โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กทม.เสนอ ติดตั้งเครื่องวัดความสั่นสะเทือนอาคารสูงเข้าสภา อีกรอบ รับมือแผ่นดินไหว

MATICHON ONLINE

อัพเดต 08 พ.ค. 2568 เวลา 08.54 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. 2568 เวลา 08.54 น.

กทม.เสนอติดตั้งเครื่องมือวัดความสั่นสะเทือนอาคารสูงเข้าสภา อีกรอบ รับมือแผ่นดินไหว

เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม ที่ กรมทรัพยากรธรณี เขตราชเทวี น.ส.ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าฯกทม. เข้าร่วมหารือเพื่อเตรียมความพร้อมและมาตรการรับมือเหตุแผ่นดินไหว โดยมี นายพิชิต สมบัติมาก อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี เป็นประธานการหารือ โดยมี คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท Miyamoto International สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมโรงแรมไทย และสมาคมอาคารชุดไทย ร่วมการหารือ

น.ส.ทวิดา กล่าวว่า ประเด็นหารือการเตรียมความพร้อมและมาตรการรับมือเหตุแผ่นดินไหวระหว่างกันในวันนี้ ประกอบด้วย 1. รอยเลื่อนมีพลังที่มีความเสี่ยง 2. แนวทางความปลอดภัย กรณีเกิดแผ่นดินไหว และ 3. แนวทางลดผลกระทบและเตรียมความพร้อม กรณีเกิดแผ่นดินไหว

ทั้งนี้จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมาสะท้อนว่าอาคารในกรุงเทพฯ ที่ควบคุมโดย พ.ร.บ. ควบคุมอาคาร มีความแข็งแรงกฎหมายใช้ได้ มีเพียงหนึ่งอาคารที่ถล่มซึ่งสาเหตุต้องไปหาว่าเกิดจากอะไร และจากเหตุการณ์นี้ทำให้มีความรู้กันมากขึ้นว่ากรุงเทพฯเป็นดินอ่อน มีจุดต่ำ ซึ่งที่ผ่านมากทม.ได้จัดทำแผนที่เสี่ยงภัย แต่สัณฐานหรือองค์ประกอบข้างใต้ดินต้องอาศัยผู้มีความรู้อย่างกรมทรัพยากรธรณี จึงขอความร่วมมือให้กรมทรัพยากรธรณี สำรวจทบทวนอีกครั้ง

นอกจากนี้กทม.จะเข้าร่วมโครงการ Resilient City ของ UN คือจะมีการวัดว่าเมืองเตรียมพร้อมและสามารถรับมือกับเรื่องต่าง ๆ ตลอดจนฟื้นกลับคืนได้ดีเพียงใด โดยหนึ่งในแผนปฏิบัติการที่ กทม. มีอยู่คือเรื่องของแผ่นดินไหวและหรือภัยใด ๆ ที่อาจจะก่อให้เกิดผลที่ตามมา คืออาคารถล่ม ดังนั้นเมื่อพูดถึงอาคารจะเกี่ยวกับฐานรากข้างล่างด้วย ซึ่งกรมทรัพยากรธรณีมีความรู้และความเชี่ยวชาญมาก

ส่วนความร่วมมือเรื่องที่ 2 คือ จากการรับฟังข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญจากบริษัท Miyamoto คือ ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความรู้เรื่องนี้สูงและมีนวัตกรรมมากมาย สิ่งที่นำเสนอเป็นเรื่องการปรับอาคารที่มีอยู่เดิมให้แข็งแรงขึ้น การทำให้อาคารยืดหยุ่นมากขึ้น หรือการทำให้อาคารมีอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงรูปแบบการสื่อสารด้วย ญี่ปุ่นมีความรู้ในเรื่องของการวิเคราะห์สูง ดังนั้นสิ่งที่ กทม. ทำอยู่น่าจะสามารถแลกเปลี่ยนกับบริษัท Miyamoto ได้ในแง่การวิเคราะห์ทำให้เมืองปลอดภัย เพราะเมื่อร่วมมือกับกรมทรัพยากรธรณีไม่ใช่เพียงเรื่องแผ่นดินไหว แต่รวมถึงภัยอื่น ๆ ด้วย

อย่างไรก็ตามสิ่งที่ กทม. ต้องการคือเครื่องวัดแรงสั่นสะเทือนในอาคารสูงโดยเฉพาะติดตั้งในโรงพยาบาล จึงเสนอเรื่องเข้าสภากรุงเทพมหานครอีกครั้ง ปัจจุบันกทม.ดูแลโรงพยาบาล 12 แห่ง ซึ่งมีอาคารสูงรวมถึงหอพักแพทย์พยาบาลด้วย โดยวชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช อาจสามารถใช้งบวิจัยบางส่วนดำเนินการนำร่องไปก่อนได้ อีกแห่งที่ติดตั้งแล้วอยู่ที่อาคารธานีนพรัตน์ หากในอนาคตมีเครื่องมือดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่ออาคารที่มีกลุ่มเปราะบางและสามารถเรียกความเชื่อมั่นได้ด้วย

“เหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมาสะท้อนให้เห็นว่าการบังคับใช้กฎหมายและอาคาร รวมถึงการศึกษาของกรมทรัพยากรธรณีเดิม ว่าจุดใดเป็นดินอ่อน ดินแข็ง จุดใดปลอดภัย ที่ผ่านมาทำได้ดี ถ้าไม่นับรวมอาคารที่มีปัญหาถือว่าประเทศไทยใช้ได้ เพราะเรามีคนมีความรู้ ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมด้วยเครื่องมือ ต้องนำออกมาใช้และให้ความสำคัญ ประกอบกับระบบเตือนภัย Cell Broadcast ก็ทดสอบแล้ว ถึงเวลาที่ต้องนำทุกอย่างมาประกอบร่างกันและร่วมมือกันอย่างจริงจังเพื่อทำให้เมืองปลอดภัย” รองผู้ว่าฯ ทวิดา กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กทม.เสนอ ติดตั้งเครื่องวัดความสั่นสะเทือนอาคารสูงเข้าสภา อีกรอบ รับมือแผ่นดินไหว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...