เปิดราคา-รายละเอียด All New Honda City Hatchback ครั้งแรกในโลก
เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ ประเทศไทย แล้วสำหรับ ฮอนด้าซิตี้แฮทช์แบ็กใหม่ (All New Honda City Hatchback) ที่มาพร้อมดีไซน์ตัวถังแบบ 5 ประตู (แฮทช์แบ็ก)
นายพิทักษ์พฤทธิสาริกรประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการบริษัทฮอนด้าออโตโมบิล(ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงเดือน พ.ย. 2562 ได้มีการแนะนำ ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชั่นที่ 5 ลงสู่ตลาดเป็นครั้งแรกด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.0 ลิตร ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีด้วยยอดจองรวมกว่า 3.5 หมื่นคัน ใน 1 ปีหลังการเปิดตัว
ล่าสุดจึงได้เปิดตัว ฮอนด้าซิตี้แฮทช์แบ็กใหม่ (All New Honda City Hatchback) ที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจาก ฮอนด้า ซิตี้ เจเนอเรชัน ที่5 ภายใต้ 'ซิตี้ซีรีส์' ซึ่งเป็นครั้งแรกในโลกของ ฮอนด้า ซิตี้ มาพร้อมดีไซน์ตัวถังแบบ แฮทช์แบ็ก
ฮอนด้าซิตี้แฮทช์แบ็กใหม่ ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด'Energetic Hatchback' ด้วยเส้นสายที่เฉียบคมต่อเนื่องรอบคัน สะท้อนความสปอร์ต ปราดเปรียว ยิ่งขึ้น ในสไตล์แฮทช์แบ็ก มาพร้อมไฟหน้าพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบLED ไฟท้ายแบบLED รับกับฝากระโปรงท้าย เสาอากาศแบบครีบฉลาม และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด16 นิ้ว(เฉพาะรุ่นRS) และล้ออัลลอยขนาด15 นิ้ว(รุ่นSV และS+)
ภายในห้องโดยสารของ ฮอนด้าซิตี้แฮทช์แบ็กใหม่ ยังได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด'Ambitious Beauty' เน้นความเรียบง่าย ทันสมัย ประณีตทุกรายละเอียด เสริมด้วยการใช้เส้นสายในแนวนอน วัสดุตกแต่งคอนโซลหน้าแบบPiano Black และมีการใช้วัสดุที่มีพื้นสัมผัสนุ่ม ภายในใช้โทนสีดำ เบาะหนังสีดำ (เฉพาะรุ่น SV) และสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยเบาะหนังกลับดีไซน์ใหม่ตกแต่งด้วยแถบสีแดงในรุ่น RS
พร้อมรองรับไลฟ์สไตล์ในแบบของตัวเองด้วยเบาะนั่งอัลตรา ซีท (ULTR) แยกพับ 60:40 ที่ปรับเปลี่ยนเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ได้ถึง 4 โหมด พร้อมห้องสัมภาระท้ายขนาดใหญ่ อันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของฮอนด้า ได้แก่
- Utility Mode: เบาะด้านหลังทั้ง 2 ด้านปรับพับเรียบ เพิ่มพื้นที่เก็บของด้านหลัง
- Long Mode: เบาะด้านหน้าและด้านหลังปรับพับ เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวยาว
- Tall Mode: เบาะด้านหลังพับขึ้น เพิ่มพื้นที่เก็บของในแนวสูง
- Refresh Mode: เบาะด้านหน้าพับเชื่อมต่อกับเบาะด้านหลัง สร้างพื้นที่ผ่อนคลายสะดวกสบายสูงสุด
สำหรับ ฮอนด้าซิตี้แฮทช์แบ็กใหม่รุ่นRS มาพร้อมชุดแต่งสไตล์สปอร์ตแบบRS รอบคัน กระจังหน้าแบบGloss Black และสัญลักษณ์RS มาพร้อมกันชนหน้าและกันชนหลังสไตล์สปอร์ต ไฟหน้าแบบLED พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบLED ไฟตัดหมอกแบบLED กระจกมองข้างสีดำแบบสปอร์ตพร้อมไฟเลี้ยวในตัว สปอยเลอร์หลังตกแต่งสีดำแบบสปอร์ต
พร้อมสัญลักษณ์RS และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด16 นิ้ว ภายในห้องโดยสารสะท้อนความสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยเบาะหนังกลับดีไซน์ใหม่ตกแต่งด้วยแถบสีแดง หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่(Multi-Information Display) พร้อมมาตรวัดเรืองแสงสีแดง และดึงดูดทุกสายตาด้วยสีภายนอก สีแดงอิกไนต์(Ignite Red) เฉพาะรุ่นRS เท่านั้น
ด้านเครื่องยนต์มาพร้อมด้วยขุมพลังเทอร์โบ เครื่องยนต์1.0 ลิตรDOHC VTEC TURBO 3 สูบ12 วาล์ว มาพร้อมTurbo Charger ที่อัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้ของเครื่องยนต์ได้เร็วขึ้น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ได้อย่างรวดเร็ว ให้กำลังสูงสุด122 แรงม้า ที่5,500 รอบต่อนาที ตอบสนองได้ทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด173 นิวตัน-เมตร ที่2,000-4,500 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง(CVT) ให้อัตราเร่งและอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง23.3 กิโลเมตร/ลิตร และระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ7 สปีด(Paddle Shift) (เฉพาะรุ่นRS) อีกทั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control System) (เฉพาะรุ่นRS) มาตรฐานไอเสียยูโร5 (EURO 5) ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่100 กรัม/กิโลเมตร และสามารถรองรับน้ำมันE20
ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่
- รุ่น RS ราคา 749,000 บาท
- รุ่น SV ราคา 675,000 บาท
- รุ่น S+ ราคา 599,000 บาท
มีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ได้แก่ สีแดงอิกไนต์ (เมทัลลิก) เฉพาะรุ่น RS สีใหม่ สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) พร้อมด้วย สีขาวแพลทินัม (มุก) เฉพาะรุ่น RS และ SV สีดำคริสตัล (มุก) สีเทาโซนิค (มุก) และสีขาวทาฟเฟต้า เฉพาะรุ่น S+
เสริมความสปอร์ตไปอีกขั้นด้วยชุดอุปกรณ์ตกแต่งโมดูโล (Modulo) รอบคัน ที่มาพร้อมกับแนวคิด “Stage Up Booster” โดยมีไอเท็มอุปกรณ์ตกแต่งให้เลือก เช่น ชุดตกแต่งสปอยเลอร์หลัง ราคา 5,500 บาท คิ้วตกแต่งซุ้มล้อด้านหน้า ราคา 1,700 บาท แผงครอบกันรอยขอบห้องสัมภาระ ราคา 900 บาท สติกเกอร์ตกแต่งล้ออัลลอย ราคา 320 บาท (ราคาต่อ 1 ชุดมี 4 ชิ้น) ไฟตัดหมอกแบบ LED ราคา 5,500 บาท และกล้องหน้ารถ ราคา 3,850 บาท
นอกจากนี้ยังมีให้เลือกในรูปแบบแพ็กเกจ ทั้งหมด 2 แพ็กเกจ ได้แก่
- Modulo Aero Package ราคา 16,900 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า แบบ 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง และสเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น
- Modulo Aero Sport Package ราคา 21,500 บาท ประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า แบบ 2 ชิ้น สเกิร์ตข้าง สเกิร์ตหลัง แบบ 2 ชิ้น และ ชุดตกแต่งสปอยเลอร์หลัง