#COP29 ไทยเร่งลดก๊าซเรือนกระจกให้ต่ำกว่า 270 ล้านตันคาร์บอนเทียบเท่า
#COP29 ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถ้อยแถลงใน COP29 ชี้ไทยวางเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจกให้เพิ่มสูงขึ้น
.
ที่การประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 29 หรือ COP29 ณ เมืองบากู สาธารณรัฐอาเซอร์ไบจาน วันที่ 19 พฤศจิกายน 2567 ดร. เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้เป็นตัวแทนประเทศกล่าวถึงเป้าหมายการลดก๊าซของประเทศ และอัพเดทการดำเนินการต่าง ๆ เพื่อไปสู่เป้าหมายนั้น
โดยใจความสำคัญจะมีเรื่องของ #ปัญหาที่ประเทศไทยเผชิญ
ทั้งภัยพิบัติด้านสภาพอากาศอากาศร้อนที่มีอุณหภูมิสูงสุดถึง 43 องศาเซลเซียส พายุฝนรุนแรงจนเกิดน้ําท่วม น้ําป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ทําให้เกิดความสูญเสียและเสียหายต่อชีวิต ทรัพย์สินของประชาชน และการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจอย่างร้ายแรง รวมถึงความสูญเสียทางความหลากหลาย ทางชีวภาพ เช่น หญ้าทะเล ที่ส่งผลต่อการลดลงของประชากรพะยูนกว่า 50% ในเวลาไม่ถึง 6 ปี
ท่านรัฐมนตรีชี้ว่า สิ่งที่ทําอยู่ยังไม่เพียงพอ กับการควบคุมอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกได้ ดังนั้น ประเทศไทยจึงวางเป้าหมายยกระดับการลดก๊าซเรือนกระจกให้เพิ่มสูงขึ้น โดยเร่งดําเนินงานไปสู่ NDC 3.0 เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จากทุกภาคส่วนของการพัฒนาเศรษฐกิจ ให้ต่ำกว่า 270 ล้านตัน คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ภายในปี 2035 จากปีฐาน 2019 ซึ่งจะมุ่งสู่การลดก๊าซเรือนกระจก จากค่าการปล่อยจริง ควบคู่ไปกับการจัดทําแผนการลงทุนสีเขียว เพื่อรองรับ NDC 3.0 รวมถึงเร่งเพิ่มการดูดกลับของภาคป่าไม้ที่ 120 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์ เทียบเท่า ภายในปี ค.ศ. 2037
#การปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
มุ่งเน้นบูรณาการแผนการปรับตัวระดับชาติ ให้เชื่อมโยงกับการดําเนินงานระดับท้องถิ่น อย่างเป็นรูปธรรมใน 6 สาขา ได้แก่ การจัดการน้ํา การเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร การท่องเที่ยว การสาธารณสุข การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และการตั้งถิ่นฐานและ ความมั่นคงของมนุษย์ โดยเฉพาะการพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้า เพื่อจัดการปัญหา การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ให้แก่ประชาชนระดับพื้นที่ รวมไปถึงการเร่งฟื้นฟู และคุ้มครองความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลและชายฝั่ง
#ผลักดันพระราชบัญญัติการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
เพื่อสร้างการดําเนินงานอย่างสมดุล ทั้งด้านกลไกราคาคาร์บอน และกองทุนการเงิน เพื่อสภาพภูมิอากาศ เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทย ให้สามารถพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม คาร์บอนต่ำ ที่มีภูมิคุ้มกันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างยั่งยืน
“ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า การประชุมคราวนี้ เราจะได้ข้อตัดสินใจในการระดมเงิน ตามเป้าหมายทางการเงินใหม่ รวมถึงจะได้ความชัดเจนเกี่ยวกับกฎเกณฑ์ แนวทาง และข้อกําหนดในการเข้าถึงกองทุนเพื่อความสูญเสียและความเสียหาย เพื่อช่วยให้ประเทศกําลังพัฒนาและประเทศกลุ่มเปราะบาง มีขีดความสามารถในการขับเคลื่อนการดําเนินงาน ได้อย่างรวดเร็วและเต็มประสิทธิภาพ ตลอดจนมีศักยภาพในการเผชิญความเสียงจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างเหมาะสม ผมเชื่อว่า การอยู่รวมกันของทุกคน ณ สถานที่แห่งนี้จะเป็นห้วงเวลาสําคัญ ในการกําหนดทิศทางดําเนินงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านไปสู่ความสําเร็จตามเป้าหมาย ของความตกลงปารีสได้อย่างแข็งแกร่งและมั่นคง สุดท้ายนี้ ผมขอเรียกร้องให้ประชาคมโลก มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และแสดงความมุ่งมั่นอย่างจริงใจที่จะร่วมกันรักษาโลกใบนี้ ให้คงอยู่เพื่อให้เราทุกคนและอนุชนรุ่นต่อไปที่พวกเรารัก ได้อาศัยอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป”