โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

สิ้นมนต์ขลัง หรือ แพงไป ? ธุรกิจญี่ปุ่นแห่ถอนสปอนเซอร์โอลิมปิก

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 11 ต.ค. 2567 เวลา 02.21 น. • เผยแพร่ 11 ต.ค. 2567 เวลา 02.21 น.

คอลัมน์ : Market Move

โอลิมปิก อาจกำลังหมดมนต์ขลังในสายตาของยักษ์ธุรกิจสัญชาติญี่ปุ่น เมื่อธุรกิจใหญ่อันดับต้น ๆ ของญี่ปุ่น ทั้งโตโยต้า, พานาโซนิค และบริดจสโตน ต่างพากันประกาศถอนตัวจากการเป็นสปอนเซอร์ของมหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติรายการนี้ แม้บางรายจะเป็นสปอนเซอร์ต่อเนื่องมานานหลายสิบปีแล้วก็ตาม

สื่อญี่ปุ่นหลายสำนักรายงานว่า 3 ยักษ์ธุรกิจของญี่ปุ่น ทั้งโตโยต้า มอเตอร์, พานาโซนิค โฮลดิ้ง และบริดจสโตน พร้อมใจกันยกเลิกสัญญาการเป็นสปอนเซอร์การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก

เนื่องจากตำแหน่งท็อปสปอนเซอร์ที่ทั้ง 3 บริษัทเคยถืออยู่นั้นไม่เพียงต้องแลกมาด้วยเม็ดเงินก้อนใหญ่ แต่ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามูลค่าของเม็ดเงินก้อนนี้ยังสูงขึ้นแบบก้าวกระโดดไปหลายสิบเท่าอีกด้วย

“โทโมฮารุ สึรุดะ” อดีตผู้บริหารของเด็นสุ เอเยนซี่โฆษณารายใหญ่ และเป็นผู้มีส่วนช่วยพานาโซนิคเซ็นสัญญาสปอนเซอร์โอลิมปิกปีแรกเมื่อ 36 ปีก่อน ให้ความเห็นในเรื่องนี้กับนิกเคอิ เอเชียว่า ค่าใช้จ่ายในการรักษาสิทธิสปอนเซอร์เป็นหนึ่งในสาเหตุการแห่ถอนตัวของบรรดาธุรกิจญี่ปุ่น หลังปัจจุบันค่าใช้จ่ายในการเป็นสปอนเซอร์โอลิมปิกพุ่งสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด ระดับ 10-20 เท่าจากยุคก่อน

โดยท็อปโอลิมปิกสปอนเซอร์ (Top Olympic Sponsors) แต่ละรายอาจต้องทุ่มเงินมากถึง 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อการแข่งขันแต่ละรอบ ทำให้ความคุ้มค่าของการเข้าเป็นสปอนเซอร์ลดลงอย่างรวดเร็ว

ส่วนอีกสาเหตุเป็นเพราะโพซิชั่นของบริษัทญี่ปุ่นเปลี่ยนแปลงไป ตัวอย่าง เช่น พานาโซนิค ซึ่งเข้าเป็นสปอนเซอร์เพื่อสร้างการรับรู้แบรนด์ในตลาดโลก พร้อมเพิ่มยอดขายอุปกรณ์ออกอากาศ แต่ปัจจุบันชื่อ พานาโซนิค เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกแล้ว และอุปกรณ์ออกอากาศไม่ใช้สินค้าหลักของบริษัทอีกต่อไป ทำให้การเป็นสปอนเซอร์ไม่ได้ผลประโยชน์เท่าเดิมแล้ว

การคาดการณ์นี้สอดคล้องกับเหตุผลการไม่ต่อสัญญาสปอนเซอร์ของบริดจสโตนที่ระบุว่า กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ของบริษัทเปลี่ยนแปลงไป และต้องการกลับมามุ่งมั่นในแพลตฟอร์มมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกมากขึ้น

ขณะเดียวกัน หลายฝ่ายคาดว่าอีกสาเหตุของการถอนตัวอาจมาจากปัญหาหลายจุดที่เกิดขึ้นในช่วงการจัดโตเกียว โอลิมปิก เมื่อปี 2021 ไม่ว่าจะเป็นการเลื่อนกำหนดจัดการออกไปถึง 1 ปี, การไม่อนุญาตให้ผู้ชมเข้าชมการแข่งซึ่งกระทบต่อโอกาสสร้างการรับรู้แบรนด์ของเหล่าสปอนเซอร์ ไปจนถึงข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับการคอร์รัปชั่น

ความกังวลในประเด็นนี้สะท้อนชัดจากท่าทีของโตโยต้า ซึ่งตัดสินใจไม่ฉายภาพยนตร์โฆษณาธีมโอลิมปิกทางทีวีญี่ปุ่น ตลอดช่วงการแข่งขันโตเกียว โอลิมปิก ขณะเดียวกัน ประธานคณะกรรมการบริหารของโตโยต้า มอเตอร์ ยังกล่าวในระหว่างการประชุมตัวแทนจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาว่า เป้าหมายของคณะกรรมการโอลิมปิกสากลนั้นไม่สอดคล้องกับเป้าหมายของโตโยต้า

อย่างไรก็ตาม โตโยต้ายืนยันว่า บริษัทจะยังให้การสนับสนุนด้านการเงินแก่นักกีฬาโอลิมปิก และพาราลิมปิกต่อไปแน่นอน

การถอนตัวในเวลาไล่เลี่ยกันของทั้ง 3 บริษัทญี่ปุ่นในครั้งนี้ ทำให้ปัจจุบันไม่มีบริษัทญี่ปุ่นอยู่ในรายชื่อสปอนเซอร์กีฬาโอลิมปิกอีกต่อไป

การถอนตัวของบริษัทญี่ปุ่น ยังเกิดขึ้นในกีฬาอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน อาทิ ฟุตบอลโลก ซึ่งเมื่อปี 2002 มีแบรนด์ญี่ปุ่นเป็นท็อปสปอนเซอร์ 5 ราย แต่นับตั้งแต่การถอนตัวของโซนี ในปี 2014 ก็ไม่มีบริษัทญี่ปุ่นในรายชื่อสปอนเซอร์อีกเลย

ในทางตรงกันข้าม บริษัทญี่ปุ่นมีแนวโน้มหันไปเป็นสปอนเซอร์การแข่งขันกีฬารายการเล็กลงและมีค่าใช้จ่ายถูกลง รวมถึงมีกลุ่มผู้ชมเฉพาะพื้นที่ชัดเจนแทน เช่น การแข่งขันกรีฑาชิงแชมป์โลก (World Athletics Championships) ที่มีโซนี่, เอสิกส์, ไซโก้ และอื่น ๆ เป็นสปอนเซอร์ กับรักบี้เวิลด์คัพ ซึ่งอาซาฮี บริวเวอร์รี่ เข้าเป็นสปอนเซอร์เมื่อปี 2023 ซึ่งต่างเป็นการแข่งขันที่ได้รับความนิยมในยุโรป และโอเชียเนีย

ทั้งนี้ ขณะที่ธุรกิจญี่ปุ่นถอนตัวจากการเป็นสปอนเซอร์กีฬาโอลิมปิกนั้น ธุรกิจจีนกลับเดินหน้าเข้าเป็นสปอนเซอร์ มหกรรมกีฬารายการนี้อย่างต่อเนื่องแทน

ความเปลี่ยนแปลงนี้อาจสะท้อนถึงวัฏจักรของวงการธุรกิจญี่ปุ่น ซึ่งพยายามมุ่งจับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้น ตามรูปแบบของธุรกิจซึ่งเป็นที่รู้จักในวงกว้างแล้ว และกลุ่มสินค้า-บริการที่เปลี่ยนไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สิ้นมนต์ขลัง หรือ แพงไป ? ธุรกิจญี่ปุ่นแห่ถอนสปอนเซอร์โอลิมปิก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...