โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เครื่องเสียงรถยนต์ใน Luxury Car (2) / เครื่องเสียง : พิพัฒน์ คคะนาท

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 03 มี.ค. 2565 เวลา 08.22 น. • เผยแพร่ 05 มี.ค. 2565 เวลา 13.00 น.

เครื่องเสียง

พิพัฒน์ คคะนาท

pipat.cacanaat@gmail.com

 

เครื่องเสียงรถยนต์

ใน Luxury Car (2)

 

ช่วงสองสามปีให้หลังมานี่, บรรดารถหรูจำพวก Luxury Car ได้หันมาจับมือกับค่ายเครื่องเสียง Hi-End เพื่อนำเสนอและติดตั้งอุปกรณ์ระบบที่ให้สาระและความบันเทิงจำพวก Infotainment System ให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ

ดังที่ได้บอกเที่ยวก่อนนั่นแหละครับ ว่ามีทั้ง Bentley, Porsche และ Jaguar ซึ่งเท่าที่รวบรวมมาได้พบว่ามีมากกว่านั้นอีก

และส่วนใหญ่พบว่าเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรือ EV : Electric Vehicle แบบ 100%

และว่ากันว่า การฟังเพลงในรถยนต์ไฟฟ้าจะได้อรรถรสและความสุนทรีย์มากกว่าการฟังเสียงเพลง เสียงดนตรี ในรถยนต์ที่ใช้พลังงานจากน้ำมัน

ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เนื่องเพราะในห้องโดยสารรถไฟฟ้านั้นจะไม่มีเสียงรบกวน หรือ Noise อันเนื่องมาจากการทำงานของเครื่องยนต์นั่นเอง

 

มาเริ่มกันที่ค่ายรถ Jaguar กับรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของค่าย คือ I-Pace

เลือกจับมือกับค่ายเครื่องเสียงในถิ่นบริติชด้วยกัน คือ Meridian-Audio ด้วยการติดตั้งชุด Meridian Surround Sound System ซึ่งปกติแล้วมีราคาสูงกว่าชุด Meridian Sound System ที่ติดตั้งเป็นอุปกรณ์ระบบเสียงมาตรฐานในรถรุ่น S-Type และ SE-Type โดยสิ่งที่ได้เพิ่มก็คือกำลังขับรวมจาก 380W เป็น 825W และลำโพงเพิ่มจ่าก 11 ตัว เป็น 15 ตัว

โดยลำโพงที่เพิ่มเข้ามาเป็นชุดลำโพงเซอร์ราวด์ด้านหลัง และลำโพงเซ็นเตอร์แบบโคแอ็กเชียล นอกจากนี้ ยังเพิ่มสับ-วูฟเฟอร์ที่มีคุณสมบัติเฉพาะซึ่งเรียกว่า Air-Fresh อันทรงพลังเข้ามาในระบบด้วย โดยให้การทำงานตั้งแต่ย่านความถี่ที่ต่ำกว่า 60Hz ลงไป เป็นสับ-วูฟเฟอร์ที่ได้รับการยกย่องว่าเปี่ยมประสิทธิภาพยิ่งนัก

ทั้งซิสเต็มร่วมกันรังสรรค์คุณภาพเสียงด้วยเทคโนโลยี Trifield Audio ที่เป็นสิทธิบัตรเฉพาะ ให้สัมผัสอรรถรสของเสียงได้อย่างสมจริง อุดมไปด้วยรายละเอียด มีสมดุลเสียงอันยอดเยี่ยมจากการทำงานที่สอดประสานกันเป็นอย่างดีของลำโพงแต่ละตัว ทั้งยังให้โทนเสียงที่มีความเป็นธรรมชาติสูงมาก

นอกจาก Jaguar แล้ว ระบบเสียงของ Meridian Audio ยังถูกเลือกใช้โดยค่ายรถชั้นนำอย่าง Land Rover, KIA, HiPhi (แบรนด์ของค่าย Human Horizon ที่เน้นพัฒนายานยนต์พลังงานใหม่ รถรุ่นแรกของค่ายนี้คือ HiPhi X เปิดตัวไปเมื่อประมาณสามปีที่แล้ว) และ Rivian Automotive อีกค่ายผลิตรถพลังงานไฟฟ้าสัญชาติอเมริกัน

 

จากค่ายรถในสหราชอาณาจักร ไปดูค่ายเพื่อนบ้านทางแถบนั้นที่เน้นการทำ Super Car ออกมาเป็นหน้าเป็นตาของแบรนด์กันดูบ้าง นั่นก็คือ Porsche จากเยอรมนีครับ และแน่นอนว่าเมื่อคิดจะเลือกค่ายเครื่องเสียงมาเป็นพันธมิตรเพื่อวางระบบเสียงให้กับรถของตนแล้วละก็ ย่อมต้องเลือกจากค่ายในถิ่นเดียวกัน เพราะในเยอรมนีนั้นค่ายเครื่องเสียงระดับแถวหน้าของโลกในกลุ่ม Hi-End และ Super Hi-End ก็ไม่น้อยหน้าใครแถบไหนอยู่แล้ว

สุดท้ายหวยมาออกที่แบรนด์ Burmester ซึ่งกับเครื่องเสียงค่ายนี้ จำได้ว่าแรกเห็นเข้ามาในบ้านเราใหม่ๆ ที่บ้านของ ‘เสี่ยเปา’ เจ้าของห้าง Excel Hi-Fi เมื่อสักสี่สิบปีที่แล้วนั้น ให้อุทาน – ว้าว, อยู่ในใจ เพราะความสวยชนิดที่ไม่เคยพานพบมาก่อนในยุทธจักรนี้

ทั้งยังทึ่งกับงานออกแบบโดยเฉพาะปรีแอมป์ ที่มีโครงสร้างในลักษณะ Module Construction คือที่แผงหลังมีช่องเสียบโมดูลเฉพาะของภาคการทำงานต่างๆ เพื่อว่าต้องการเล่นอะไรก็ให้ซื้อเฉพาะโมดูลนั้นๆ มาใช้ เช่น อยากจะใช้ฟังแผ่นไวนีลอย่างเดียว ก็ซื้อเฉพาะ Phono Module มาใช้ ไม่ต้องเสียเงินให้กับภาคการทำงานอื่นๆ ด้วย

ซึ่งนับว่าเป็นแนวคิดที่ล้ำมากในยุคนั้น และเพิ่งมาเห็นอีกครั้งก็เป็นเครื่องจากค่าย NAD ในช่วงสิบปีที่ผ่านมานี้เอง

ชุดเครื่องเสียง Burmester Hi-End Surround Sound System ที่ใช้ติดตั้งใน Porsche 911 ประกอบไปด้วยชุดลำโพงคุณภาพสูงจำนวน 13 ตัว ซึ่งโดดเด่นด้วยทวีตเตอร์ AMT : Air Motion Transformers ที่ผู้ออกแบบและผลิตอ้างว่าให้ความเที่ยงตรงที่แม่นยำสูงมาก มาพร้อมระบบ Sound Conditioner ที่ใช้เทคโนโลยี Noise Compensation ลำโพงทั้งหมดถูกขับด้วยพลังเสียงโดยรวม 855W สามารถเลือกโหมดรับฟังเสียงได้ 5 รูปแบบ ที่แตกต่างกัน ประกอบไปด้วย Pure, Smooth, Live, Surround และ Surround Enhance ที่ต่างมีคุณสมบัติในการให้คุณลักษณะเสียงออกมาได้อย่างเหมาะควรตามแต่ละรูปแบบที่เลือก

อย่างไรก็ตาม หากผู้ใช้รถไม่ได้สนใจหรือเอาจริงเอาจังในเรื่องนี้สักเท่าไรนัก Porsche 911 ก็มีระบบเสียงมาตรฐานของ Bose ติดตั้งให้ ซึ่งประกอบไปด้วยลำโพง 12 ตัว กับพลังขับรวม 570W โดยผู้สันทัดกรณีให้ความเห็นว่าเป็นชุดที่คุ้มกับราคาที่จ่าย แต่ไม่สามารถเทียบคุณภาพเสียงกับซิสเต็มของ Burmester ได้เลย ไม่ว่าจะในแง่ของรายละเอียด เวทีเสียง รวมทั้งไดนามิก และเบสที่กระชับแน่น ซึ่งล้วนแล้วแต่ทำให้การฟังเสียงเพลง เสียงดนตรี มีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น และแน่นอนว่าย่อมให้ความสุนทรีย์ในการฟังเพิ่มมากขึ้นไปอีก

แต่สุดท้ายแล้วมันมีตัวแปรสำคัญที่ลดทอนความสุนทรีย์ทั้งมวลนั้นอย่างน่าเสียดาย นั่นก็คือภายในห้องโดยไม่สามารถกักกั้นเสียงรบกวนจากภายนอกได้เท่าที่ควรนั่นเอง

 

ค่ายรถเยอรมันอีกรายที่ติดตั้งระบบเสียงของ Burmester คือ Mercedes-Benz โดยติดตั้งชุด Hi-End 3D Surround Sound System ในรถตระกูล S-Class

มาที่ค่ายรถหรูของสหราชอาณาจักรอีกรายอย่าง Bentley ไปดูกันว่าติดตั้งระบบเสียงของใครให้กับรถรุ่น Flying Spur ที่ราคาขายในบ้านเราคันละกว่ายี่สิบล้าน (บาท) และพบว่าเป็นค่ายเครื่องเสียงระดับ Hi-End แถวหน้าๆ ของวงการ ที่อยู่แถบใกล้ๆ กันนั่นแหละครับ คือ Naim Audio

และในรถรุ่นที่ว่านั้นระบบเสียงที่ Naim ใส่ให้ประกอบไปด้วยชุดลำโพง 21 ตัว กับพลังขับโดยรวม 2,200W พร้อมระบบควบคุมการทำงานและปรับแต่งที่สมบูรณ์ในทุกตำแหน่ง เพื่อให้ได้คุณภาพเสียงที่เหมาะสมที่สุด ผ่านการทำงานในส่วนที่เป็นหัวใจของระบบ คือชุดตัวขับเสียงที่เรียกว่า BMR : Balanced Mode Radiator ซึ่งมีอยู่ในระบบ 9 ชุดด้วยกัน ที่ช่วยให้สามารถถ่ายทอดความเป็นเลิศของเสียงออกมาได้อย่างไร้ที่ติโดยสิ้นเชิง

โดยภาพรวมของเสียงที่ให้ออกมานั้นกระฉับกระเฉง ว่องไว ปราดเปรียว ให้การตอบสนองต่อสัญญาณฉับพลันได้อย่างยอดเยี่บยม ขณะเดียวกันก็เป็นน้ำเสียงที่ประณีต ละอียดอ่อน พรั่งพร้อมไปด้วยรายละเอียดของแต่ละเส้นเสียงอย่างชัดเจน น่าฟังยิ่ง ขณะที่ให้เบสออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ เปี่ยมไปด้วยพลัง ทั้งยังมีคุณสมบัติที่เอื้อต่อการใช้งานมากมายยิ่งนัก สมกับเป็นชุดระบบเสียงระดับ Premium อย่างแท้จริง

สำหรับรถรุ่น Continental GT ซึ่งมีราคาย่อมลงมา (บ้านเราขายอยู่คันละใกล้ๆ ยี่สิบล้าน) นั้น มาด้วยชุดระบบเสียงมาตรฐานที่ Naim ออกแบบมาเพื่อติดตั้งใน Bentley โดยเฉพาะ ซึ่งประกอบไปด้วยลำโพง 10 ตัว แอมปลิไฟเออร์แบบ 11 แชนเนล ให้กำลังขับรวม 650W

ยังไม่หมดครับ ขอต่อเที่ยวหน้าอีกสักตอนกับระบบเสียงในรถหรูอีกสามสี่คัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...