โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

10 ความเหมือนที่แตกต่างในวิดีโอเกมที่จงใจให้เหมือนบังเอิญเหมือนบางทีก็เข้าใจผิดคิดว่าเหมือน

BT Beartai

อัพเดต 18 พ.ย. 2562 เวลา 14.41 น. • เผยแพร่ 18 พ.ย. 2562 เวลา 08.05 น.
10 ความเหมือนที่แตกต่างในวิดีโอเกมที่จงใจให้เหมือนบังเอิญเหมือนบางทีก็เข้าใจผิดคิดว่าเหมือน

ถ้าจะให้เรานับกันจริง ๆ ตั้งแต่ที่วิดีโอเกมถือกำเนิดขึ้นมาเป็นครั้งแรกเมื่อหลายสิบปีก่อน จนถึงปัจจุบันก็มีเกมถูกสร้างออกมาแล้วหลายเกมหลายแบบหลายแนว รวมถึงเรื่องราวในเกมที่ถูกเขียนถูกสร้างขึ้นมามากมาย และถ้าเราจะแยกย่อยเรื่องราวหรือระบบเกมแล้วก็มีอยู่ไม่กี่แบบเช่นเดียวกับภาพยนตร์ที่มีรูปแบบของเรื่องราวที่เหมือน ๆ กัน เช่นแนวทหาร, แนวความรัก, ผี, ปีศาจ, สัตว์ประหลาด, ฆาตกร, ตลกไปจนถึงแนวซอมบี้  แต่ทางผู้สร้างหรือนักพัฒนาเขาก็พยายามเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติมจากของเดิมให้เรื่องราวแตกต่างกับของที่มีอยู่ ในส่วนของวิดีโอเกมก็เช่นกันที่ตัวเกมก็มีรูปแบบที่คล้ายกันเพราะบทบาทหรือภาพรวมที่คล้ายกันอย่างการล่าสมบัติหรือแนวผีซอมบี้ที่ใครทำก่อนหรือดังกว่าจะได้เปรียบคนที่สร้างทีหลัง แต่เรื่องแบบนี้เราก็ไม่นับว่าเป็นการเลียนแบบ เพราะตราบเท่าที่ระบบเกมเนื้อเรื่องที่ต่างกันจะมีเกมตามล่าสมบัติกี่เกมก็ได้ และนี่ก็คือ 10 ความเหมือนที่แตกต่างของสองเกมที่เราเอามานำเสนอ จะมีเกมอะไรบ้างนั้นมาดูกันเลย

Toad ในซีรีส์ Super Mario กับซอมบี้หัวเห็ดใน The Last of Us

Super Mario, The Last of Us

เริ่มต้นเรื่องแรกกับความเหมือนที่แตกต่างระหว่างสองตัวละครในเกมที่ต่างค่ายต่างรูปแบบต่างแนวการเล่น แต่ตัวละครกลับมีอะไรที่เหมือนกันอย่างน่าประหลาด นั่นคือเจ้า Toad ประชากรหัวเห็ดในเกมซีรีส์ Super Mario กับซอมบี้หัวเห็ดในเกม The Last of Us ซึ่งสิ่งที่ทั้งสองตัวละครเหมือนกันนั้นก็คือหัวที่เป็นเห็ดเหมือนกัน ? มีรูปร่างมนุษย์เหมือนกันต่างกันแค่ Zombie ของ The Last of Us จะไม่มีดวงตาเท่านั้น โดยที่มาของเจ้าซอมบี้หัวเห็ดนั้นมาจากเชื้อราที่จะขึ้นบนตัวแมลงที่เรียกว่าถั่งเช่า(ชื่อไทย) โดยทีมพัฒนาคิดว่าถ้าเจ้าถั่งเช่านี่เกิดในคนจะเป็นอย่างไร ส่วน Toad นั้นไม่ใช่ชื่อของตัวละครหัวเห็ดตัวนี้แต่ชื่อ Toad หมายถึงตัวละครหัวเห็ดทุกตัวในอาณาจักรเห็ด และพวกมันก็มีความสำคัญในฐานะตัวละครประกอบในเกมซีรีส์ Mario มาตลอด รึคุณจะบอกว่าไม่เหมือนก็หัวเห็ดเหมือนกันขนาดนี้

Super Mario, The Last of Us

Ryo Sakazaki จากเกม Art of Fighting กับ Ryu จากเกม Street Fighter

Art of Fighting, Street Fighter

มาต่อกันที่อีกหนึ่งตัวละครที่เรียกว่าเหมือนกันดั่งฝาแฝดในโลกคู่ขนานเลยทีเดียว ซึ่งนักเล่นเกมในยุคนั้นต่างพากันเกาหัวเมื่อสองเกมนี้มาเปิดเล่นคู่กัน นั่นคือ Ryu จากเกม Street Fighter กับ Ryo Sakazaki จากเกม Art of Fighting ที่แม้แต่ชื่อทั้งคู่ก็ยังคล้ายกันอีก นี่ยังไม่นับท่าการต่อสู้ของทั้งสองคนที่ก็เหมือนกันมาก ๆ โดยการต่อสู้ของ Ryo นั้นเป็นวิชา Kyokugenryu Karate ที่มีพื้นฐานมาจาก Karate ส่วน Ryu นั้นคือ Ansatsuken ที่ก็มีพื้นฐานมาจาก Karate เช่นกันจึงไม่แปลกที่ทั้งคู่จะสวมชุด Karate แขนเสื้อขาด บ้าการต่อสู้เหมือนกัน แต่ทาง Street Fighter วางจำหน่ายก่อนในปี 1987 ส่วน Art of Fighting วางจำหน่ายหลังจากนั้น 3 ปี(1990) ทาง Capcom จึงกล้าพูดได้เต็มปากว่าตนเองทำก่อน และเพื่อเป็นการแก้เผ็ดทาง SNK ในยุคนั้นทาง Capcom เลยสร้าง Dan Hibiki ขึ้นมาเพื่อล้อเลียน Robert Garcia บ้างเรียกว่าเอาคืนได้เจ็บจริง ๆ

Art of Fighting, Street Fighter

ความเหมือนที่แตกต่างระหว่าง Final Fantasy กับ Dragon Quest

Final Fantasy, Dragon Quest

คราวนี้มาที่ภาพรวมของตัวละครทั้งซีรีส์กันบ้างกับความเหมือนที่แตกต่างระหว่างสองเกมยักษ์ใหญ่อย่างซีรีส์ Final Fantasy กับ Dragon Quest ที่ครั้งหนึ่งนั้นทั้งสองเกมนี้เคยอยู่กันคนละค่ายและต่างพยายามแข่งขันกันอยู่ตลอดเวลา ก่อนที่ Final Fantasy จะแซง Dragon Quest ไปไกลหลายภาค ซึ่งความเหมือนที่แต่งต่างนั้นคือภาพรวมของเกมทั้งสองเกมที่มีรูปแบบคล้าย ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นเนื้อเรื่องที่มักจะเล่าถึงการกอบกู้โลกของเหล่าตัวละครหนุ่มสาวซึ่งพระเอกนั้นจะต้องใช้ดาบเหมือนกัน และหลาย ๆ ครั้งเนื้อเรื่องก็เริ่มต้นจากจุดเล็ก ๆ ก่อนที่จะขยายไปเป็นเรื่องใหญ่โตระดับล้างโลกหรือเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ สิ่งที่เคยมีในจักวาลเกมก็มี รวมถึงบรรยากาศความเป็นแฟนตาซีที่แม้ดูผ่าน ๆ จะเหมือนกันในแง่ของโลกแห่งจินตนาการที่มีเจ้าชายเจ้าหญิงเวทมนตร์ปีศาจ แต่ทั้งสองเกมนี้มีรูปแบบเนื้อเรื่องการสร้างโลกที่ไม่เหมือนกันเลย โดยฝ่าย Final Fantasy นั้นจะเป็นโลกแห่งจินตนาการที่มีเครื่องจักรมาผสมกับโลกเวทมนตร์ ขณะที่ฝั่ง Dragon Quest จะเป็นโลกยุคกลางที่มีอัศวินเจ้าหญิงรถม้าไม่มีเครื่องจักรแม้แต่ปืนก็ไม่เคยมี รวมถึงเนื้อเรื่องที่ Dragon Quest จะพยายามเล่าเรื่องแบบนิทานแต่แอบแฝงความลึกซึ่งและคาบเกี่ยวกันกับในภาคก่อน ๆ ขณะที่ Final Fantasy จะเป็นการสร้างโลกขึ้นมาใหม่ทุกครั้งและจะไม่เกี่ยวกันเลย(ยกเว้นภาคเสริม) ดังนั้นถ้าจะบอกว่าสองเกมนี้มันเหมือนกันก็ไม่ใช่คงต้องบอกว่าคล้ายกันมากกว่าถ้าใครที่ได้เล่นเกมทั้งสองซีรีส์นี้มาน่าจะเข้าใจ

Final Fantasy, Dragon Quest

Dr.Wily จากเกม RockMan กับ Dr.EggMan จาก Sonic the Hedgehog

RockMan, Sonic the Hedgehog

อีกหนึ่งความเหมือนทางด้านตัวละครที่หนึ่งคู่ที่ไม่ว่าจะดูมุมไหน Dr.Wily จากเกม RockMan กับ Dr.EggMan จาก Sonic the Hedgehog ก็ช่างเหมือนกันเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นดอกเตอร์ที่ชอบสร้างสิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ เหมือนกัน มีศัตรูสีฟ้าเหมือนกันไว้หนวดกับทรงผมคล้าย ๆ กันอีก แถมนิสัยเจ้าคิดเจ้าแค้นโมโหร้ายก็เหมือนกัน เรียกว่าทั้งสองคนเป็นพี่น้องกันได้เลยทีเดียว โดย Dr.EggMan นั้นมีชื่อเต็ม ๆ ว่า Doctor Ivo Eggman Robotnik ที่มีความฝันที่จะครองโลกซึ่งความจริงแล้วการสร้างซีรีส์ Sonic the Hedgehog ขึ้นมานั้นทาง Sega ต้องการแข่งกับซีรีส์ Mario ที่กำลังดังอยู่ และตัว Dr.EggMan ก็เปรียบเหมือน Bowser มากกว่าจะเหมือน Dr.Wily แถมทาง Dr.Wily กับซีรีส์ RockMan ก็วางจำหน่ายก่อนซีรีส์ Sonic the Hedgehog ถึง 4 ปี แต่ด้วยตัวเกมที่มีรูปแบบการเล่นที่ต่างกันอย่างชัดเจนรวมถึงความโด่งดังของ Dr.EggMan ก็น้อยกว่า Dr.Wily รวมถึงบทบาทของตัวละครจึงทำให้หลายคนไม่ทันได้สังเกตเรื่องนี้

RockMan, Sonic the Hedgehog

Overwatch กับ Paladins ตัวละครระบบเกมที่เหมือนกันจนน่าตกใจ

Overwatch, Paladins

มาที่เกมใหม่ ๆ กันบ้างกับเกมที่ใครหลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเกม Paladins นั้นจงใจทำทุกอย่างให้เหมือนกับเกม Overwatch ซึ่งถ้าเราไม่นับระบบของเกมที่เป็นแบบการยึดพื้นที่หรือเข็นรถที่ถือว่าเป็นแนวเกมที่มีอยู่ทั่วไป กับระบบต่าง ๆ ของทั้งสองเกมที่มีความแตกต่างกันเป็นอย่างมากเราจึงไม่ขอยกเรื่องนี้มาพูดถึง แต่สิ่งที่เราจะเอามาคุยกันนั่นก็คือความเหมือนทางด้านตัวละครของทั้งสองเกมนี้ที่ช่างเหมือนกันมาก ๆ และไม่ใช่แค่เหมือนธรรมดาแต่เหมือนจนสามารถเข้าใจผิดได้เลยทีเดียว นี่ยังไม่นับรูปแบบการควบคุมมุมกล้องอาวุธรูปแบบของพลังท่วงท่าของตัวละครเรียกว่าเหมือนกันจนทางแฟน ๆ Overwatch ต้องออกมาพูดถึง ซึ่งแฟน ๆ ทางฝ่าย Paladins ก็อ้างว่าตัวละครบางตัวทางฝ่ายตนก็ออกก่อนแต่ทาง Overwatch เพิ่งมีนั่นก็หมายความว่าทาง Overwatch ก็เลียนแบบคืนอย่างนั้นรึเปล่า ซึ่งสงครามน้ำลายนี้ก็ยังคงมีอยู่แต่อาจจะเบาบางลง เพราะความสนุกและแตกต่างกันของเกมที่เป็นตัวแยกผู้เล่นออกจากกัน ซึ่งตอนนี้ทาง Overwatch ก็กำลังจะข้ามไปที่ภาค 2 ของเกม ส่วนทาง Paladins ที่เป็นเกมฟรีซื้อตัวละครก็ยังคงอยู่แบบเงียบ ๆ ของตนเองไป ส่วนใครจะเลือกเกมไหนก็เล่นให้สนุกไม่ต้องมาโต้เถียงกันจะดีที่สุด

Overwatch, Paladins

RockMan 11 กับ Mighty No.9 ระบบที่ใครเลียนแบบใคร

RockMan 11, Mighty No.9

อีกหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจจนเราต้องเอามาพูดถึงกันถึงความเหมือนที่แตกต่างระหว่างเกม RockMan 11 กับเกม Mighty No.9 ซึ่งเราขอข้ามประเด็นที่ว่าคนสร้างทั้งสองเกมนี้คือคนเดียวกัน แต่เราจะขอพูดถึงเฉพาะเกม RockMan ภาค 11 เท่านั้น ซึ่งถ้าใครที่ได้เล่นเกมทั้งสองมาแล้วน่าจะพอจับทางได้ว่า สองเกมนี้แอบเอารูปแบบของการเปลี่ยนร่างตัวละครบางส่วนตอนได้พลังมาใช้เหมือนกัน ยกตัวอย่างเมื่อทาง Mighty No.9 ปราบหัวหน้าได้เขาได้รับพลังหัวหน้าตนนั้นมาแบบเดียวกับ RockMan แต่รูปร่างของตัว  Mighty No.9 จะไม่ได้เปลี่ยนแค่สีแบบเดียวกับ RockMan แต่จะเปลี่ยนรูปร่างบางส่วนไปด้วย(ดูภาพประกอบจะเข้าใจ) และเมื่อหันกลับมาที่เกม RockMan 11 เราก็จะเห็นระบบนี้เหมือนกันในเกม

RockMan 11, Mighty No.9

ซึ่งระบบเปลี่ยนรูปร่างแบบนี้เพิ่งถูกเอามาใช้เป็นครั้งแรกในซีรีส์ RockMan ภาค 11 และเกมนี้ก็ออกหลังจากเกม Mighty No.9 นั่นก็หมายความว่าทางทีมพัฒนา RockMan ก็ลอกแบบไอเดียแนวคิดเรื่องการเปลี่ยนร่างมาจาก Mighty No. 9 รึเปล่า เรื่องนั้นจะบอกว่าใช่ก็คงจะพูดได้ไม่เต็มปากเพราะรูปแบบของการเปลี่ยนร่างเมื่อได้พลังในซีรีส์ RockMan ก็เคยมีมาแล้วในซีรีส์ Rockman EXE ดังนั้นเราจึงไม่กล้าพูดหรือฟันธงว่าใครใช้ของใคร เพราะเกมในซีรีส์ Rockman EXE ก็เป็นฝีมือของ Keiji Inafune ผู้เป็นบิดาของ RockMan ดังนั้นการที่ Mighty No.9 จะเอาระบบนี้มาใช้ก็คงจะไม่แปลก รวมถึง RockMan 11 จะใช้ระบบเปลี่ยนร่างก็ไม่ผิดเช่นกัน หรือจะสรุปง่าย ๆ ก็คือระบบเปลี่ยนร่างตอนได้พลังนั้นเป็นความคิดของคุณ Inafune เขาจึงเอามาใช้ใน Mighty No.9 ได้ส่วนทาง RockMan 11 ก็สามารถเอามาใช้ได้เพราะมันคือเกมในเครือเดียวกันนั่นเอง

Rockman EXE

Dante จาก Devil May Cry กับ Bayonetta ในเกม Bayonetta ฝาแฝดในโลกคู่ขนาน

Devil May Cry, Bayonetta

มาต่อกันที่อีกหนึ่งคู่ที่เหมือนพี่น้องซึ่งพลัดพรากกันมาตั้งแต่เด็ก ระหว่างนักล่าลูกครึ่งมนุษย์ปีศาจอย่าง Dante จาก Devil May Cry กับคุณป้าแม่มดสาวแว่นอย่าง Bayonetta ในเกม Bayonetta ที่ถ้าเราไม่นับว่าทีมพัฒนาของทั้งสองเกมนี้นั้นมาจากทีมพัฒนาอย่าง Clover Studio ของ Capcom ที่ภายหลังเปลี่ยนชื่อและย้ายสังกัดมาเป็น PlatinumGames ซึ่งรูปแบบตัวเกมกับระบบการเล่นนั้นเราจะไม่ขอพูดถึง เพราะแนวเกม Action Adventure Hack and Slash นั้นก็มีรูปแบบประมาณนี้กันอยู่แล้วเราจึงขอข้ามไป แต่สิ่งที่เราจะพูดถึงความเหมือนของตัวละคร Dante กับ Bayonetta ที่ทั้งคู่นั้นมีอาวุธและลักษณะการต่อสู้ที่คล้ายกันเป็นอย่างมาก ซึ่งใครที่เคยเล่นสองเกมนี้มาก่อนจะเข้าใจ รวมถึงทรงผมที่เป็นจุดเด่นเหมือนกัน(อีกคนผมขาวอีกคนผมยาว) นี่ยังไม่นับนิสัยชอบกวนบาทากับการทำท่าแปลก ๆ ในการต่อสู้เหมือนกัน และที่เหมือนกันอีกคือนิสัยที่ดูภายนอกแล้วทั้งคู่จะเป็นพวกไม่สนใจแมวอะไรจนดูเย็นชา แต่จริง ๆ แล้วทั้งคู่เป็นคนขี้สงสารใจอ่อนแถมปากกับใจไม่ตรงกันอีกด้วย เรียกว่าเหมือนกันมาก ๆ อย่างกับทั้งคู่มาจากอีกโลกคู่ขนานกันเลยทีเดียว

Devil May Cry, Bayonetta

Pokémon กับ Yo-kai Watch ความเหมือนที่ไม่เหมือน

Pokémon, Yo-kai Watch

เมื่อพูดถึงเกม Pokémon กับ Yo-kai Watch เชื่อว่าหลายคนที่ได้เล่นทั้งสองเกมนี้มาแล้วจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่ามันคือความเหมือนในไม่เหมือนเป็นความคล้ายที่ไม่คล้ายที่เราคงจะอธิบายออกมาไม่ถูก เพราะสิ่งที่เราเห็นทั้งสองที่มีเหมือนกันคือการเดินทางจับมอนสเตอร์หรือผีตามที่ต่าง ๆ มีตัวละครชายหญิงให้เลือก ใช้อุปกรณ์จับและเรียกมอนสเตอร์ออกมาเป็นพวกเพื่อใช้ในการต่อสู้ ซึ่งนั่นคือสิ่งที่เหมือนกันของสองเกมนี้ที่คนภายนอกเห็นและบอกว่าสองเกมนี้เหมือนกัน เพราะเอาจริง ๆ ทั้งระบบต่าง ๆ ในเกมแนวทางเนื้อเรื่องจนไปถึงทุกสิ่งทุกอย่างของทั้งสองเกมนี้นั้นต่างกันมาก ถ้าจะให้เทียบระหว่าง Digimon กับ Yo-kai Watch ว่าใครเหมือน Pokémon มากกว่าคงต้องบอกว่า Digimon เหมือนกว่ามาก ๆ แต่ด้วยความนิยมของ Yo-kai Watch ที่มีสูงมาก ๆ ในญี่ปุ่นจึงทำให้คนอาสองเกมนี้มาเปรียบเทียบกัน และถ้าบอกว่า Yo-kai Watch เลียนแบบ Pokémon ก็ต้องบอกว่าไม่เลย เพราะเกมแนวจับมอนสเตอร์มันมีอยู่มากมายในตลาด แถมระบบการเล่นการควบคุมก็ต่างกันเนื้อเรื่องก็ไปคนละแนวทาง เอาเป็นว่าสองเกมนี้ไม่มีเหมือนกันเลยจนเรียกว่าคนละเกมเลยด้วยซ้ำ ถ้าใครที่เคยเล่นสองเกมนี้มาก่อนจะรู้เลยว่ามันต่างกันมาก ๆ

Pokémon, Yo-kai Watch

Uncharted กับ Tomb Raider กับแนวนักล่าสมบัติที่เหมือนกัน

Uncharted, Tomb Raider

อีกหนึ่งความเหมือนที่แตกต่างที่หลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าเกม Uncharted นั้นมีรูปแบบคล้ายกับเกม Tomb Raider ในการตามล่าสมบัติในสถานที่โบราณผ่านกับดักต่อสู้กับผู้คนบางครั้งก็มีสัตว์ประหลาด แถมยังมีระบบปีนป่ายห้อยโหนเกาะกำแพงแก้ปริศนาที่ต้องผลักนั่นดึงนี่ใส่นั่นเหมือนกัน ซึ่งเอาเข้าจริง ๆ เกมแนว ๆ Tomb Raider นั้นมันมีรูปแบบที่ตายตัวอยู่แล้วกับการตามหาสมบัติโบราณต้องผ่านกับดัก ซึ่ง Tomb Raider ที่ทำมาก่อนก็ทำออกมาได้ดีและเป็นที่ติดตาของผู้คน พอมีคนที่คิดจะทำแนวนี้บ้างก็กลายเป็นว่าทำซ้ำเลียนแบบไปเสียอย่างนั้น จนมีคนบ่นดัง ๆ กันว่าเกม Uncharted คือ Tomb Raider ที่เปลี่ยนตัวเอกเป็นผู้ชาย ทั้งที่ความเป็นจริงระบบการเล่นเนื้อเรื่องและทุกสิ่งทุกอย่างของสองเกมนี้ต่างกันคนละแบบเลย ไม่ว่าจะเป็นการเล่นที่ Uncharted จะเน้นที่ระบบคู่หูในการเดินทางกับฉากไล่ล่าวิ่งหนีที่สนุกตื่นเต้นและปริศนาก็จะเป็นแบบแก้กันตรงนั้นไม่ใช่แบบหยิบนั่นไปใส่นี่แบบ Tomb Raider ที่เน้นการเอาตัวรอดแก้ปริศนาด้วยการหยิบตรงนั้นมาใส่ตรงนี้แถมเนื้อเรื่องเกม Tomb Raider มักจะอยู่ในสถานที่เดียวเป็นหลักแต่ Uncharted จะเน้นที่หลาย ๆ ฉากหลาย ๆ ประเทศให้เลือกเล่น ซึ่งถ้าใครที่ได้เล่นเกมทั้งสองมาจะเข้าใจว่ามันแทบไม่มีอะไรเหมือนกันเลย แม้แต่ระบบยิงการแอบซ่อนฆ่าศัตรูที่ดูภายนอกจะคล้ายกันแต่พอเล่นแล้วจะรู้ว่าอารมณ์ระบบต่าง ๆ มันไม่มีอะไรเหมือนกันเลย

Uncharted, Tomb Raider

Minecraft กับ Dragon Quest Builders จงใจเอามาแต่ก็เปลี่ยนแปลงจนเป็นของตนเอง

Minecraft, Dragon Quest Builders

ปิดท้ายด้วยความเหมือนที่จงใจเอามาทำแต่พอได้เล่นแล้วมันกลับแตกต่างได้อย่างไม่น่าเชื่อกับเกม Minecraft และ Dragon Quest Builders ที่ไม่ต้องบอกก็คงจะรู้เลยว่าเกม Dragon Quest นั้นอ้างอิงรูปแบบระบบการเล่นมาจากเกม Minecraft ซึ่งสำหรับแฟนเกม Dragon Quest แล้วการเห็นเกมแนว Minecraft นั้นไม่ใช่เรื่องแปลกหรือจะตะโกนด่าอะไร เพราะแฟน ๆ เกมซีรีส์ Dragon Quest ต่างรู้ดีว่าถ้าเกมไหนระบบใดมันดีเราก็จะได้เห็นเกมซีรีส์ Dragon Quest ไปปรากฏตัวอยู่ด้วยเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเกมแนวตะลุย Dungeon ก็มี Dragon Quest Torneko no Daibōken เกมแนว Musou คนเดียวลุยทั้งกองทัพก็มี Dragon Quest Heroes หรือแม้แต่แนวเกมอย่างเกมเศรษฐีก็มี Dragon Quest & Final Fantasy in Itadaki Street ดังนั้นแฟน ๆ Dragon Quest จึงโอเคกับสิ่งที่เกิดขึ้น และจุดเด่นของการเอาระบบต่าง ๆ ของเกมอื่นมาใช้ เกมในซีรีส์ DragonQuest ก็เอามาปรับเปลี่ยนจนเป็นเกมที่มีกลิ่นอายความเป็น Dragon Quest ได้อย่างลงตัวแถมเล่นแล้วยังรู้สึกว่าไม่ได้เล่นเกมแนว Minecraft เลยแต่กำลังเล่นเกม Dragon Quest อยู่มากกว่า ใครที่เป็นแฟนเกมซีรีส์นี้น่าจะเข้าใจ

Minecraft, Dragon Quest Builders

ก็จบกันไปแล้วกับ 10 แนวความเหมือนที่แตกต่างที่ไม่ว่าจะเป็นเหมือนเพราะจงใจเหมือนเพราะบังเอิญเหมือนเพราะคนสร้างคนเดียวกันหรือเหมือนแบบตั้งใจ ซึ่งทุกเกมที่เราเอามานำเสนอนั้นก็มีเป้าหมายเดียวกันนั่นคือการอยากสร้างเกมที่สนุก เพื่อให้คนที่ได้ซื้อเกมไปเล่นได้รับสิ่งใหม่ ๆ ที่น่าสนใจจากระบบที่คุ้นเคยหรือตัวละครที่หลายคนชอบ จึงไม่น่าแปลกใจที่ต่อไปในอนาคตเราก็จะคงเห็นเกมแบบนี้อีกในอนาคต ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับตัวเราผู้เล่นแล้วว่าจะเปิดใจรับรึบ่นด่าว่าเกมนั้นเกมนี้เลียนแบบ เพราะสิ่งที่เราเห็นมันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เราคิดทั้งหมดก็เป็นได้ ลองเปิดใจลองดูลองเล่นแล้วคุณจะรู้ว่าภายนอกที่คุณเห็นกับสิ่งที่เป็นจริงมันต่างกันมากขนาดไหน

 

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

แชร์โพสนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...