โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“K-JPX-A(A)” พาลุย “หุ้นแดนปลาดิบ” ที่โดดเด่น… ในดัชนี “TOPIX” ด้วยเงินแค่ 500 บาท !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 18 ธ.ค. 2568 เวลา 18.33 น. • เผยแพร่ 22 มี.ค. 2567 เวลา 07.21 น. • กฤษฎิ์ รัตนธีระธาดา

กองทุนติดดาว: กลับมาอีกครั้งกับคอลัมน์ประจำสัปดาห์อย่าง “กองทุนติดดาว”กองทุนที่ได้เรทติ้ง Morningstar 5 ดาว”จัดเป็นกองทุนหัวกะทิที่มี ‘ผลตอบแทนปรับด้วยความเสี่ยง’(Risk-adjusted returns)ดีสุด 10% แรกของกลุ่ม ตามสูตรลับเฉพาะของคนกลางอย่าง Morningstar”ซึ่งเป็นองค์กรที่จัดอันดับกองทุนรวมที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทั่วโลก
ครั้งนี้เป็นกองทุนในกลุ่ม
Japan Equity” ที่เน้นลงทุน “หุ้นญี่ปุ่น” ให้มีผลตอบแทนตามดัชนีตลาดหุ้นญี่ปุ่น “TOPIX”
หากจะพูดถึงตลาดหุ้นที่มีการปรับตัวขึ้นได้อย่างร้อนแรงในช่วงนี้ ก็คงต้องยอมรับว่าตลาดหุ้นญี่ปุ่นเป็นตลาดที่โดดเด่นที่สุดในปัจจุบัน
หนึ่งในสาเหตุของการสนับสนุนดัชนีก็คือศักยภาพการทำกำไรของบริษัทจดทะเบียนที่ได้รับอานิสงส์จากค่าเงินเยนอ่อนค่า ส่งผลให้รายได้ในการส่งออกต่างประเทศเพิ่มขึ้น
และแน่นอนว่าตลาดหุ้นที่มีการเติบโตได้อย่างโดดเด่น มักจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนด้วยเช่นกัน ดังนั้นในวันนี้ทาง
‘Wealthy Thai’ จึงมี “กองทุนรวมหุ้นญี่ปุ่น”** ที่น่าสนใจมาแนะนำกันในครั้งนี้

“K-JPX-A(A)” ลุยหุ้น “Blue Chip” ที่โดดเด่นใน “ตลาดหุ้นญี่ปุ่น”

โดยกองทุนรวมที่เราหยิบยกขึ้นมามีชื่อว่า “กองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นญี่ปุ่น-A ชนิดสะสมมูลค่า” หรือ “K-JPX-A (A)” ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของ ‘บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด’ และการทำผลงานที่โดดเด่นก็ทำให้กองทุนดังกล่าวได้รับการการันตีจาก “มอร์นิ่งสตาร์” ให้เป็น “กองทุน 5 ดาว” อีกด้วย
ในด้านของรายละเอียดของกองข้างต้นนั้น จะลงทุนในหุ้นต่างประเทศเป็นหลักหรือลงทุนผ่านหน่วยลงทุนในกองทุนต่างประเทศเพียงกองทุนเดียว ซึ่งได้จัดตั้งขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 27 เมษายน 2559 จนถึงปัจจุบัน (ณ วันที่ 19 มี.ค. 2567) มีมูลค่าสินทรัพย์สุทธิอยู่ 1,987,941,645 บาท และมูลค่าหน่วยลงทุนอยู่ที่ 21.43 บาทต่อหน่วย
“สำหรับนโยบายลงทุนจะลงทุนผ่านกองทุนหลัก ก็คือ NEXT FUNDS TOPIX Exchange Traded Fund ซึ่งเป็นกองทุนอีทีเอฟที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว และจะมีนโยบายการลงทุนที่มุ่งเน้นให้มีผลตอบแทนอิงไปตามดัชนีตลาดหุ้นญี่ปุ่น TOPIXซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นหุ้น Blue Chip ขนาดใหญ่ที่อยู่ในดัชนี Nikkei225 เช่นเดียวกัน”

หน้าตาพอร์ต…สไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง “หุ้นเติบโต” และ “หุ้นคุณค่า”

จากนโยบายลงทุนทำให้หน้าตาหุ้นในพอร์ตของกอง ‘K-JPX-A (A)’ มีบุคลิกของหุ้นสไตล์ “หุ้นใหญ่” ที่เป็นส่วนผสมระหว่าง“หุ้นเติบโต” (Growth) และ “หุ้นคุณค่า” (Value) เป็นสำคัญ
สำหรับหน้าตาพอร์ตของกองทุนหลัก (ณ วันที่ 29 มี.ค. 24) นั้น มีการกระจายเม็ดเงินลงทุนแบ่งแยกเป็น 5 อุตสาหกรรมที่มีน้ำหนักการลงทุนสูงสุด ประกอบไปด้วย

-เครื่องใช้ไฟฟ้า 17.0%
-อุปกรณ์ขนส่ง 9.1%
-เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร 7.3%
-ค้าส่ง 7.1%
-ธนาคารพาณิชย์ 7.1%
“โดยหุ้นที่ลงทุนมากสุด 3 อันดับแรก ก็เป็นที่รู้จักของนักลงทุนทั่วโลกเป็นอย่างดี เช่น TOYOTA MOTOR 5.1%, MITSUBISHI UFJ FINANCIAL GROUP,INC. 2.4% และ SONY GROUP CORPORATION 2.4% ตามลำดับ”

“ในแง่ผลการดำเนินงานย้อนหลังของกอง K-JPX-A(A) ตั้งแต่จัดตั้งกองทุน (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ม.ค. 24) นั้นเฉลี่ยอยู่ที่ 9.27%ต่อปี(ดัชนีชี้วัด 8.06% ต่อปี) ขณะที่ความผันผวนของความผลการดำเนินงานที่จะเฉลี่ยอยู่ที่ 15.95%ต่อปี(ดัชนีชี้วัด 16.50% ต่อปี) แต่อย่างไรก็ดีกองทุนก็เคยมีผลขาดทุนโดยในช่วง 5ปี โดยเคยมีผลขาดทุนสูงสุด (Maximum Drawdown) อยู่ที่ -30.40%

เงินลงทุนขั้นต่ำ “ครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” เพียง 500 บาท เท่านั้น

สำหรับนักลงทุนที่สนใจการลงทุน เงื่อนไขหรือมูลค่าขั้นต่ำของการ “ซื้อครั้งแรก” และ “ครั้งถัดไป” จะอยู่ที่ 500บาท ส่วนมูลค่าขั้นต่ำของการขายคืนจะอยู่ที่ 500บาทเช่นเดียวกัน ขณะที่ยอดคงเหลือขั้นต่ำจะอยู่ที่ 50บาท สำหรับระยะเวลาการรับเงินค่าขายคืนคือ 3 วันทำการหลังจากวันทำรายการขายคืน (T+3)

ส่วนช่องทางการซื้อขายสามารถทำได้ผ่านรูปแบบออฟไลน์อย่าง ธนาคารกสิกรไทยและผู้สนับสนุนการขายและรับซื้อคืนอื่นที่บริษัทได้แต่งตั้งขึ้น ขณะที่ช่องทางออนไลน์สามารถเปิดบัญชีและซื้อขายได้ผ่านแอพพลิเคชั่นอย่าง K-My Funds, K-Cyber และ KPLUS
“นักลงทุนหรือผู้อ่านที่สนใจการลงทุนใน ‘ตลาดหุ้นญี่ปุ่น’การใช้เครื่องมืออย่างกองทุนรวมก็ถือเป็นเครื่องทุ่นแรงได้เป็นอย่างดี ซึ่ง ‘K-JPX-A(A)’ที่มีนโยบายลงทุนในกองทุนอีทีเอฟ ก็ถือว่าเป็นตัวช่วยอีกชั้นให้นักลงทุนสามารถกระจายเงินลงทุนในหลักทรัพย์ที่หลากหลายมากขึ้นด้วยเงินลงทุนที่ไม่มาก ก็สามารถลงทุนในหุ้นญี่ปุ่นที่เป็นหุ้น Blue Chip ได้ทั้งตะกร้าเลยทีเดียว”
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...