โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

ไขข้อสงสัยทำไมกินโซเดียมเยอะ ทำให้ตัวบวม

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 16 ก.ค. 2567 เวลา 14.39 น.

ไขข้อสงสัยทำไมกินโซเดียมเยอะ ทำให้ตัวบวม

รู้หรือไม่คะว่าอุปสรรคของการมีรูปร่างที่ดี เริ่มต้นจากพฤติกรรมการกินของเรา หากเราไม่ควบคุมอาหาร และชอบกินอาหารเค็ม รสจัดจ้าน โซเดียม นอกจากอาจจะไม่ทำให้น้ำหนักลดแล้ว แถมน้ำหนักอาจขึ้นอีกด้วย บทความนี้จะชวนมาไขข้อสงสัยทำไมกินโซเดียมเยอะ ทำให้ตัวบวม กันค่ะ

โซเดียมคืออะไร?

โซเดียม” หรือ เกลือแร่ เป็นสารอาหารที่มีความสำคัญต่อร่างกาย ร่างกายของคนเราต้องการโซเดียมในปริมาณ 1,500 มิลลิกรัม/วัน แต่ต้องได้รับไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัม/วัน หรือเกลือ 1 ช้อนชา ซึ่งเป็นปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากหรือน้อยเกินไป ซึ่งสารดังกล่าวจะทำหน้าที่ควบคุมความสมดุลของของเหลวในร่างกาย รักษาความดันโลหิตให้อยู่ในระดับปกติ ดูดซึมสารอาหารบางอย่างในไตและลำไส้เล็ก

เราจะพบเจอโซเดียมได้ที่ไหนบ้าง?

1. อาหารที่มาจากธรรมชาติ เนื้อสัตว์เกือบทุกชนิดมักจะมีโซเดียมสูง ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัว หรือเนื้อหมู ส่วนอาหารที่มีโซเดียมต่ำ ได้แก่ ผัก ผลไม้ และธัญพืชทุกชนิด

2. อาหารที่มาจากการถนอมอาหาร อาหารกระป๋อง อาหารหมักดอง อาหารตากแห้ง เช่น ปลาร้า ปลาเค็ม

3. เครื่องปรุงรส เกลือ น้ำปลา และซอสปรุงรสที่มีรสเค็ม

เพราะอะไรกินโซเดียมเยอะถึงตัวบวม?

หากร่างกายได้รับโซเดียมในปริมาณที่มากจนเกินไป ตื่นเช้ามาเราก็อาจจะเกิด "อาการบวมน้ำ" เกิดจากการที่ร่างกายเก็บกักน้ำไว้ใต้ชั้นผิวและเนื้อเยื่อในร่างกายบริเวณต่างๆ มากขึ้นกว่าปกติ ทำให้ส่งผลต่อน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น ร่างกายดูบวมขึ้นกว่าเคยในระยะเวลาอันสั้น

HOW TO แก้อาการตัวบวมจากโซเดียม

1. หลีกเลี่ยงการกินอาหารแปรรูป อาหารสำเร็จรูป เช่น อาหารกระป๋อง อาหารแช่แข็งที่เข้าไมโครเวฟสามารถนำมารับประทานได้ทันที

2. หลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง เช่น ผักดอง ผลไม้ดอง ไข่เค็ม ปลาเค็ม

3. หลีกเลี่ยงอาหารที่มีโซเดียมสูง เช่น ข้าวมันไก่ ข้าวขาหมู ข้าวคลุกกะปิ อาหารจานด่วนแบบตะวันตก เป็นต้น

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...