โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เลี้ยงลูก “Gen Alpha” เด็กเจนฯ ใหม่ที่มีคาแรคเตอร์แตกต่าง

Motherhood.co.th

เผยแพร่ 13 ต.ค. 2563 เวลา 04.30 น. • Motherhood.co.th Blog

เลี้ยงลูก "Gen Alpha" เด็กเจนฯ ใหม่ที่มีคาแรคเตอร์แตกต่าง

การเลี้ยงลูกในยุคนี้แตกต่างจากสมัยก่อนมากนะคะ ซึ่งเด็ก ๆ "Gen Alpha" ของเรานี้ เราคงไม่อาจจะเลี้ยงพวกเขาด้วยวิธีการเดียวกันกับที่รุ่นพ่อรุ่นแม่ของพวกเราเลี้ยงเรามาได้ เพราะคนในแต่ละยุคนั้นล้วนแล้วแต่มีบุคลิกภาพที่แตกต่างกันไป วันนี้ Motherhood จะพาคุณผู้อ่านมาทำความรู้จักกับเด็กเจน ฯ ใหม่นี้ให้มากขึ้น เพื่อให้คุณได้เข้าใจเด็กเจน ฯ อัลฟ่า และรับมือพวกเขาด้วยวิธีการเลี้ยงที่เหมาะสม

แม้จะดูเหมือนว่าทั้งคนรุ่น Millennial (เกิดระหว่างปี 2523-2543) และเจนเนอเรชั่น X (เกิดระหว่างปี 2508-2522) มีจำนวนมากขึ้นก็ตาม จริง ๆแล้วอาจเป็นลูก ๆ ของพวกเขาที่จะกลายเป็นจุดสนใจทั้งหมดเมื่อเราเข้าสู่ปี 2020 นั่นเป็นเพราะเด็ก ๆ กลุ่มนี้หรือที่รู้จักกันในชื่อ Generation Alpha จะเติบโตมาในโลกที่แตกต่างไปจากโลกที่เราเคยรู้จัก

Generation Alpha ถูกจัดให้เป็นเด็กที่เกิดในหรือหลังปี 2553 นักวิจัยทั่วโลกกำลังให้ความสนใจกับสิ่งที่อาจหล่อหลอมให้พวกเขาโตขึ้นมาเป็นคนแบบที่พวกเขากำลังจะเป็นในอนาคต และนี่คือบางสิ่งที่เรารู้เกี่ยวกับเด็กเจน ฯ อัลฟ่า

เจน ฯ อัลฟ่าเติบโตมาพร้อมกับความหลากหลายในสังคม

ความหลากหลายจะส่งผลดีต่อเด็กอัลฟ่า

ความหลากหลายที่เพิ่มมากขึ้นในสังคมโลกอาจทำให้ Gen Alpha เป็นที่ยอมรับมากขึ้น เพราะพวกเขาเติบโตในสังคมที่หลากหลายมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ดังนั้น พวกเขาจึงเปิดใจกว้างต่อผู้คนที่แตกต่างจากตัวเอง เด็ก ๆ ในยุคมิลเลนเนียลเป็นแหล่งที่มาของการมองโลกในแง่ดี ที่เรากำลังก้าวไปสู่สังคมที่เปิดกว้างและให้การยอมรับซึ่งกันและกัน

เทคโนโลยีจะกำหนดพวกเขา ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

คนรุ่นนี้จะได้รับความสะดวกสบายอย่างมากจากเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นการดูวิดีโอบน iPad ของผู้ปกครอง และฟังเพลงบน iPhone พวกเขามีการใช้อินเตอร์เน็ตทุกวันเฉลี่ย 47.4% อีกทั้งมีแนวโน้มการใช้อินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พวกเขาอาจเรียนรู้ด้วยภาพได้ดีเป็นพิเศษ

แต่ในขณะที่เวลาที่พวกเขาใช้อยู่หน้าจออาจเป็นเครื่องมือที่ดีในการศึกษา ความบันเทิง และอื่น ๆ สำหรับผู้ปกครอง แต่ก็มีผลกระทบบางอย่างสำหรับเด็กอัลฟ่าที่เรายังไม่รู้ ตัวอย่างเช่น มีงานศึกษาวิจัยระยะยาวเกี่ยวกับเวลาที่เด็กใช้อยู่หน้าจอมีผลต่อสมองที่กำลังพัฒนาอย่างไร และผลลัพธ์ในช่วงแรกก็ไม่เป็นข่าวดีสักเท่าไหร่ เมื่อเร็ว ๆ นี้นักวิจัยพบว่าเวลาที่ใช้อยู่หน้าจอมากเกินไปในเด็กเล็กจะนำไปสู่การด้อยพัฒนาของส่วนต่าง ๆ ของสมอง

โซเชียลมีเดียจะเป็น "สถิติใหม่" ของพวกเขา

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โซเชียลมีเดียจะส่งผลต่อสถานะทางสังคมในอนาคตของเด็กอัลฟ่าอย่างไร

คนรุ่นก่อนไม่ต้องคำนึงถึง Digital footprint ที่พ่อแม่อาจทิ้งร่องรอยเอาไว้ในขณะที่พวกเขายังเป็นผู้เยาว์ ทุกภาพทุกคำที่โพสต์ทางออนไลน์เกี่ยวกับเด็กจะกลายเป็นแฟ้มสะสมผลงานออนไลน์ของพวกเขาในที่สุด ในขณะที่ Gen X กังวลเกี่ยวกับประวัติถาวรของพวกเขาเจน ฯ อัลฟ่าอาจต้องกังวลเกี่ยวกับ Instagram และแม้แต่หน้า Facebook เก่าของผู้ปกครอง

เรายังไม่เห็นผลกระทบในระยะยาวของ Digital footprint เหล่านี้ ดังนั้น หากพ่อแม่ไม่รู้ว่าสิ่งนี้จะเป็นประโยชน์หรือเป็นอันตรายต่อเด็ก ๆ อัลฟ่าหรือไม่ สิ่งสำคัญคือต้องคำนึงถึงสิ่งที่คุณโพสต์ด้วย

พ่อแม่ควรคิดให้เยอะหากจะลงรายละเอียดเกี่ยวกับลูกในโลกอินเตอร์เน็ต

พวกเขาจะรู้ว่าทำไมสุขภาพจิตถึงสำคัญ

ยุคออนไลน์นั้นนำเสนอความท้าทายในการเลี้ยงดูที่ไม่เหมือนใครสำหรับพ่อแม่ยุค Millennial และ Gen X การขอคำแนะนำในการเลี้ยงดูไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ อีกต่อไป ในเมื่อสังคมตอนนี้เต็มไปด้วยความก้าวร้าวที่ส่งผลต่อสุขภาพจิตของคนรุ่นมิลเลนเนียล พ่อแม่ยุคมิลเลนเนียลหลายคนเกิดการแข่งขันเพื่อเป็นพ่อแม่ที่สมบูรณ์แบบ นี่คือเหตุผลที่เราเห็นภาพของเด็ก ๆ มากมายบนอินสตาแกรมที่ทุกคนดูยิ้มแย้ม มีคุณแม่ที่แต่งตัวดีอยู่ในห้องครัวหรือฉากกลางแจ้งที่แปลกตา สิ่งที่เราเห็นได้ไม่บ่อยนักคือรูปที่โชว์ความยุ่งเหยิงและความหงุดหงิดใจของความเป็นพ่อแม่ เส้นแบ่งระหว่างความเป็นจริงกับจินตนาการนั้นล้วนแล้วแต่สร้างความกดดันให้กับแม่ และเกิดตอบรับเชิงลบที่กระตุ้นให้แม่รู้สึกผิด

แล้วสิ่งนั้นส่งผลต่อ Gen Alpha อย่างไร น่าแปลกที่มันอาจแสดงให้เด็ก ๆ เห็นว่าสุขภาพจิตและอารมณ์มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าสุขภาพร่างกาย ปีที่ผ่านมานั้นเป็นปีแห่งการดูแลตัวเองที่เหล่าคุณแม่ Millennial และ Gen X ใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อเปลี่ยนวัฒนธรรมการเลี้ยงดูลูก และหลาย ๆ คนก็พาลูกชาวอัลฟ่าร่วมเดินทางด้วยการโพสต์เกี่ยวกับความสำคัญของการมอบสุขภาพจิตที่ดีแก่เด็ก ๆ

พวกเขาอาจให้ความสำคัญต่อโลกมากกว่าการเป็นพ่อแม่

เมื่อพ่อแม่รุ่นมิลเลนเนียลเข้าสู่โลกแห่งการทำงาน เศรษฐกิจก็ผ่านจุดต่ำสุดไปสู่ภาวะถดถอย นั่นเป็นสิ่งกำหนดว่าพวกเขาจะมีการวางแผนครอบครัวอย่างไร และด้วยเหตุเอง นี้ชาวมิลเลนเนียลจำนวนมากจึงรอนานขึ้นเพื่อที่จะตั้งถิ่นฐานและมีลูกน้อยลง อย่างไรก็ตามเจน ฯ อัลฟ่า จะเผชิญกับปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อพวกเขาเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ตอนต้น การรู้ถึงความเครียดของประชากรที่เพิ่มขึ้นบนโลกใบนี้อาจส่งผลต่อการเลือกมีลูกของพวกเขา

เด็กเจน ฯ อัลฟ่า สนใจประเด็นของโลกและสังคมมากกว่าคนรุ่นก่อน

บทสรุปท้ายสุด

พ่อแม่ในปัจจุบัน (และคนรุ่นปู่ย่าตายายก็เช่นกัน) สามารถคาดหวังที่จะเห็นคนรุ่นใหม่ที่ยอมรับในความแตกต่างได้มากขึ้น มีความเชี่ยวชาญในการเข้าสังคมมากขึ้น มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี และรู้เท่าทันปัญหาที่ซับซ้อน เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ในขณะที่มันอาจฟังดูน่าสับสนสำหรับคนรุ่นก่อน ๆ แต่เรามีความรู้สึกว่าคนหนุ่มสาวที่มีนิสัยร่าเริงเหล่านี้จะกลายเป็นคนพิเศษเกินกว่าที่ใคร ๆ จะคาดเดาได้ พวกเขามีคุณสมบัติที่เป็นเครื่องมืออันทรงพลังที่สามารถเปลี่ยนแปลงมนุษยชาติไปในทางบวกมากมาย

เด็กอัลฟ่าที่อายุมากที่สุดมีอายุเพียง 10 ปีเท่านั้น ซึ่งยังไม่ถึงวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ตอนต้นเหมือนเช่นเด็กรุ่นก่อนหน้า ที่จะมากำหนดพวกเราด้วยมุมมองทางวัฒนธรรมว่าพวกเขาเป็นใคร มีตัวตนแบบไหน ในขณะเดียวกัน พ่อแม่อย่างเราจะรู้สึกภาคภูมิใจและเป็นเกียรติที่ได้ช่วยชี้แนะให้พวกเขาตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ตัวพวกเขาเอง

 

อ่านบทความสำหรับแม่และเด็กอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ >> story.motherhood.co.th

มองหาสินค้าสำหรับแม่และเด็กในราคาสุดพิเศษได้เลยที่ >> Motherhood.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...