะลุมบอนกันขึ้นจนเกิดความสูญเสียกันทั้งสองฝ่าย จีนไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก และจะแก้ไขปัญหาผ่านการพูดคุยเจรจา

นายจ้าวกล่าวด้วยว่า ขอให้ฝ่ายกองทัพอินเดียนั้นดูแลระเบียบวินัยของทหารอย่างเข้มงวด โดยอย่าปล่อยให้ข้ามเข้ามาในเขตแดนจีนอย่างผิดกฎหมาย และยั่วยุด้วยวาจาหรือท่าทาง รวมถึงการกระทำใดๆ ที่จะนำไปสู่ความขัดแย้งที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น

Activists of Swadeshi Jagran Manch shout slogans during a protest near the Chinese embassy in New Delhi, India, Wednesday, June 17, 2020.  (AP Photo)

ส่วนที่อินเดีย มีกลุ่มประชาชนออกมาประท้วงจีนที่หน้าสถานทูตจีนในกรุงนิวเดลี ด้วยความโกรธแค้น ทั้งเผารูปนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน พร้อมประกาศว่าจีนต้องชดใช้ที่สังหารทหารอินเดีย

ส่วนนายนเรนทรา โมที นายกรัฐมนตรี กล่าวเพียงว่า การสละชีวิตของทหารอินเดียในการต่อสู้จะไม่สูญเปล่า หากทำให้คนในประเทศภาคภูมิใจ

“สำหรับเรา ความมีเอกภาพและอำนาจอธิปไตยคือสิ่งที่สำคัญที่สุด อินเดียต้องการสันติภาพ แต่เมื่อถูกคุกคาม ประเทศมีศักยภาพที่จะตอบสนองสถานการณ์อย่างเหมาะสม" นายโมทีกล่าว ขณะที่นายราชนาถ ซิงห์ รมว.กลาโหม โพสต์ข้อความว่า การสูญเสียทหารที่หุบเขากัลวานเป็นความเจ็บปวดที่รบกวนจิตใจอย่างยิ่ง

อินเดียชี้20ทหารดับไม่สูญเปล่า

Indians burn products made in China during a protest against the Chinese government in Lucknow, India, Wednesday, June 17, 2020. (AP Photo/Rajesh Kumar Singh)

เหตุการณ์ตึงเครียดดังกล่าวเกิดขึ้นทั้งที่อินเดียและจีนต่างมีปัญหาเผชิญการระบาดของโควิด-19 ในประเทศ โดยก่อนหน้านี้ สองฝ่ายปะทะกันย่อยๆ ประปรายตั้งแต่เมื่อเดือนพ.ค. บริเวณพรมแดนรัฐสิกขิมของอินเดีย และเมื่อปี 2560 เคยปะทะกันหลังจากจีนพยายามจะขยายถนนบริเวณพรมแดนเข้ามายังที่ราบสูงซึ่งเป็นข้อพิพาทกันอยู่

สองประเทศซึ่งมีกองทัพที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอันดับต้นๆ ของโลกยังปะทะกันอีกหลายหน ขณะที่เส้นแบ่งเขตควบคุมตามความเป็นจริง แบ่งเขตแดนสองประเทศอย่างไม่ชัดเจน เพราะแนวแม่น้ำ ทะเลสาบ ยอดหิมะบนภูเขา เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

+++++

อ่านข่าวก่อนหน้านี้ :

อินเดีย-จีน : ปะทะรุนแรงในดินแดนแคชเมียร์ถึงขั้นเสียชีวิตครั้งแรกในรอบหลายทศวรรษ

ไม่ใช้อาวุธแต่ถึงตาย 3 ศพทหารอินเดีย หลังปะทะกองกำลังจีน พรมแดนพิพาทอีก

youtube
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...