โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดยอดขายหุ่นยนต์บริการทั่วโลก 1.58 แสนตัว สนค. แนะผู้ประกอบการไทย นำมาใช้ เพิ่มโอกาสธุรกิจ

The Bangkok Insight

อัพเดต 08 มี.ค. 2567 เวลา 10.32 น. • เผยแพร่ 08 มี.ค. 2567 เวลา 10.32 น. • The Bangkok Insight

สนค. เผยยอดขายหุ่นยนต์บริการทั่วโลกทะลุ 1.58 แสนตัว แนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปัญหาการขาดแคลนแรงงาน โควิด-19 ที่มีการเว้นระยะห่าง แนะผู้ประกอบการไทยเรียนรู้และปรับตัวใช้ เพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจ

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สนค.ได้ติดตามสถานการณ์ความต้องการใช้หุ่นยนต์บริการ (Service Robots) ในภาคธุรกิจทั่วโลก พบว่า กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยกระตุ้นที่สำคัญมาจากปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ซึ่งเป็นผลจากการที่หลายประเทศกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ส่งผลให้สัดส่วนวัยทำงานลดลง ประกอบกับสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ส่งผลให้การดำเนินชีวิตแบบใหม่ มีการเว้นระยะห่างทางสังคมและลดการสัมผัสมากขึ้น

หุ่นยนต์บริการ

ทั้งนี้ จากรายงาน World Robotics 2023 - Service Robots ของสหพันธ์หุ่นยนต์นานาชาติ (International Federation of Robotics : IFR) พบว่า ในปี 2565 หุ่นยนต์บริการสำหรับมืออาชีพ (Professional Service Robot) มียอดขายทั่วโลก 1.58 แสนตัว เพิ่มขึ้น 48% โดยหุ่นยนต์บริการสำหรับมืออาชีพ ปฏิบัติงานครอบคลุมตั้งแต่การขนส่งและโลจิสติกส์ เกษตรกรรม การทำความสะอาด การตรวจสอบและบำรุงรักษา การก่อสร้างและรื้อถอน การแพทย์ การต้อนรับ การค้นหา การช่วยเหลือ ตลอดจนความปลอดภัย และอื่น ๆ

สำหรับหุ่นยนต์บริการสำหรับภาคธุรกิจ ที่สร้างยอดขายสูงสุด 3 อันดับแรกของโลก ในปี 2565 ได้แก่

1. หุ่นยนต์ขนส่งและโลจิสติกส์ (Transportation and Logistics) ยอดขาย 8.6 หมื่นตัว เพิ่มขึ้น 44% ซึ่งเป็นหุ่นยนต์ที่ใช้ในอาคาร มียอดขายมากถึง 3.73 หมื่นตัว เพิ่มขึ้น 78% ส่วนใหญ่ใช้เพื่อการส่งอาหารและเครื่องดื่มในร้านอาหาร

2. หุ่นยนต์ต้อนรับ (Hospitality) ยอดขาย 2.45 หมื่นตัว เพิ่มขึ้น 125% เป็นหุ่นยนต์ใช้สำหรับตอบโต้กับผู้มาติดต่อ ผู้รับบริการ ในการแนะนำหรือให้ข้อมูลต่าง ๆ

3. หุ่นยนต์ทางการแพทย์ (Medical Robot) ยอดขาย 9,300 ตัว ลดลง 4% โดยเป็นหุ่นยนต์ผ่าตัด 4,900 ตัว และหุ่นยนต์สำหรับการฟื้นฟูและบำบัด 3,200 ตัว

ปัจจุบันภาคธุรกิจในต่างประเทศอย่างสหรัฐ มีการนำหุ่นยนต์ด้านมาเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน อาทิ ร้านอาหารละติน La Duni ใช้หุ่นยนต์เข้ามาช่วยให้บริการทั้งการเสิร์ฟอาหารและเครื่องดื่ม จัดโต๊ะ และต้อนรับลูกค้า ซึ่งสามารถลดภาระงานให้กับพนักงาน ลดความเสี่ยงในการสูญเสียต้นทุนจากการเกิดอุบัติเหตุในการยกถาดอาหารที่มีน้ำหนักมาก และยังเพิ่มความเร็วในการให้บริการได้ถึง 4 เท่า

นอกจากนี้ ร้านขายของชำ SpartanNash และ Schnucks ใช้หุ่นยนต์ Tally ลดภาระพนักงานในการเดินเก็บข้อมูลสถานะสต็อกสินค้าตลอดวัน ช่วยในการเก็บข้อมูลสต็อกสินค้า การสั่งซื้อสินค้า และการจัดวางสินค้า ซึ่งนอกจากจะช่วยสร้างความมั่นใจให้พนักงานว่าจะมีสต็อกสินค้าเพียงพอให้บริการแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงในการถูกโจรกรรมสินค้าอีกด้วย

ขณะที่บริษัทค้าปลีกอุปกรณ์กีฬา evo ใช้หุ่นยนต์ LocusBots ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในส่วน e-Commerce ให้สามารถตอบสนองต่อคำสั่งซื้อในส่วนร้านค้าออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลที่มียอดคำสั่งซื้อสูง โดยช่วยเพิ่มความเร็วในการหยิบสินค้าของพนักงานจากสต็อกสินค้า จากเดิมที่มีความเร็วเฉลี่ย 35 หน่วยต่อชั่วโมง เพิ่มขึ้นได้สูงถึง 125 หน่วยต่อชั่วโมง หรือเพิ่มขึ้น 3.5 เท่า

ในประเทศไทย อุตสาหกรรมหุ่นยนต์เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ภาครัฐมีนโยบายให้การสนับสนุน ซึ่งไทยมีศักยภาพทั้งด้านการเป็นผู้ออกแบบและผู้ผลิต โดยในส่วนของหุ่นยนต์สำหรับงานบริการ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) ให้ข้อมูลว่าในปี 2565 ตลาดหุ่นยนต์กลุ่มนี้ในประเทศไทยเติบโตกว่า 147.8% มีหุ่นยนต์บริการที่ใช้งานจริงในประเทศกว่า 1,660 ตัว เป็นมูลค่ายอดขายกว่า 398 ล้านบาท

พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์

นอกจากนี้ ยังคาดการณ์ว่า ปี 2567 การใช้งานหุ่นยนต์ด้านบริการในประเทศจะอยู่ที่ 2,270 ตัว หรือเพิ่มขึ้น 36.7% โดยหุ่นยนต์ส่งของและหุ่นยนต์ทำความสะอาด มียอดการใช้งานในประเทศรวมกันประมาณ 1,300 ตัว และหุ่นยนต์ต้อนรับ ประมาณ 360 ตัว สำหรับผู้ประกอบการหุ่นยนต์งานบริการของไทย มีประมาณ 31 ราย ซึ่งมีเพียง 3-5 ราย ที่เป็นกลุ่มผู้ผลิตและพัฒนาหุ่นยนต์ ขณะที่ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าจากต่างประเทศเพื่อจำหน่ายและให้บริการ

ส่วนรูปแบบการใช้งานหุ่นยนต์ในภาคธุรกิจมีทั้งการซื้อขาด และการเช่าซื้อ โดยราคาตลาดของหุ่นยนต์ส่งของ (Delivery Robots) ที่ส่วนใหญ่ใช้ในการเสิร์ฟอาหาร มีราคาเช่าตั้งแต่ 1.1-1.8 หมื่นบาท/เดือน ซึ่งใกล้เคียงกับต้นทุนในการจ้างพนักงาน 1 คน แต่สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการฝึกฝนพนักงาน และลดความเสี่ยงที่จะเกิดข้อผิดพลาดจากการปฏิบัติงานโดยมนุษย์ลงได้

“การนำใช้หุ่นยนต์มาช่วยสนับสนุนภาคธุรกิจ ถือเป็นทางเลือกที่จะช่วยลดภาระต้นทุนให้กับผู้ประกอบการได้ในระยะยาว เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานให้ทันต่อความต้องการของลูกค้าในกรณีเร่งด่วน และยังสร้างโอกาสในการปรับตัวสู่การทำธุรกิจในยุคใหม่ ตลอดจนรองรับภาวะการขาดแคลนแรงงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต้องเร่งส่งเสริมความรู้ความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการถึงความสำคัญและแนวทางการนำหุ่นยนต์ในงานบริการมาปรับใช้ในภาคธุรกิจ และสามารถเข้าถึงการใช้งานเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะที่ผู้ประกอบการภาคเอกชนสามารถศึกษารูปแบบการใช้งานหุ่นยนต์ จากทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเป็นโอกาสในการนำเทคโนโลยีมาปรับเปลี่ยนและยกระดับศักยภาพของธุรกิจต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...