โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เกษตรกรเมืองเพชร จบ ป.6 ปลูกกล้วยหอมทอง ส่งเซเว่นฯ รับปีละ 4 แสนกว่า

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 06 พ.ย. 2563 เวลา 10.29 น. • เผยแพร่ 07 พ.ย. 2563 เวลา 23.00 น.

ไม่ว่ายุคใดสมัยใดราคาของกล้วยหอมก็ไม่เคยตกเลย บางช่วงที่ขาดแคลนตกหวีละเป็นร้อยก็มี สมัยก่อนการซื้อกล้วยหอมนั้นต้องซื้อเป็นหวี แต่เดี๋ยวนี้สะดวกขึ้น สามารถหาซื้อเป็นลูกได้ตามร้านสะดวกซื้อ อย่าง ร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ปัจจุบัน สหกรณ์การเกษตรท่ายาง จำกัด จังหวัดเพชรบุรี เป็นเกษตรกรกลุ่มใหญ่ที่ปลูกกล้วยหอมทองป้อนเซเว่นฯ  

img_8332-728x409

ขายได้วันละแสนลูก

สหกรณ์ฯท่ายาง เป็นแหล่งผลิตกล้วยหอมขนาดใหญ่สามารถผลิตกล้วยหอมทองได้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปเน้นความสะดวก รับประทานครั้งละ 1 ลูก และชอบที่สุกกำลังพอดี เปลือกมีสีเหลืองมากกว่าเขียว การจำหน่ายกล้วยลูกเดี่ยวจึงกลายเป็นกระแสนิยมของคนไทย สังเกตได้จากปริมาณกล้วยหอมทองที่จำหน่ายผ่านเซเว่นฯ ที่มียอดขายเพิ่มขึ้นทุกวัน โดยปัจจุบัน เซเว่น ขายได้วันละเกือบ 100,000 ลูก ในราคาลูกละ 8 บาท เกินเป้าหมายที่คาดการณ์ไว้

ด้าน คุณมานะ บุญสร้าง หัวหน้าฝ่ายการตลาด สหกรณ์การเกษตรท่ายาง จำกัด เล่าถึงจุดเด่นของกล้วยหอมทองท่ายางว่า มีกลิ่นหอม รสชาติหวาน และมีเนื้อละเอียดกว่าที่อื่น เพราะมีกรรมวิธีการปลูกที่แตกต่างจากที่อื่น โดยเลือกใช้หน่อพันธุ์แท้เท่านั้น เพราะการปลูกด้วยหน่อกล้วยนั้นจะช่วยป้องกันการกลายพันธุ์ได้

นอกจากนี้ พื้นที่ปลูกยังมีดินที่มีแร่ธาตุดี น้ำอุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นน้ำจากเขื่อนแก่งกระจาน น้ำเขื่อนเพชร และน้ำบาดาล เป็นแหล่งน้ำที่ได้จากเขื่อนเป็นป่าต้นน้ำธรรมชาติของแม่น้ำเพชรบุรี ประกอบกับอำเภอท่ายางอยู่ใกล้ทะเล ไอของทะเลจะช่วยขับไล่แมลงที่จะมากัดกินทำให้พืชและผลผลิต โดยในช่วงฤดูร้อนหรือช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน สภาพอากาศจะช่วยให้ผลผลิตกล้วยเพิ่มมากขึ้น เพราะโดยธรรมชาติกล้วยชอบอากาศร้อนชื้น

คุณมานะ บอกถึงการส่งกล้วยหอมทองขายในเซเว่นฯ ว่า เริ่มในปี 2556 ช่วงแรกส่ง วันละ 900 ลูก ล่าสุดปีนี้สูงถึงวันละ 28,000 ลูก และปีหน้าตั้งเป้าส่งขายในเซเว่นฯ 35,000 ลูก ต่อวัน ซึ่งกล้วยหอมทองที่ส่งนี้จะอยู่หน้าร้านได้ประมาณ 2–3 วัน

หัวหน้าฝ่ายการตลาด สหกรณ์ฯท่ายาง ยังบอกด้วยว่า ปัจจัยที่ทำให้ยอดจำหน่ายผ่านร้านเซเว่นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะทางเซเว่นฯ มีทีมงานให้คำแนะนำมีการพัฒนารูปแบบบรรจุภัณฑ์ต่อเนื่อง เริ่มแรกที่ส่งขายเซเว่นฯ เป็นถุงธรรมดา เจาะรู ติดสติ๊กเกอร์ให้เห็นโลโก้ ต่อมาเซเว่นฯ ให้คำแนะนำการพัฒนาแพ็กเกจให้ดูทันสมัย เก็บผลผลิตได้นาน ตอนนี้ปรับเป็นถุงที่เจาะรูเข็ม และกำลังจะพัฒนาถุงให้สามารถเก็บรักษายืดอายุได้นานยิ่งขึ้น เพื่อรักษาคุณภาพกล้วยหอมทองจากสวนให้มีสภาพสดใหม่ก่อนถึงมือลูกค้า ซึ่งการได้เป็นคู่ค้ากับเซเว่นฯ จึงทำให้มีความมั่นใจในการประกอบอาชีพที่จะสร้างความมั่นคงและสร้างรายได้ที่แน่นอนให้กับกลุ่มเกษตรกร

สหกรณ์ฯ ดูแลควบคุมทุกขั้นตอน

นอกจากเกษตรกรที่นี่จะปลูกกล้วยหอมทองแล้ว ยังปลูกกล้วยไข่ และกล้วยน้ำว้าด้วย ทั้งนี้ สหกรณ์ฯ ท่ายาง ถือเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการปลูกกล้วยเป็นอย่างดี เพราะสมาชิกที่มีอยู่ทั้งหมด 2,000 กว่าราย โดยในจำนวนนี้ 350 ราย ที่มีพื้นที่ปลูกกล้วย 1,200 ไร่ ส่งออกไปญี่ปุ่น และตอนนี้หลายรายก็ยังปลูกขายให้ญี่ปุ่นควบคู่กับการส่งขายในเซเว่นฯ แต่จะแยกแปลงกันปลูกนอกจากนี้ ทางสหกรณ์ยังมีการขยายห้องแพ็กและห้องบ่ม เพื่อรองรับปริมาณกล้วยที่เพิ่มมากขึ้นตามความต้องการของผู้บริโภค

การดำเนินงานของสหกรณ์ฯ ท่ายาง นับเป็นตัวอย่างหนึ่งของการรวมกลุ่มของเกษตรกรและมีวิธีการบริหารจัดการที่ดี ทำให้ผลผลิตที่ได้มีคุณภาพสม่ำเสมอและสามารถป้อนสินค้าให้กับคู่ค้าได้อย่างต่อเนื่อง

มาดูกันว่า สหกรณ์ฯ แห่งนี้มีวิธีบริหารจัดการอย่างไร ประเด็นนี้ คุณมานะ แจกแจงว่า ทางสหกรณ์มีการประกันราคาให้กับสมาชิก มีเงินกู้ให้ และให้คำแนะนำในการปลูกตั้งแต่เริ่มจนถึงเก็บเกี่ยว และมีเจ้าหน้าที่ไปตัด ระยะเวลาปลูก ตั้งแต่ 1-9 เดือน ต้องมีการวางแผน รวมถึงช่วงเวลาในการใช้ปุ๋ย โดยช่วง 4-5 เดือน จะมีเจ้าหน้าที่ไปดูว่าลำต้นแข็งแรงหรือไม่ พอ 7 เดือน กล้วยตกปลี จากนั้น 45 วัน สามารถตัดส่งขายได้ ต้องให้กล้วยแก่ประมาณ 80-95% ตามที่เซเว่นฯต้องการ เพราะจะได้ทั้งเรื่องรสชาติและสี และเมื่อตัดเสร็จแล้วจะนำมาเข้าขั้นตอน ล้าง เป่า และแพ็กเกจจิ้งที่สหกรณ์

img_8357-728x409

ปัญหาอย่างหนึ่งของกล้วยหอมทองคือ หน้าฝนสมาชิกไม่สามารถปรับพื้นที่ได้ และพอปลายปีช่วงหน้าหนาวจะให้ผลผลิตน้อย

พูดได้ว่า สหกรณ์ฯ ท่ายาง ควบคุมดูแลทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การเลือกหน่อพันธุ์เลย ในส่วนของราคาประกันนั้น ต่ำสุดให้ลูกละ 1.50 บาท สูงสุดอยู่ที่ 3 บาท ถึง 3 บาทกว่า บางเครือได้ 65-70 ลูก ปัจจุบันสหกรณ์ฯ ส่งให้เซเว่นฯ วันละ 4,000-5,000 ตัน และส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น เดือนละ 15 ตัน โดยขายในราคากิโลกรัม (ก.ก.) ละ 20 กว่าบาท ต่อลูก หนัก 110 กรัม ขณะที่ส่งขายเซเว่นฯ หนักลูกละ 120 กรัม

ทีนี้มาฟังผู้ปลูกกล้วยหอมทอง อย่าง “คุณพุฒิภูมิ ทองประเสริฐ” เกษตรกรวัย 49 ปี กันดูบ้าง หนุ่มใหญ่รายนี้ ปลูกส่งสหกรณ์ฯ มา 5-6 ปีแล้ว ในพื้นที่ 10 ไร่ ที่บ้านท่าทุ่งแฝก ต.ท่าคอย อ.ท่ายาง สมัยก่อนเขาปลูกมะนาวและพืชล้มลุกอย่างอื่นมา อาทิ แตง และถั่ว แต่เจอปัญหาเพลี้ยไฟ ไรแดง และเป็นพืชที่ต้องใช้สารเคมี ทำให้สุขภาพแย่ เมื่อสหกรณ์ฯมาแนะนำให้ปลูกกล้วย และเห็นว่าสหกรณ์เป็นผู้มารับซื้อในราคาประกัน จึงสนใจและปลูกเรื่อยมา โดยปลูกแบบไม่ใช้สารเคมี ทำให้เขามีรายได้หลังค่าใช้จ่ายปีละ 3 แสนกว่าบาท มากกว่าตอนปลูกมะนาวเสียอีก แถมสุขภาพยังดี ไม่เจ็บไม่ป่วยเหมือนที่ผ่านมา

คุณพุฒิภูมิ ซึ่งแม้จะเรียนจบแค่ ป.6 แต่ประสบการณ์ในอาชีพเกษตรกรรมอยู่ในระดับขั้นเทพ เล่าถึงการปลูกกล้วยหอมทองว่า ก่อนปลูกกล้วยทิ้งแปลงไว้ 1-2 เดือน เพื่อฆ่าเชื้อโรค มีการเตรียมดิน ขุดร่อง ตีหลุมให้กว้าง สัก 50 เซนติเมตร (ซม.) ลึก 30 ซม. ห่าง 2 คูณ 2 เมตร พร้อมกันนั้นคัดหน่อพันธุ์ที่สมบูรณ์ หน่อจะต้องหนักประมาณ 2-3 ก.ก. ตอนแรกซื้อมาหน่อละ 4 บาท ให้น้ำ 5-7 วัน ต่อครั้ง ไม่ได้ฉีดยาฆ่าหญ้า ดูแลด้วยการใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักจากมูลสัตว์ โดยให้ปุ๋ยเดือนละครั้ง

img_8386-728x409

ต้องตัดแต่งใบ-หน่อ

ที่สำคัญต้องตกแต่งใบตลอดหลังจากออกเครือแล้ว แต่ละต้นควรเหลือใบไว้ 7-9 ใบ เพราะถ้ามีใบเยอะจะทำให้รกรุงรัง และใบจะไปสีกับลูกกล้วย ทำให้เกิดจุดด่างดำ ไม่สวย และทำให้สวนไม่โปร่ง อีกทั้งถ้าทิ้งให้ใบเหลืองแห้งจะทำให้เกิดโรคเชื้อราและเกิดปัญหาแมลง

“พอดีพี่ชายผมเลี้ยงวัวก็นำขี้วัวมาใส่ ปลูกกล้วยหอมทองต้องตัดแต่งใบ อาหารจะได้ไปเลี้ยงลูกได้สมบูรณ์ ปัญหาหนึ่งของกล้วยคือ เจอเพลี้ยแป้ง ถ้าระบาดมากต้องตัดใบทิ้ง ซึ่งมักจะเกิดปัญหาช่วงหมดฝน หน้าฝนไม่ค่อยระบาด และเมื่อกล้วยออกหน่อจะต้องตกแต่งหน่อให้เหลือเพียงหน่อเดียว เพื่อไม่ให้ไปแย่งอาหารของกล้วย บางต้นอาจจะเหลือสองหน่อกรณีที่สมบูรณ์จริงๆ ปกติจะเหลือแค่หน่อเดียว เพื่อใช้เป็นพันธุ์ต่อไป” คุณพุฒิภูมิ กล่าวและว่า จะต้องมีการพรวนดินและถากหญ้าพร้อมกันไปด้วย ปกติปุ๋ยซื้อเป็นลูก ลูกละ 50 ก.ก. ใช้ 10 ลูก ต่อ 2 ไร่ ไร่หนึ่งใช้ประมาณ 200 ก.ก. ราคาลูกละไม่เกิน 500 บาท

ในการปลูกกล้วยหอมทองนี้ คุณพุฒิภูมิ ระบุว่า กล้วยเครือหนึ่งหลักๆ มีประมาณ 7 หวี เฉลี่ยหวีละ 14 ลูก เครือหนึ่งๆ หนัก 12-15 ก.ก. ขายให้สหกรณ์ฯ ก.ก.ละ 13 บาท คิดต้นทุนตกไร่ละ 2-3 หมื่น ได้กำไรไร่ละ 3-5 หมื่นบาท โดยปีแรกเป็นการลงทุนที่มากหน่อย เพราะต้องซื้อหน่อ ซึ่งแม้การปลูกแบบไม่ใช้สารเคมีผลผลิตจะได้ไม่มาก แต่ถือว่าคุ้มค่า เพราะต้นทุนต่ำกว่า สุขภาพร่างกายแข็งแรง อย่างไรก็ตาม ช่วงที่กล้วยยังไม่ให้ผลผลิตก็ปลูกพืชอื่นเสริม อย่าง ถั่วพู เพื่อให้มีรายได้เสริมตลอด

สวนกล้วยของคุณพุฒิภูมิ มีพื้นที่ 6 ไร่ ส่วนอีก 4 ไร่ ของเขากระจายไปในหลายแปลง ใครไปเห็นต่างเอ่ยปากชมสวนที่เป็นระเบียบเรียบร้อยแห่งนี้ ซึ่งเจ้าตัวให้เหตุผลว่า สวนกล้วยที่ดีจะต้องโปร่งให้มีแสงแดดผ่าน

วันที่ไปนั้นเป็นวันเดียวกับที่ทางเจ้าหน้าที่สหกรณ์ฯ มาตัดกล้วยพอดี สังเกตเห็นชัดว่ากล้วยของสวนคุณพุฒิภูมิมีขนาดใหญ่ๆ ใกล้เคียงกัน และแต่ละลูกแต่ละหวีผิวสวยไม่มีรอยด่างดำ ทั้งๆที่ตอนออกเครือแล้วไม่ได้นำถุงหรือภาชนะใดๆ มาครอบ ส่วนหนึ่งเพราะเขาตัดแต่งใบอยู่ตลอด

นับว่า คุณพุฒิภูมิ เป็นเกษตรกรปลูกกล้วยหอมทองอีกรายที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี สนใจอยากไปดูสวนของเขาหรือ ไปซื้อหน่อพันธุ์ ติดต่อสอบถามได้ที่ 083-806-7875

ที่มา : เส้นทางเศรษฐีออนไลน์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...