โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘BTS’ ลั่นฟ้อง ‘กทม.’ ทวงหนี้ 3 หมื่นล้าน ยันไม่เกี่ยวแลกสัมปทานรถไฟฟ้า

The Bangkok Insight

อัพเดต 26 เม.ย. 2564 เวลา 07.10 น. • เผยแพร่ 26 เม.ย. 2564 เวลา 07.06 น. • The Bangkok Insight

“BTS” ลั่น ฟ้อง “กทม.” ทวงหนี้ 3 หมื่นล้าน ปกป้องผู้ถือหุ้น ยันไม่เกี่ยวแลกขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว

วันนี้ (26 เม.ย.) เวลา 11.00 น. นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BTSC ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) ได้ชี้แจงความคืบหน้าเรื่อง“การดำเนินงานโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว” ผ่านทางเพจ Facebook : รถไฟฟ้า BTS ดังนี้

สืบเนื่องจากบริษัทส่งหนังสือติดตามทวงถามตามกฎหมายให้ กรุงเทพมหานคร (กทม.) และบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ชำระหนี้แก่บริษัท ซึ่งปรากฏในสื่อและหนังสือพิมพ์เป็นจำนวนมาก

BTS ฟ้อง กทม. ทวงหนี้รถไฟฟ้า 1

ซึ่งเมื่อครบกำหนดระยะเวลา 60 วัน ตามที่บริษัทได้ระบุไว้ในหนังสือทวงถามนั้น บริษัทก็ยังไม่ได้รับแจ้งถึงแนวทางการชำระหนี้ทั้งหมดหรือบางส่วนจากภาครัฐแต่อย่างใด และต่อมาเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2564  บริษัทได้ออกจดหมายและคลิปวีดีโอชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการเดิน รถไฟฟ้าสายสีเขียว ให้ผู้โดยสาร และประชาชนทั่วไปรับทราบ โดยบริษัทยืนยันว่าการใช้สิทธิทางกฎหมายที่ผ่านมา บริษัทไม่เคยกระทำการใด ๆ ที่ส่งผลกระทบหรือเรียกร้องให้ภาครัฐใช้อำนาจตามกฎหมายกำหนดอัตราค่าโดยสารเพิ่มขึ้น

ณ ปัจจุบัน ทางบริษัทกำลังประสบปัญหาอย่างมาก จากการต้องแบกรับภาระหนี้จำนวนมากเป็นระยะเวลานานกว่า 4 ปี นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2560 ที่เริ่มเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 2 ได้แก่ ช่วงหมอชิต – สะพานใหม่ - คูคต และช่วงแบริ่ง - สมุทรปราการ เพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระค่าโดยสารให้แก่ประชาชน

ตลอดเวลาที่ผ่านมา บริษัทได้พยายามติดต่อ กทม. และกรุงเทพธนาคม เพื่อหาทางออกกับปัญหาที่เกิดขึ้น แต่ก็ยังไม่มีความชัดเจนถึงแนวทางการชำระหนี้ ทำให้ ณ ปัจจุบัน ภาระหนี้สะสมที่ภาครัฐบาลมีต่อบริษัทเพิ่มขึ้นสูงกว่า 30,000 ล้านบาท ประกอบด้วยหนี้ค่าจ้างเดินรถตั้งแต่เดือนเมษายน 2560 จนถึงเดือนมีนาคม 2564 จำนวน 10,903 ล้านบาท และหนี้ค่าซื้อระบบการเดินรถ จำนวน 20,768 ล้านบาท

ล่าสุดตามที่เป็นข่าวของการประชุมสภา กทม. เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2564 ที่ผ่านมา สภา กทม. ได้ปฏิเสธการใช้งบประมาณของ กทม. มาชำระหนี้ดังกล่าว และได้เสนอทางเลือกให้กับฝ่ายบริหารในการขอให้รัฐบาลสนับสนุนหรือร่วมลงทุนกับเอกชน ตามแนวทางของคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา BTS

"BTS" ลั่น ฟ้อง "กทม."

ดังนั้นในฐานะที่ BTSC เป็นบริษัทลูกของ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และมีผู้ถือหุ้นซึ่งเป็นประชาชนร่วมลงทุนอยู่จำนวนกว่า 101,700 ราย รวมถึงมีเจ้าหนี้ที่ให้เงินกู้แก่บริษัท มาประกอบธุรกิจอีกเป็นจำนวนมาก จึงได้ใช้สิทธิตามสัญญาในการติดตามทวงถาม กทม. และกรุงเทพธนาคม ซึ่งบริษัทได้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย และไม่ได้มีความประสงค์ที่จะนำหนี้ค้างชำระดังกล่าว มาเป็นเงื่อนไขในการแก้ไขสัมปทานโครงการ รถไฟฟ้าสายสีเขียว ภายใต้คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2562 แต่อย่างใด

แม้ว่าที่ผ่านมารัฐบาลได้พยายามหาทางแก้ไขปัญหาภาระหนี้ โดยในปี 2562 ได้เสนอขอให้ทางบริษัทเป็นผู้แบกรับความเสี่ยงในผลประกอบการในระยะยาว แทนการเรียกหนี้ที่ค้างชำระดังกล่าวกับภาครัฐบาลซึ่งนำมาสู่ผลการเจรจาร่างสัญญาแก้ไขสัญญาสัมปทานที่ได้รับความเห็นชอบโดยคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นภายใต้คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 3/2562 และผ่านการตรวจสอบในการอภิปรายไม่ไว้วางใจโดยสภาผู้แทนราษฎรแล้ว โดยในขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งเป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจและดุลพินิจของภาครัฐบาล ที่จะกำหนดใช้แนวทางใดตามที่เห็นสมควร โดยพิจารณาถึงประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน

ที่สำคัญบริษัทรับทราบว่า ที่ผ่านมารัฐบาลได้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อพยายามแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการเดิน รถไฟฟ้าสายสีเขียว และบริษัทได้ให้ความร่วมมือด้วยดีกับภาครัฐบาลในการสนับสนุนและแก้ไขปัญหามาโดยตลอด ส่วนแนวทางการดำเนินการต่อไปจะเป็นเช่นไรเป็นเรื่องที่อยู่ในดุลพินิจของรัฐบาล โดยบริษัทยังคงยืนยันที่จะดำเนินการใช้สิทธิตามกฎหมายและสัญญาในขั้นตอนต่อไป เพื่อปกป้องสิทธิผู้ถือหุ้นของบริษัท ซึ่งเป็นประชาชนรายย่อยที่ถือหุ้นอยู่จำนวนมาก

ตอนนี้เราก็คุยกับทางทนายอยู่ ก็คงเร็ว ๆ นี้จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย เพราะเราเป็นบริษัทมหาชน เป็นหน้าที่ของบริษัทที่จะต้องทำ โดยจะยื่นฟ้องศาลปกครองหรือศาลแพ่ง แต่เท่าที่คุยกับทนายเบื้องต้นน่าจะเป็นศาลปกครอง ส่วนใช้เวลานานแค่ไหน อันนี้ผมตอบแทนศาลไม่ได้ แต่ก็หวังว่าจะใช้เวลาไม่นาน เพราะมีสัญญาระหว่างกันอย่างชัดเจนอยู่แล้ว

ตลอดระยะเวลากว่า 21 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2542 บริษัทได้จัดให้มีบริการระบบขนส่งมวลชนสาธารณะที่มีประสิทธิภาพ สามารถอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารและประชาชน ช่วยบรรเทาปัญหาการจราจร และมลภาวะในกรุงเทพฯ อย่างยั่งยืน แม้ว่าในบางช่วงเวลาที่ผ่านมาบริษัทจะเคยประสบปัญหาสถานภาพทางการเงินอย่างหนัก จนถึงกับต้องนำบริษัทเข้าฟื้นฟูผ่านศาลล้มละลายมาแล้ว

จากการที่ต้องรับภาระลงทุนในโครงการ รถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนหลักทั้งหมด ซึ่งเป็นเพียงโครงการเดียวในประเทศไทยที่กำหนดให้เอกชนต้องเป็นผู้ลงทุนเองทั้งหมด รวมถึงงานโครงสร้างพื้นฐาน แต่บริษัทเลือกที่จะยึดมั่นในหลักการที่จะให้บริการเดินรถที่ดีที่สุดแก่ประชาชน จึงทำให้ในช่วงเวลาดังกล่าว บริษัทยังคงให้บริการเดินรถได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อเนื่อง โดยไม่ส่งผลกระทบใด ๆ และในอนาคตบริษัทจะพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ผู้โดยสารทุกท่านได้รับบริการเดินรถที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดอย่างต่อเนื่องต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...