กทม.เสนอ ติดตั้งเครื่องวัดความสั่นสะเทือนอาคารสูงเข้าสภา อีกรอบ รับมือแผ่นดินไหว
กทม.เสนอติดตั้งเครื่องมือวัดความสั่นสะเทือนอาคารสูงเข้าสภา อีกรอบ รับมือแผ่นดินไหว
เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ที่ กรมทรัพยากรธรณี เขตราชเทวี น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯกทม. เข้าร่วมหารือเพื่อเตรียมความพร้อมและมาตรการรับมือเหตุแผ่นดินไหว โดยมี นายพิชิต สมบัติมาก อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี เป็นประธานการหารือ โดยมี คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท Miyamoto International สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมโรงแรมไทย และสมาคมอาคารชุดไทย ร่วมการหารือ
น.ส.ทวิดา กล่าวว่า ประเด็นหารือการเตรียมความพร้อมและมาตรการรับมือเหตุแผ่นดินไหวระหว่างกันในวันนี้ ประกอบด้วย 1. รอยเลื่อนมีพลังที่มีความเสี่ยง 2. แนวทางความปลอดภัย กรณีเกิดแผ่นดินไหว และ 3. แนวทางลดผลกระทบและเตรียมความพร้อม กรณีเกิดแผ่นดินไหว
ทั้งนี้จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมาสะท้อนว่าอาคารในกรุงเทพฯ ที่ควบคุมโดย พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร มีความแข็งแรงกฎหมายใช้ได้ มีเพียงหนึ่งอาคารที่ถล่มซึ่งสาเหตุต้องไปหาว่าเกิดจากอะไร และจากเหตุการณ์นี้ทำให้มีความรู้กันมากขึ้นว่ากรุงเทพฯเป็นดินอ่อน มีจุดต่ำ ซึ่งที่ผ่านมากทม.ได้จัดทำแผนที่เสี่ยงภัย แต่สัณฐานหรือองค์ประกอบข้างใต้ดินต้องอาศัยผู้มีความรู้อย่างกรมทรัพยากรธรณี จึงขอความร่วมมือให้กรมทรัพยากรธรณี สำรวจทบทวนอีกครั้ง
นอกจากนี้กทม.จะเข้าร่วมโครงการ Resilient City ของ UN คือจะมีการวัดว่าเมืองเตรียมพร้อมและสามารถรับมือกับเรื่องต่าง ๆ ตลอดจนฟื้นกลับคืนได้ดีเพียงใด โดยหนึ่งในแผนปฏิบัติการที่ กทม. มีอยู่คือเรื่องของแผ่นดินไหวและหรือภัยใด ๆ ที่อาจจะก่อให้เกิดผลที่ตามมา คืออาคารถล่ม ดังนั้นเมื่อพูดถึงอาคารจะเกี่ยวกับฐานรากข้างล่างด้วย ซึ่งกรมทรัพยากรธรณีมีความรู้และความเชี่ยวชาญมาก
ส่วนความร่วมมือเรื่องที่ 2 คือ จากการรับฟังข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท Miyamoto คือ ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความรู้เรื่องนี้สูงและมีนวัตกรรมมากมาย สิ่งที่นำเสนอเป็นเรื่องการปรับอาคารที่มีอยู่เดิมให้แข็งแรงขึ้น การทำให้อาคารยืดหยุ่นมากขึ้น หรือการทำให้อาคารมีอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงรูปแบบการสื่อสารด้วย ญี่ปุ่นมีความรู้ในเรื่องของการวิเคราะห์สูง ดังนั้นสิ่งที่ กทม. ทำอยู่น่าจะสามารถแลกเปลี่ยนกับบริษัท Miyamoto ได้ในแง่การวิเคราะห์ทำให้เมืองปลอดภัย เพราะเมื่อร่วมมือกับกรมทรัพยากรธรณีไม่ใช่เพียงเรื่องแผ่นดินไหว แต่รวมถึงภัยอื่น ๆ ด้วย
อย่างไรก็ตามสิ่งที่ กทม. ต้องการคือเครื่องวัดแรงสั่นสะเทือนในอาคารสูงโดยเฉพาะติดตั้งในโรงพยาบาล จึงเสนอเรื่องเข้าสภากรุงเทพมหานครอีกครั้ง ปัจจุบันกทม.ดูแลโรงพยาบาล 12 แห่ง ซึ่งมีอาคารสูงรวมถึงหอพักแพทย์พยาบาลด้วย โดยวชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช อาจสามารถใช้งบวิจัยบางส่วนดำเนินการนำร่องไปก่อนได้ อีกแห่งที่ติดตั้งแล้วอยู่ที่อาคารธานีนพรัตน์ หากในอนาคตมีเครื่องมือดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่ออาคารที่มีกลุ่มเปราะบางและสามารถเรียกความเชื่อมั่นได้ด้วย
“เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นว่าการบังคับใช้กฎหมายและอาคาร รวมถึงการศึกษาของกรมทรัพยากรธรณีเดิม ว่าจุดใดเป็นดินอ่อน ดินแข็ง จุดใดปลอดภัย ที่ผ่านมาทำได้ดี ถ้าไม่นับรวมอาคารที่มีปัญหาถือว่าประเทศไทยใช้ได้ เพราะเรามีคนมีความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมด้วยเครื่องมือ ต้องนำออกมาใช้และให้ความสำคัญ ประกอบกับระบบเตือนภัย Cell Broadcast ก็ทดสอบแล้ว ถึงเวลาที่ต้องนำทุกอย่างมาประกอบร่างกันและร่วมมือกันอย่างจริงจังเพื่อทำให้เมืองปลอดภัย” รองผู้ว่าฯ ทวิดา กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กทม.เสนอ ติดตั้งเครื่องวัดความสั่นสะเทือนอาคารสูงเข้าสภา อีกรอบ รับมือแผ่นดินไหว
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th