"อเด็คโก้" เปิดตัว Salary Guide 2020 อาชีพโปรแกรมเมอร์-นักพัฒนาซอฟต์แวร์ มาแรง เงินเดือนแพงสุด สตาร์ท 40,000 บาท
น.ส.ธิดารัตน์ กาญจนวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทอเด็คโก้ ประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัว Salary Guide 2020 คู่มือฐานเงินเดือนประจำปี ที่บริษัททำสำรวจจากบริษัทชั้นนำที่เป็นลูกค้าของอเด็คโก้กว่า 3,000 บริษัท โดยปีนี้พบว่าอาชีพที่มีเงินเดือนเริ่มต้นสูงสุด ได้แก่ อาชีพในสายไอที ขณะที่เงินเดือนผู้บริหารเพิ่มสูงทุกสาขาสะท้อนความต้องการบุคลากรเพื่อปรับตัวธุรกิจสู่ยุคดิจิทัล (Digital Transformation)
น.ส.ธิดารัตน์ กล่าวว่า ฐานเงินเดือนพนักงานออฟฟิศของเด็กจบใหม่ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับ 5 ปีที่แล้ว จากเดิมอยู่ที่ต่ำสุด 9,000 บาท/เดือน เป็นเริ่มต้น 12,000 บาท/เดือน และสูงสุดที่ 40,000 บาท/เดือน โดยเฉลี่ยส่วนใหญ่เด็กจบใหม่จะได้เงินเดือนราว 18,000 – 25,000 บาท
ส่วนอาชีพทำเงินสูงสุดสำหรับเด็กจบใหม่ในปีนี้ ได้แก่ อาชีพ “Programmer/Software Developer” มีเงินเดือนสูงสุดอยู่ที่ 40,000 บาท/เดือน เนื่องจากเป็นสายงานที่มีความต้องการจากตลาดสูง หลายๆ องค์กรต่างต้องการพัฒนาเว็บไซต์และแอพพลิเคชันเป็นของตัวเอง หากเด็กจบใหม่มีทักษะและความสามารถในการเขียนโปรแกรมได้ตรงตามที่องค์กรกำหนด สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดี ก็มีโอกาสที่จะได้เงินเดือนเริ่มต้นสูงถึง 40,000 บาท/เดือน หรืออาจมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับโครงสร้างเงินเดือนของแต่ละองค์กร
รองลงมาในอัตราเงินเดือนสูงสุด 35,000 บาท/เดือน ได้แก่ อาชีพ Sales Engineer, Project Coordinator, Personal Assistant, เลขานุการ, ล่ามภาษาญี่ปุ่น และตำแหน่งงานด้านการขายที่ใช้ภาษาญี่ปุ่น
น.ส.ธิดารัตน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังพบว่าเงินเดือนของผู้บริหารระดับสูง สูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดในทุกตำแหน่ง สาเหตุมาจากสภาพการตลาดที่มีการแข่งขันสูง แต่ละองค์กรต่างต้องการคนเก่งในหลากสาขา เพื่อเข้ามากำหนดทิศทางการบริหารงาน และเปลี่ยนแปลงธุรกิจด้วย Digital Transformation แต่จำนวนของผู้บริหารระดับสูงในปัจจุบันยังอยู่ในสภาวะขาดแคลน (Talent Shortage) องค์กรจึงต้องเพิ่มค่าตอบแทนให้ เพื่อดึงดูดและเก็บรักษาผู้บริหารมือดีได้มากขึ้น
ข้อมูลนี้สอดคล้องกับเทรนด์โลกที่พบว่าช่องว่างเงินเดือนระหว่างพนักงานระดับปฏิบัติการกับผู้บริหารมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นในหลายประเทศ ซึ่งเป็นผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล ที่ทำให้กลุ่มพนักงานระดับปฏิบัติการถูกทดแทนด้วยการใช้ระบบอัตโนมัติ ส่งผลให้เกิดภาวะแรงงานล้นตลาด ขณะที่ผู้บริหารมืออาชีพที่มีประสบการณ์สูงและมีทักษะทางด้านดิจิทัล กลับเกิดภาวะขาดแคลน ทำให้อัตราค่าตอบแทนของพนักงานในกลุ่มผู้บริหารพุ่งสูงขึ้น และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วกว่างานในตำแหน่งอื่นๆ
น.ส.ธิดารัตน์ กล่าวว่า จากสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน จะเห็นหลายองค์กรพยายามรัดเข็มขัด ลดต้นทุนในด้านต่างๆ มากขึ้น ซึ่งรวมถึงต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านทรัพยากรบุคคลด้วย องค์กรจะปรับตัวสู่การเป็น Lean Organization ที่บริหารโดยมุ่งเน้นการลดต้นทุนและเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า ดังนั้น แนวโน้มการจ้างงานในปัจจุบันจึงมีการจ้างงานในรูปแบบฟรีแลนซ์เข้ามาผสมผสานมากขึ้นเพื่อลดรายจ่ายประจำของบริษัท ส่วนการจ้างงานในรูปแบบพนักงานประจำ องค์กรก็ต้องการพนักงานที่มีทักษะที่หลากหลายมากขึ้น นอกจากเหตุผลเรื่องความคุ้มค่าแล้ว ยังเป็นเพราะธุรกิจในปัจจุบันมีการ Disruption อยู่ตลอดเวลา องค์กรจึงต้องการพนักงานที่มีความรู้และทักษะรอบด้านเพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการทำงานและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันทางธุรกิจ เช่น หากคุณทำงานในสายการตลาด นอกจากประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในสายงานที่ต้องมีแล้ว ยังจำเป็นต้องมีทักษะด้านดิจิทัล ทักษะด้านการออกแบบ และมีความรู้ความเข้าใจในงาน IT หรือ E-Commerce เพิ่มด้วย
“ในอนาคตแนวโน้มของการกำหนดอัตราเงินเดือนจะขึ้นอยู่กับทักษะของผู้สมัครมากกว่าใบปริญญา เพราะความรู้ที่เรียนมาจะล้าหลังกว่าความรู้ในโลกการทำงานจริง ใบปริญญาจึงวัดอะไรไม่ได้ไม่มากนัก สิ่งสำคัญที่สุดคือคุณมีความรู้และทักษะที่เป็นที่ต้องการแค่ไหน ดังนั้นหากอยากก้าวหน้าในยุคนี้สิ่งสำคัญที่คนทำงานต้องมีคือการหมั่นเรียนรู้และพัฒนาทักษะอยู่เสมอ ทั้งการเสริมทักษะใหม่ (Upskilling) และพัฒนาทักษะเดิมที่มีอยู่ (Reskilling) ทักษะเหล่านี้จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพนักงาน ทำให้องค์กรยอมจ่ายเงินเดือนที่สูงขึ้นและผลักดันสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นในองค์กร”
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่