โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แจ้งผู้ส่งออกปรับพิกัดศุลกากรภายใต้ความตกลงอาเซียน–ญี่ปุ่น

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 23 ก.พ. 2566 เวลา 15.49 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. 2566 เวลา 08.39 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

นนทบุรี 23 ก.พ. – กรมการค้าต่างประเทศออกประกาศกรมการค้าต่างประเทศฉบับใหม่ รองรับการปรับพิกัดศุลกากรจากระบบฮาร์โมไนซ์ (Harmonize System : HS) 2002 เป็น HS 2017 สำหรับกฎถิ่นกำเนิดเฉพาะรายสินค้าในการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าภายใต้ความตกลงอาเซียน-ญี่ปุ่น บังคับใช้ 1 มีนาคม 2566 นี้

นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2566 กรมการค้าต่างประเทศได้ออกประกาศกรมการค้าต่างประเทศบังคับใช้กับการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าตามความตกลงอาเซียน-ญี่ปุ่น (Certificate of Origin-Form AJ) ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงพิกัดศุลกากรของกฎถิ่นกำเนิดเฉพาะรายสินค้า (Product Specific Rules : PSRs) จากระบบฮาร์โมไนซ์ (Harmonize System : HS) 2002 เป็น HS 2017 โดยประกาศกรมการค้าต่างประเทศจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2566 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ การปรับกฎถิ่นกำเนิดเฉพาะรายสินค้าภายใต้ความตกลงอาเซียน-ญี่ปุ่นในครั้งนี้ ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี ตั้งแต่ความตกลงอาเซียน-ญี่ปุ่น มีผลใช้บังคับในปี 2551 โดยกรมการค้าต่างประเทศได้ส่งเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าร่วมเจรจาปรับโอนพิกัดศุลกากรของกฎถิ่นกำเนิดเฉพาะรายสินค้าจาก HS 2002 เป็น HS 2017 ร่วมกับประเทศภาคีสมาชิกอาเซียน-ญี่ปุ่น โดยมุ่งเน้นการเจรจาเพื่อให้กฎถิ่นกำเนิดเฉพาะรายสินค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงของพิกัดศุลกากรได้คงไว้ซึ่งสิทธิตามหลักเกณฑ์เดิมและสะท้อนกับกระบวนการผลิตที่เป็นปัจจุบันมากที่สุด จนประเทศสมาชิกได้สรุปผลลัพธ์การเจรจาในช่วงปลายปี 2565 และขณะนี้กรมการค้าต่างประเทศได้ดำเนินการเพื่อรองรับการมีผลบังคับใช้กฎถิ่นกำเนิดเฉพาะรายสินค้าดังกล่าว ได้แก่ การออกประกาศกรมการค้าต่างประเทศฉบับใหม่ การจัดเตรียมระบบการตรวจคุณสมบัติทางด้านถิ่นกำเนิด และระบบการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า (Form AJ) เรียบร้อยแล้ว พร้อมให้ผู้ส่งออกใช้งานได้ในวันที่ 1 มีนาคม 2566

อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นถือเป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญของไทย ซึ่งปัจจุบันไทยและญี่ปุ่นมีความตกลงทางการค้าที่บังคับใช้ร่วมกันทั้งสิ้น 3 ฉบับ ได้แก่ ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจอาเซียน-ญี่ปุ่น (AJCEP) ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA) และความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) ซึ่งสิ่งสำคัญที่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องรู้เพื่อใช้สิทธิประโยชน์ทางการค้า คือ เรื่องของกฎถิ่นกำเนิดสินค้าและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องในการออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าของแต่ละความตกลง สำหรับการนำไปใช้สิทธิลดหย่อนหรือยกเว้นภาษีนำเข้า ณ ประเทศปลายทาง โดยในปี 2565 มีผู้ส่งออกยื่นขอออกหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า Form AJ เพื่อนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีภายใต้ความตกลงอาเซียน-ญี่ปุ่น คิดเป็นมูลค่า 392.69 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นร้อยละ 11.08 (ปี 2564 มูลค่า 353.53 ล้านเหรียญสหรัฐ)

โดยมีรายการสินค้าที่มีมูลค่าการใช้สิทธิฯ 5 อันดับแรก ได้แก่ แผ่นแถบทำด้วยอะลูมิเนียมเจือ กุ้งปรุงแต่ง ปลาแมคเคอเรลปรุงแต่ง ปลาซาร์ดีนปรุงแต่ง และกางเกงชั้นในชนิดบรีฟและกางเกงชั้นในของสตรีหรือเด็กหญิง ทำด้วยเส้นใยประดิษฐ์ ถักแบบนิตหรือแบบโครเชต์ และเมื่อความตกลง FTA ต่างๆ มีผลบังคับใช้แล้ว กรมฯ ได้ติดตามการใช้สิทธิประโยชน์ เพื่อปรับปรุงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับกฎถิ่นกำเนิดและรูปแบบการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าให้สอดคล้องกับการค้าในปัจจุบัน.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...