โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กัญชา 5 สายพันธุ์น่าปลูก ค่า CBD สูง ประโยชน์หลากหลาย ผลตอบแทนดีงาม

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 10 มิ.ย. 2565 เวลา 10.08 น. • เผยแพร่ 03 พ.ค. 2564 เวลา 04.37 น.

นาทีนี้คงไม่มีพืชชนิดไหนมาแรงไปกว่า กัญชา เพราะหลังจากที่กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศกระทรวง ปลดล็อกให้สามารถปลูกเพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และเศรษฐกิจได้ โดยอยู่ภายใต้กรอบที่กฎหมายกำหนด ก็ทำให้พืชชนิดนี้มีค่าดั่งทอง กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจสำหรับใครหลายคน

การจะปลูกกัญชาเพื่อทำเงินนั้น การเลือกสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับพื้นที่ปลูกและตรงกับความต้องการของตลาดเป็นเรื่องที่สำคัญ ซึ่งทั่วโลกมีสายพันธุ์กัญชาอยู่เป็นจำนวนมาก และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ได้สายพันธุ์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค

กัญชาเป็นพืชสกุล Cannabis อยู่ในวงศ์ Cannabidaceae พบได้บ่อย 3 สายพันธุ์ใหญ่ ได้แก่ สายพันธุ์ซาติวา (Cannabis Sativa) สายพันธุ์อินดิกา (Cannabis Indica) และสายพันธุ์รูเดอราลิส (Cannabis Ruderalis) ซึ่งแต่ละสายพันธุ์มีความโดดเด่น และต้องการการเจริญเติบโตที่แตกต่างกัน

สายพันธุ์กัญชาที่นิยมนำมาใช้ในทางการแพทย์ต้องเป็นสายพันธุ์ที่มีสาร CBD (Cannabinoid) สูง เพราะเมื่อนำมาใช้จะไม่ก่อให้เกิดผลข้างเคียงเมื่อเทียบกับสาร THC (Tetrahydrocannabinol) สำหรับใครที่สนใจอยากปลูกกัญชา เราได้รวบรวมสายพันธุ์กัญชาที่เหมาะจะนำมาใช้ในการแพทย์มากที่สุดทั่วโลก 5 สายพันธุ์ ดังนี้

Harle-Tsu

ฮาร์ละ’ สึ (Harle-Tsu) สายพันธุ์กัญชา Indica Dominant 60% เกิดจากการผสมระหว่างพันธุ์ Sour Tsunami และ Harlequin ออกมาเป็นสายพันธุ์กัญชาที่เปรียบเสมือนยาแก้ปวด และให้สาร CBD สูงมาก เมื่อเทียบกับสาร THC สัดส่วนอยู่ที่ 22 : 1 ถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคต่าง ๆ เช่น ไมเกรน ภาวะซึมเศร้า การนอนไม่หลับ การอักเสบ และภาวะป่วยทางจิตจากเหตุการณ์รุนแรง (PTSD)

Cannatonic

แคนนาโทนิก (Cannatonic) เป็นสายพันธุ์ Indica และ Sativa อย่างละ 50% เกิดจากการผสมระหว่างพันธุ์ Reina Madre และ NYCD เมื่อสกัดออกมาจะได้สาร CBD ประมาณ 6-17% และสาร THC ประมาณ 6% โดยกัญชาสายพันธุ์นี้สามารถจำแนกปริมาณสาร CBD ต่อสาร THC ได้ 3 รูปแบบคือ 1.มีอัตราส่วนของสาร CBD และ THC เท่ากันอยู่ที่ 1 : 1 2.มีอัตราส่วนของสาร CBD มากกว่า THC 3.มีอัตราส่วนของสาร THC มากกว่า CBD

สำหรับสายพันธุ์แคนนาโทนิก อัตราส่วนที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดคือ 1 : 1 ถึงแม้ว่าสาร THC จะมีผลข้างเคียงมาก แต่ก็มีโรคบางชนิด เช่น โรคมะเร็งผิวหนัง โรคออทิสติกและอาการปลายปลอกประสาทเสื่อม ที่ต้องใช้สารทั้งสองชนิดควบคู่กันไปในการรักษา ดังนั้นกัญชาสายพันธุ์แคนนาโทนิก จึงนิยมนำไปใช้ในทางการแพทย์

OG Kush CBD

โอจี คุช ซีบีดี (OG Kush CBD) เป็นสายพันธุ์ Sativa Dominant 60% เกิดจากการผสมระหว่างพันธุ์ OG Kush และ pureCBD เป็นสายพันธุ์กัญชาที่มีปริมาณสาร CBD และ THC เท่ากันคือ 10% หรือในอัตรา 1 : 1 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่สูง ทำให้สายพันธุ์นี้มีประโยชน์อย่างมาก มักจะนำไปใช้ประโยชน์ในการช่วยลดความวิตกกังวล ความตึงเครียดของกล้ามเนื้อ ความเจ็บปวด และความผิดปกติของการนอน

Charlotte’s Web

ชาร์ล็อตต์ เว็บ (Charlotte’s Web) กัญชาที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก เป็นสายพันธุ์ที่มี Indica Dominant 60% ให้สาร CBD ในปริมาณที่สูง โดยมีอัตราส่วนของสาร CBD ต่อสาร THC อยู่ที่ 27 : 1 ด้วยปริมาณสาร THC ที่ต่ำมาก จึงมักจะนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ช่วยบำบัดอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า ในรูปแบบของน้ำมัน CBD (CBD oil) เพราะสายพันธุ์นี้ไม่ทำให้เกิดการมึนเมาและไม่มีผลต่อสมอง

ในทางการแพทย์สายพันธุ์นี้ถูกนำไปใช้ในการรักษาอาการชักในเด็ก จนโด่งดังเป็นที่รู้จักและเป็นที่มาของชื่อจากการช่วยเด็กหญิง Charlotte Figi ซึ่งป่วยเป็นโรคลมชักชนิดรุนแรง (Dravet’s Syndrome)

Ringo’s Gift

ริงโก กิฟต์ (Ringo’s Gift) เป็นสายพันธุ์ Sativa Dominant 60% หรือเป็นกัญชาที่มีความเป็นซาติวาสูงกว่าอินดิกา เป็นสายพันธุ์ที่เกิดจากการผสมระหว่าง ACDC และ Harle-Tsu ซึ่งทั้งสองพันธุ์ขึ้นชื่อว่าให้สาร CBD อยู่ในระดับสูง โดยตั้งชื่อตาม Lawrence Ringo นักเคลื่อนไหวด้านกัญชาและเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับ CBD

ริงโก กิฟต์ มีอัตราส่วนระหว่างสาร CBD และ THC อยู่ที่ 20 : 1 มักจะนิยมใช้กับกลุ่มคนที่มีอาการทางสมอง โรคลมชัก โรคพาร์กินสัน อาการซึมเศร้า วิตกกังวล ภาวะป่วยทางจิตจากเหตุการณ์รุนแรง (PTSD) และโรคกล้ามเนื้อหดเกร็ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...