โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ทองนิวยอร์ก” รีบาวด์ 1% รับแรงซื้อทำกำไรหลังร่วงหนัก

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 03 พ.ค. 2568 เวลา 02.35 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าราคาสัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกในวันศุกร์ที่ 2 พฤษภาคม โดยนักลงทุนเข้าซื้อเก็งกำไรหลังจากราคาทองคำร่วงลงแตะระดับต่ำสุดในรอบสองสัปดาห์เมื่อวันก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ทองคำยังคงปรับตัวลดลงรายสัปดาห์ติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สอง ท่ามกลางปัจจัยกดดันจากแนวโน้มการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่เริ่มผ่อนคลาย และตัวเลขจ้างงานสหรัฐฯ ที่แข็งแกร่งกว่าคาด

สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิถุนายน ปรับขึ้น 21.10 ดอลลาร์ หรือ 0.65% ปิดที่ระดับ 3,243.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยตลอดทั้งสัปดาห์ ราคาทองคำร่วงลงถึง 2.6% หลังจากเคยแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 3,500.05 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 22 เมษายน ก่อนจะดิ่งลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 14 เมษายนในช่วงกลางสัปดาห์

กระทรวงพาณิชย์ของจีนเปิดเผยว่า สหรัฐฯ ได้แสดงความตั้งใจหลายครั้งที่จะเปิดการเจรจาด้านภาษีนำเข้า และจีนเองก็ยังพร้อมเปิดรับการเจรจา ซึ่งสะท้อนแนวโน้มความตึงเครียดที่ลดลง และลดความต้องการถือครองทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย

นักวิเคราะห์เตือนว่า ระดับ 3,500 ดอลลาร์อาจกลายเป็นจุดสูงสุดระยะสั้นของราคาทองคำ โดยเฉพาะหากบรรยากาศความเสี่ยงในตลาดเริ่มดีขึ้น พร้อมระบุว่าตลาดยังจับตาความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีจากรัฐบาลทรัมป์ ซึ่งอาจมีผลต่อการกำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ยและตลาดการเงินในระยะถัดไป

ด้านข้อมูลเศรษฐกิจ กระทรวงแรงงานสหรัฐฯ รายงานการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนเมษายนเพิ่มขึ้น 177,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 130,000 ตำแหน่ง ส่งผลให้นักลงทุนลดโอกาสคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนมิถุนายน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีจึงปรับตัวขึ้น ซึ่งส่งผลลบต่อทองคำที่ไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย

นักวิเคราะห์เตือนว่า หากแรงซื้อทองคำลดลงต่อเนื่อง ราคาทองอาจอ่อนตัวหลุดแนวรับสำคัญที่ระดับ 3,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...