โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

อุทาหรณ์ หญิงวัย 58 กินทุเรียนกับน้ำอัดลม เสียชีวิต - สามีเล่านาทีสลด

MATICHON ONLINE

อัพเดต 24 พ.ค. 2568 เวลา 11.38 น. • เผยแพร่ 24 พ.ค. 2568 เวลา 09.58 น.

อุทาหรณ์ หญิงวัย 58 กินทุเรียนกับน้ำอัดลม เสียชีวิต – สามีเล่านาทีสลด

เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีหญิงสูงอายุคนหนึ่ง ที่ อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ กินทุเรียนและดื่มน้ำอัดลม พอตกกลางดึกเกิดอาการช็อกหมดสติ สามีรีบพาส่งโรงพยาบาล แพทย์ปั๊มหัวใจกว่าครึ่งชั่วโมงแต่สุดท้ายก็เสียชีวิต

ทางครอบครัวได้ขอให้ พระครูสมุห์สามารถ วิสุทธิสาโร เจ้าอาวาสวัดไผ่ทองสุทธาราม ต.โนนสุวรรณ อ.โนนสุวรรณ จ.บุรีรัมย์ ช่วยเหลือจัดงานศพ เนื่องจากครอบครัวฐานะยากจน ซึ่งเจ้าอาวาสก็เมตตารับจัดงานศพให้ เพราะทางวัดเองก็ได้จัดตั้งกองทุนเพื่อช่วยเหลือจัดงานศพให้ศพยากไร้ฟรีอยู่แล้ว ซึ่งบรรยากาศก็เป็นไปด้วยความโศกเศร้า มีญาติพี่น้องและชาวบ้านที่ทราบข่าวเดินทางมาเคารพศพของ นางสาวปิยรัตย์ อายุ 58 ปี ผู้เสียชีวิตอย่างต่อเนื่อง โดยมีกำหนดจะประกอบพิธีฌาปนกิจในวันที่ 25 พ.ค.68

นายกิตตกรณ์ อายุ 69 ปี สามีผู้ตาย เล่าว่า ภรรยามีอาชีพทำกับข้าวขายในหมู่บ้าน ตอนเช้าวันที่ 22 พ.ค.68 ก็ยังเตรียมของเพื่อทำกับข้าวตามปกติ กระทั่งเวลาประมาณ 14.00 น. ภรรยาออกไปซื้อทุเรียนมากิน เขาก็กินไป 2 พลูเล็กๆ และเวลา 16.00 น. ก็ซื้อน้ำอัดลมมากินอีก 1 ขวด หลังจากกินเสร็จก็ยังปกติ กระทั่งตกเย็นภรรยาบอกว่ารู้สึกแน่นหน้าอก หายใจไม่ค่อยสะดวก ตนก็ถามว่าจะไปหาหมอหรือไม่ แต่ภรรยาบอกว่าไม่อยากไปเพราะไม่มีรถ ถ้าไปก็ต้องไปรบกวนญาติพี่น้องให้พาไปอีก

จากนั้นเวลา 21.00 น. ภรรยาก็บอกว่ารู้สึกเหมือนไม่ค่อยสบายตัว ก็บอกให้นวดหลังและขาให้ และถามย้ำอีกว่าจะไปหาหมอมั้ย แต่ภรรยายืนยันว่าไม่อยากไป จนกระทั่งตี 2 ภรรยาก็บอกว่าแน่นหน้าอกอีก และออกมานั่งโต๊ะข้างนอก ตนเห็นอาการไม่ค่อยดี จึงบอกให้เพื่อนบ้านโทรแจ้ง 1669 และโทรเรียกกู้ชีพให้ แต่ผ่านไปสักพักไม่เห็นรถพยาบาลมารับสักที กระทั่งภรรยาฟุบหมดสติ

จึงตัดสินใจให้เพื่อนบ้านช่วยพาส่ง รพ.กันเอง แต่พอไปถึง รพ.หมอ พยาบาลปั๊มหัวใจช่วยประมาณ 30 นาที แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตได้ สุดท้ายภรรยาก็เสียชีวิต ซึ่งแพทย์ลงความเห็นว่าเสียชีวิตด้วย “โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน” ส่วนตัวเชื่อว่าสาเหตุน่าจะมาจากที่ภรรยามีโรคประจำตัว คือโรคความดันอยู่แล้ว และภรรยาก็กินทุเรียนกับน้ำอัดลมอีก อาจทำให้ความดันสูงขึ้นอีกจนเกิดภาวะช็อก

ด้านนายพฤหัส อายุ 34 ปี ลูกชายผู้ตาย เล่าว่า ตนแยกครอบครัวไปอยู่กับภรรยาอีกหลัง คืนเกิดเหตุพ่อได้โทรมาบอกว่าแม่กินทุเรียนกับน้ำอัดลมแล้วช็อกกลางดึก นำตัวส่ง รพ.แล้ว กระทั่งต่อมาได้เสียชีวิต ส่วนตัวรู้ว่าแม่ป่วยเป็นความดันอยู่แล้ว ที่ผ่านมาก็ไม่ค่อยเห็นแม่กินทุเรียน นานๆ จะซื้อมากิน จากการสอบถามพ่อทราบว่า วันเกิดเหตุแม่กินทั้งทุเรียนและน้ำอัดลม จึงเชื่อว่าอาจจะเป็นสาเหตุทำให้ความดันสูงขึ้นอีก จนทำให้เกิดภาวะช็อกและเสียชีวิต ก็อยากฝากกรณีของคุณแม่เป็นอุทาหรณ์ สำหรับใครที่มีโรคประจำตัว ไม่ควรจะรับประทานทุเรียนกับน้ำอัดลม เพราะอาจะทำให้ความดันสูงมากเป็นอันตรายแก่ชีวิตได้

ทั้งนี้ข้อมูลของ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มีการลงข้อมูลเตือนภัยเกี่ยวกับกรณีการกินทุเรียนกับน้ำอัดลมว่า กินทุเรียนในปริมาณ 4-6 เม็ด ทำให้ร่างกายได้รับพลังงานถึง 400 กิโลแคลอรี เทียบดื่มน้ำอัดลม 2 กระป๋อง พร้อมเตือนกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และหัวใจ ควรเลี่ยง เพราะมีผลต่อปริมาณน้ำตาล และห้ามกินทุเรียนกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะทำให้ร่างกายเกิดความร้อนสูง เสี่ยงเสียชีวิตได้ คนที่มีโรคประจำตัว

เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจและโรคความดันโลหิตสูง ควรระมัดระวังในการกินทุเรียน อาจกินได้แต่มีปริมาณน้อยกว่าคนปกติ และไม่บ่อยครั้ง เนื่องจากทุเรียนเป็นอาหารที่มีไขมันและคาร์โบไฮเดรตสูง เมื่อเปรียบเทียบกับผลไม้ชนิดอื่น การกินทุเรียนในปริมาณมากๆ หรือกินทุเรียนบ่อยครั้ง จะส่งผลต่อปริมาณน้ำตาล และไขมันในเลือดของผู้ป่วยได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อุทาหรณ์ หญิงวัย 58 กินทุเรียนกับน้ำอัดลม เสียชีวิต – สามีเล่านาทีสลด

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...