โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

คลัง เตรียมอัดฉีด 5 แสนล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ ไม่ห่วงแม้หนี้สาธารณะพุ่ง 80% ของจีดีพี

The Bangkok Insight

อัพเดต 23 เม.ย. 2568 เวลา 12.30 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. 2568 เวลา 12.30 น. • The Bangkok Insight

คลัง เตรียมอัดฉีด 5 แสนล้านบาท กระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ เพิ่มกำลังซื้อ การบริโภค ลงทุน ไม่ห่วงแม้หนี้สาธารณะพุ่ง 80% ของจีดีพี

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อเศรษฐกิจไทยชะลอตัวจากปัญหาสงครามทางการค้า ทำให้กองทุน IMF และหน่วยงานอื่นๆ ปรับลด GDP ไทยเติบโต 1.8% ในปี 2568 จากเดิม 2.5-3% หรือค่ากลาง 2.8 % ซึ่งกระทรวงการคลังคาดหวังว่า ไตรมาสแรกปี 2568 จีดีพีอาจโต 3%

ดังนั้น เพื่อให้เศรษฐกิจโตต่อเนื่อง จึงต้องเร่งแก้ปัญหาการนำเข้า-ส่งออก ด้วยการเจรจากับสหรัฐฯ การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านหลายมาตรการ ด้วยการอัดฉีดเม็ดเงินสู่ระบบ 5 แสนล้านบาท

กระตุ้นเศรษฐกิจ

อัดฉีด 5 แสนล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจ

ขณะนี้กระทรวงการคลังและสภาพัฒน์ กำลังเร่งศึกษาหามาตรการที่เหมาะสม และใช้โอกาสนี้ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ผ่านการเพิ่มกำลังซื้อ กระตุ้นการบริโภค การลงทุน ซึ่งต้องเป็นโครงการขนาดใหญ่พอ และตอบสนองความต้องการของประชาชน เอสเอ็มอี ภาคเอกชน เพื่อทำให้เกิดทางการลงทุนเพิ่ม เกิดการจ้างงานเพิ่ม ทดแทนรายได้การส่งออกที่สูญเสียไปจากปัญหาเศรษฐกิจโลกชะลอตัว เมื่อมีแผนการลงทุนให้ชัดเจน จะดึงดูดต่างชาติให้เข้ามาลงทุน มั่นใจว่าไทยมีความพร้อม ทั้งทำเลที่ตั้ง พื้นฐานเศรษฐกิจที่ดี พืชเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง

มองว่าไทยผ่านมาแล้ว ทั้งวิกฤติต้มยำกุ้งปี 40 , โควิด-19 ปัญหาจาก ‘ภาษีทรัมป์’ครั้งนี้ เจอกันทุกประเทศทั่วโลก เชื่อว่าจะผ่านปัญหานี้ไปได้

ทั้งนี้ คาดว่าจะสรุปมาตรการทั้งหมดในเร็วๆ นี้ เพื่อปรับแผนโอนเงิน การลงทุน ช่วยกลุ่มเป้าหมาย เพื่อกsะตุ้นเศรษฐกิจในช่วงเวลาที่เหมาะสม ผ่านการอัดฉีดเงินฟื้นเศรษฐกิจ 5 แสนล้านบาท

นายพิชัย ชุณหวชิร

หนี้สาธารณะพุ่ง จาก 64% เป็น 80% ของจีดีพี

ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า คลังและสภาพัฒน์ กำลังเร่งศึกษาหามาตรการมาฟื้นเศรษฐกิจ ผ่านมาตรการฟื้นเศรษฐกิจวงเงิน 5 แสนล้านบาท ซึ่งสามารถทำได้หลายวิธี ทั้งการปรับแผนงบประมาณรายจ่ายปี 2568/2569 เพราะขณะนั้น ยังไม่มีปัญหาสงครามเศรษฐกิจ ทรัมป์ขึ้นภาษี , แนวทางการใช้แบงก์รัฐปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ , การจัดหาแหล่งเงินนอกงบประมาณ หรือการกู้เงินในประเทศ ที่มีสภาพคล่องยังสูงอยู่ เพราะกฎหมายยังให้อำนาจกู้เงินเพิ่มเติมได้

นายลวรณยอมรับว่าการกู้เงิน หรือใช้เงินอัดฉีดสู่ระบบครั้งนี้ 5 แสนล้านบาท อาจทำให้หนี้สาธารณะจากปัจจุบัน 64% ของจีดีพีเพิ่มเป็น 80% ของจีดีพี แต่การเป็นหนี้ไม่ได้น่ากลัว ต้องดูว่านำไปใช้ทำอะไร จะหาแหล่งเงินมาอย่างไร และมีแผนใช้คืนอย่างไร นี่คือสิ่งที่ต่างชาติมอง เพราะหลายประเทศหนี้สาธารณะสูง แต่บริหารจัดการได้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...