โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Femicide ฆ่าเพราะเป็นผู้หญิง! ปัญหาระดับโลก ปมลึกวิธีคิด-วัฒนธรรม

VoiceTV

อัพเดต 09 ก.ค. 2566 เวลา 04.23 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2566 เวลา 04.06 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

“แฟนสาวแจ้งความ เอาผิด ส.ส.ก้าวไกล ทำร้ายร่างกาย หลังคบกันแค่เดือนเศษ” (ไทยรัฐออนไลน์, 28 มิ.ย. 66)

“‘จีจี้-สุพิชชา’ เน็ตไอดอล เสียชีวิต ถูกพบศพพร้อมลูกชายอดีตทหารยศสูง” (The MATTER, 19 เม.ย. 66)

“รวบทันควันโจ๋ทมิฬ ฆ่าสาวสวยแทงพรุน 13 แผล ตร.คาด 3 ปมสังหารโหด”(ไทยรัฐออนไลน์, 16 มิ.ย. 66)

“เฒ่าหึงโหด คว้าเหล็กทุบหัวเมียสาวดับ-จุดไฟเผาซ้ำ ระแวงปันใจชายอื่น” (ไทยรัฐออนไลน์, 14 มิ.ย. 66)

“ผัวเมาหนักพลั้งมือซ้อมเมีย สลบไม่รู้ว่าตาย ตื่นแต่เช้าไปซื้อข้าวให้กิน” (ไทยรัฐออนไลน์, 29 มิ.ย. 66)

ฯลฯ

ข่าวการใช้ความรุนแรงและฆาตกรรมผู้หญิงที่ปรากฏบนหน้าหนังสือพิมพ์เป็นระยะ คงสร้างความวิตกกังวลไปจนถึงความหวาดกลัวให้กับผู้หญิงในสังคมจำนวนไม่น้อย และมันกำลังเป็นปัญหาระดับโลก

ทุกๆ ชั่วโมง ผู้หญิงมากกว่า 5 คนถูกฆ่าโดยคนในครอบครัว

UN WOMEN ระบุว่าปี 2564 ผู้หญิงและเด็กผู้หญิงประมาณ 45,000 คนทั่วโลกถูกฆ่าโดยคู่ชีวิตหรือสมาชิกในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นพ่อ, พี่ชาย, น้องชาย, ลุง หรือกระทั่งสามี หมายความว่าโดยเฉลี่ยแล้ว ผู้หญิงมากกว่า 5 คนถูกฆ่าตายโดยคนในครอบครัวของตัวเองทุก ๆ ชั่วโมง คนรักทั้งปัจจุบันและอดีตมีแนวโน้มจะก่อเหตุฆ่าผู้หญิงเพราะเพศมากที่สุด โดยคิดเป็น 65% ของการสังหารคนรักและคนในครอบครัวทั้งหมด

ทำความรู้จักกับความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ

ความรุนแรงจากเหตุแห่งเพศ (Gender-based violence) คือนิยามกว้างๆ ถึงการกระทำความรุนแรงและการละเมิดสิทธิมนุษยชนใดๆ อันมีสาเหตุมาจากความไม่เท่าเทียมทางเพศในสังคมอำนาจนิยม ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกบริบทความสัมพันธ์และเกิดขึ้นได้ในทุกลักษณะ ส่วนมากแล้วความรุนแรงจากเหตุแห่งเพศนั้นผิดกฎหมายและนับเป็นอาชญากรรม

ในการพิจารณาว่าความรุนแรงนั้นเป็นความรุนแรงจากเหตุแห่งเพศหรือไม่ สามารถสังเกตได้จากปัจจัยอื่นที่เพิ่มเข้ามาเมื่อเกิดความรุนแรง เช่น การใช้อำนาจเหนือ (Abuse) การควบคุมบงการหรือข่มขู่ให้กระทำการบางอย่างที่อีกฝ่ายไม่ได้ยินยอมพร้อมใจอย่างแท้จริง สาเหตุมาจากอำนาจที่ไม่เท่ากันระหว่างชายกับหญิง

UN จำแนกประเภทความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ ที่มักเกิดกับเพศหญิง ไว้ดังนี้

  • ความรุนแรงในครัวเรือน ส่วนใหญ่มักเกิดจากคนรักหรือสามี ที่มีพฤติกรรมควบคุมบงการ
  • การคุกคามทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นการลวนลาม ข่มขืน ไปจนถึงวัฒนธรรมการข่มขืนในสังคมชายเป็นใหญ่
  • ความรุนแรงอื่นๆ เช่น การค้ามนุษย์ที่เกิดขึ้นได้กับทุกเพศสภาพ แต่ผู้หญิงและเด็กหญิงคือกลุ่มเป้าหมายที่ตกเป็นเหยื่อมากที่สุด
  • Femicide การฆ่าเพราะว่าเป็นเพศหญิง

แม้ว่าความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศ อาจเกิดขึ้นกับเพศใดก็ได้ แต่จากสถิติที่ผ่านมาผู้หญิงตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงเพราะ ‘ความเป็นหญิง’ มากกว่าเพศสภาพอื่นๆ

อิตถีฆาต (femicide) คืออะไร ?

อิตถีฆาต (femicide/feminicide) คือ การฆ่าเพราะว่าเป็นเพศหญิง จัดเป็นอาชญากรรมทางเพศที่เลวร้ายที่สุด เพราะเหยื่อมักถูกทำร้ายจนถึงแก่ชีวิต เพียงเพราะว่าพวกเธอเป็นเพศหญิง เป็นการเจตนาฆ่าโดยมีแรงจูงใจเกี่ยวข้องกับเพศสภาพ เช่น ฆาตกรรมผู้หญิงจากความรุนแรงของคู่รัก, การเกลียดผู้หญิงจนต้องฆ่า, การฆ่าผู้หญิงเพื่อ ‘เกียรติยศและศักดิศรี’ เช่น ฆ่าผู้หญิงที่เชื่อว่านำความเสื่อมเสียเข้ามาให้แก่วงศ์ตระกูล อาทิการแต่งงานกับคนต่างศาสนา รวมถึงการเสียชีวิตของผู้หญิงจากการขลิบอวัยวะเพศ

สาเหตุของอิตถีฆาต (femicide) อาจเกิดขึ้นจาก

  • บทบาททางเพศแบบเหมารวม (stereotyped gender roles) หมายถึงความคิดเหมารวมหรือการสรุปอย่างง่ายว่าคุณลักษณะ บุคลิก หรือบทบาทอย่างใดอย่างหนึ่งว่าควรเป็นของเพศใด เช่น ผู้หญิงเป็นเพศที่อ่อนแอกว่า ผู้ชายทำงาน ผู้หญิงดูแลบ้าน ผู้หญิงต้องวางตัวเรียบร้อยอ่อนหวาน ฯลฯ
  • การเลือกปฏิบัติต่อผู้หญิง
  • ความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่ไม่เท่าเทียมกันระหว่างเพศชายและเพศหญิง

แม้หลายทศวรรษที่ผ่านมาจะมีการเคลื่อนไหวจากองค์กรสิทธิสตรี ตลอดจนการตระหนักรู้และการดำเนินการที่เพิ่มขึ้น แต่หลักฐานที่มีอยู่แสดงให้เห็นว่าความคืบหน้าในการหยุดความรุนแรงดังกล่าวยังไม่คงเพียงพอ

ตัวอย่างต่างประเทศ ฆาตกรรมผู้หญิงด้วยเหตุแห่งเพศ

  • ฝรั่งเศส

ช่วงเทศกาลหนังเมืองคานส์ที่ฝรั่งเศสปี 2565 มีการประท้วงเกี่ยวกับเรื่องฆาตกรรมผู้หญิงหลายครั้ง โดยกลุ่มผู้เรียกร้องปรากฏตัวบนพรมแดงเทศกาลหนังเมืองคานส์ เปิดเครื่องพ่นควันสีดำ และคลี่ม้วนกระดาษแผ่นยักษ์ที่มีรายชื่อของเหยื่อความรุนแรงจากคดีอิตถีฆาต 129 คน ก่อนหน้านั้นมีนักประท้วงหญิงเปลือยท่อนบนในพรมแดงรอบปฐมทัศน์หนังเรื่อง Three Thousand Years of Longing เพนต์บนตัวว่า “Stop raping us” เพื่อเรียกร้องให้ยุติความรุนแรงทางเพศในสงครามยูเครน จนเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง(SERENE, 2022)

  • ลาตินอเมริกา

ในลาตินอเมริกาผู้คนจำนวนมากออกมาประท้วงตามเมืองหลวงต่างๆ เพื่อต่อต้านอิตถีฆาต การชุมนุม ปี 2020 ถือเป็นหนึ่งในการชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นในเม็กซิโก อาร์เจนตินาและชิลี ซึ่งถือเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการเรียกร้องให้ ‘Machista’ หรือผู้ยึดถือแนวคิดชายเป็นใหญ่ยุติความรุนแรงทางเพศต่อสตรี

UN ระบุว่า 14 จาก 25 ประเทศที่มีอัตรา femicide สูงที่สุดนั้นอยู่ในกลุ่มประเทศลาตินอเมริกาและแถบแคริบเบียน เช่น เอลซัลวาดอร์ ฮอนดูรัส กัวเตมาลา และเม็กซิโก ในปี 2564 ผู้หญิงในภูมิภาคนี้จำนวนอย่างน้อย 4,473 คนตกเป็นเหยื่อของอิตถีฆาต ซึ่งหมายความว่าในแต่ละวันมีผู้หญิงอย่างน้อย 12 คนต้องจบชีวิตลงเพราะความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศสภาพ

  • เม็กซิโก

คดีอิตถีฆาตเพิ่มขึ้นจนความอดทนของสตรีเม็กซิกันหมดลง มีการเคลื่อนไหวเพิ่มขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาเพื่อต่อต้านการยกเว้นโทษคดีอิตถีฆาต ทั้งยังติเตียนรัฐบาลที่ปรับปรุงคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้หญิงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ประธานาธิบดีของประเทศลาตินอเมริกาส่วนใหญ่ขาดมุมมองทางด้านเพศสภาพในการกำหนดนโยบาย และน้อยครั้งที่จะแสดงความสนใจต่อการร่างกฎหมายที่เอื้อประโยชน์ต่อนโยบายทางเพศสภาพด้วย

  • ชิลี

ในวันสตรีสากลปี 2563 ผู้ประท้วงออกมาชุมนุมมากกว่า 2 ล้านคน (ข้อมูลของกลุ่มประสานงานวันสตรีสากล) และอีกกว่า 125,000 คนได้ออกมาชุมนุมในกรุงซานติอาโก (สถิติทางการของกรมตำรวจแห่งชาติ) ในปีก่อนหน้ากลุ่มผู้เรียกร้องเผยแพร่เพลง “A Rapist in Your Path” (Un violador en tu camino) ที่กล่าวถึงความรุนแรงทางเพศที่สตรีต้องทนทุกข์ทรมาน และทวงถามถึงความรับผิดชอบของบุคคลสาธารณะต่อแนวคิดชายเป็นใหญ่ สตรีชิลีได้กลายเป็นตัวอย่างของการต่อสู้เพื่อสิทธิสตรีในประเทศต่าง ๆ ซึ่งในไทยเองก็มีการแปลเพลงดังกล่าวมาใช้ในการเคลื่อนไหวด้วยเช่นกันในชื่อ “สีดาลุยไฟ”

“ไม่มีฆาตกรรมใดเกิด จากความหลงใหล หากแต่เกิดจากการอิตถีฆาต”

“ในรัฐที่มีอิตถีฆาต การที่ผู้หญิงจะมีชีวิตอยู่รอดได้นั่นคือต้องเป็นขบถ”

ข้อความส่วนหนึ่งจากผู้ประท้วง

สถานการณ์ของผู้หญิงในประเทศไทย

“สถานการณ์ความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กในไทย พบสถิติสูงขึ้น ติด 1 ใน 10 ของโลก”

  • ข้อมูลสถานการณ์ความรุนแรงต่อผู้หญิงและบุคคลในครอบครัว ของคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี พบความรุนแรงเพิ่มขึ้นจาก 34.6% ในปี2560 กลายเป็น 42.2% ในปี พ.ศ.2563 ทั้งความรุนแรงต่อจิตใจ ร่างกายและทางเพศ สอดคล้องกับข้อมูลความรุนแรงต่อเด็กและผู้หญิงพิการปี 2564
  • มูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคมและสมาคมส่งเสริมศักยภาพสตรีพิการ พบผู้หญิงไทยถูกกระทำความรุนแรงไม่น้อยกว่า 7 คนต่อวัน
  • ข้อมูลจากกระทรวงยุติธรรมพบว่าผู้หญิงไทยไม่ต่ำกว่า 75 % เคยถูกคุกคามทางเพศ
  • กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงพม. รายงานว่าปี 2565 ในไตรมาสแรกของปี จำนวนความรุนแรงในครอบครัวสูงถึง 667 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นสูงที่สุดในรอบ 5 ปี โดยผู้ถูกกระทำเป็นเพศหญิง 81.9% ยังไม่นับข้อมูลที่ไม่อาจสำรวจได้ หรือกรณีที่ผู้หญิงไม่กล้าเปิดเผยการถูกกระทำความรุนแรง จนนำไปสู่การบาดเจ็บ การทำร้ายตนเอง การฆ่าตัวตาย และการถูกฆ่าตายในที่สุด

ธนวดี ท่าจีน ผอ.มูลนิธิเพื่อนหญิง ระบุว่า สถานการณ์ในไทยความรุนแรงด้วยเหตุแห่งเพศในไทยปัจจุบันมีความรุนแรงมากขึ้น รูปแบบมีความซับซ้อนมากขึ้น ความรุนแรงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ผู้หญิง แต่เกิดขึ้นกับคนในครอบครัวมากยิ่งขึ้น เช่น ทำร้ายเด็ก ทำร้ายผู้สูงอายุในครอบครัว อาจเป็นเพราะสื่อมีมากขึ้นทำให้รายงานมีการรายงานเรื่องเหล่านี้ได้มากขึ้น

“กรณีที่สามีภรรยาฆ่ากันส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากความหึงหวง เป็นความคิดที่ว่าผู้หญิงเมื่อแต่งงานไปแล้วเป็นสมบัติของผู้ชาย แสดงให้เห็นว่ามีแนวคิดเรื่องเพศเข้ามาเกี่ยวข้องอยู่ ความรู้สึกของการเป็นเจ้าเข้าเจ้าของนั้นเกิดขึ้นกับทั้งสองเพศ แต่ความรุนแรงของความรู้สึกดังกล่าวผู้ชายจะมีแนวโน้มมากกว่า อาจจะด้วยเรื่องศักดิ์ศรีของผู้ชาย หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ผู้หญิงจะมีวิธีการรับมือที่แตกต่างออกไปนอกเหนือจากการใช้ความรุนแรง มีวิธีบริหารจัดการอารมณ์จากการสูญเสีย การถูกทำร้าย ส่วนผู้ชายก็อาจจะทำร้ายคู่รักหรือคนรักใหม่ของอีกฝ่าย”

การดำเนินการของภาครัฐ

มีการกำหนดให้เดือนพฤศจิกายนของทุกปีเป็น "เดือนรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี" มาเป็นระยะเวลากว่า 24 ปีแล้ว และมีการตั้งหน่วยงานต่างๆ เช่น กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) ภายใต้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.)

นอกจากนี้ยังมีการบัญญัติกฎหมาย เช่น พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ.2550 มีแผนยุทธศาสตร์และแผนปฏิบัติการหลายระดับ มีการจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือสังคม หรือสายด่วน 1300 ที่ทำให้เกิดระบบและกระบวนการช่วยเหลือและการป้องกันปัญหาที่ดีขึ้น แต่สถานการณ์ความรุนแรงต่อผู้หญิงกลับมีแนวโน้มสูงขึ้น

“สังคมไทย ผู้หญิงและเด็กมักเผชิญความรุนแรงเชิงโครงสร้างเป็นส่วนใหญ่ สะท้อนถึงความผิดปกติของสังคมคือ ความไม่เสมอภาคระหว่างเพศ ดังนั้นการแก้ปัญหาความรุนแรงทางเพศให้ตรงจุดนั่นคือ แก้ที่โครงสร้างทางสังคม ด้วยการปรับเปลี่ยนค่านิยม ความเชื่อ วัฒนธรรมบางอย่างที่หนุนเสริมให้เกิดปัญหาความรุนแรงทางเพศ ที่ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน” กระทรวงพัฒนาสังคมฯ ระบุ

ที่ผ่านมา กรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ผลักดันในระดับนโยบายให้เกิดการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ การคุ้มครองสิทธิ และการขจัดการเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ ที่ไม่จำกัดเฉพาะเพศหญิงและชาย แต่รวมถึงกลุ่ม LGBTQ+ เพื่อให้การคุ้มครองบุคคลจากการถูกเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งเพศ ล่าสุด มีการประสานความร่วมมือในการพัฒนาร่างแนวปฏิบัติของอาเซียนในการพัฒนาขั้นตอนการปฏิบัติงานที่เป็นมาตรฐานระดับชาติสำหรับการตอบสนองร่วมกันต่อความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กผู้หญิง นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการจัดทำ (ร่าง) แผนปฏิบัติการเพื่อขจัดความรุนแรงต่อสตรีของประเทศไทย พ.ศ. 2566–2570 เพื่อให้เป็นไปตามปฏิญญาว่าด้วยการขจัดความรุนแรงต่อสตรี

ขณะที่ตัวแทนจากมูลนิธิเพื่อนหญิงให้ความเห็นต่อการทำงานของภาครัฐในเรื่องดังกล่าวว่า “ตัวกฏหมายหากบังคับใช้จริงจังก็โอเค ตัวบ้านพักก็โอเค การมีเจ้าหน้าที่ก็โอเค แต่ข้ออ่อนคือพนักงานของรัฐมีไม่เพียงพอ มีจำนวนจำกัด ทำให้การคุ้มครองผู้หญิงล่าช้า การปฏิบัติจริงยังไม่ดีในบางพื้นที่ บางหน่วยงานก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้น้อย มองว่าเป็นเรื่องผัวเมีย ภายในครอบครัว เป็นทัศนคติของเจ้าหน้าที่ พี่ยังไม่พอใจกลไกรัฐยังคงทำงานช้า และไม่ทำงานเชิงรุกด้วย”

“ควรลงไปสำรวจจริงจังในชุมชน แก้ปัญหาเลยทันทีไม่ต้องรอให้เกิดเหตุ รอสื่อมวลชน แล้วรัฐค่อยลงมือ ควรสำรวจแล้วแก้ไขเลย ก่อนจะนำไปสู่การสูญเสีย ผู้หญิง เด็ก ผู้สูงอายุ คนในครอบครัวเพิ่ม” มุมจากตัวแทนมูลนิธิเพื่อนหญิง

====

โดยสรุป สถานการณ์ความรุนแรงต่อผู้หญิง รวมไปถึง Femicide (การฆ่าผู้หญิงเพราะเพศ) ในประเทศไทยต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน เพราะยังขาดองค์ประกอบหลายประการที่จะจัดการปัญหานี้ เช่น ระบบกฎหมายที่ไม่เพียงพอหรือไม่เข้มงวดพอในการป้องกันและลงโทษผู้กระทำ จำนวนเจ้าหน้าที่ที่ทำงานเรื่องนี้ยังไม่สอดคล้องกับจำนวนเคสที่เกิดขึ้น ทำให้ดูแลจัดการได้ไม่รวดเร็ว การผลักภาระให้เหยื่อต้องกระตือรือร้นวิ่งเต้นเอง ซึ่งต้องใช้แรงกายแรงใจรวมถึงกำลังทรัพย์มาก เป็นต้น

อีกปัญหาสำคัญที่ลึกกว่านั้นคือ แนวคิดชายเป็นใหญ่ หากยังมีการส่งต่อความเชื่อหรือมายาคตินี้และนำมาใช้ระหว่างการดำเนินชีวิตคู่ ก็ยิ่งจะเป็นเชื้อมูลส่งเสริมความรุนแรง

ข่าวการฆาตกรรมผู้หญิงที่เราเห็นกันบ่อยครั้ง ไม่ใช่เพียงเรื่องผัวเมียหรือเรื่องภายในครอบครัว หากแต่มีมิติทางเพศเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งเป็นผลมาจากทัศนคติของสังคมและความสัมพันธ์เชิงอำนาจที่ไม่เท่ากันระหว่างคู่ มันจึงเป็นความรุนแรงที่มีความซับซ้อน รัฐบาลใหม่ที่มีแนวโน้มเข้าใจความซับซ้อนนี้ควรต้องเร่งมือในการจัดการปัญหาที่มีอยู่หลายระดับ

หน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือ เรื่องความรุนแรงต่อผู้หญิงและความรุนแรงในครอบครัว

www.เพื่อนครอบครัว.com

@linefamily ของ สค.

@ESSHelpme กดแจ้งเหตุร้าย

ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน 1300

มูลนิธิเพื่อนหญิง โทร 02-513-2780, 02-513-1001

มูลนิธิผู้หญิง โทร 02-433-5149, 02-435-1246

มูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี โทร 1134 หรือ 02-521-9231-2

อ้างอิง

https://www.unwomen.org/en/news-stories/feature-story/2022/11/five-essential-facts-to-know-about-femicide

https://eige.europa.eu/publications-resources/thesaurus/terms/1192

https://www.tcijthai.com/news/2022/3/current/12248

https://mirrorthailand.com/culture/100427

https://socadmin.tu.ac.th/uploads/socadmin/file_document/3.1%20ปัญหาความรุนแรงทางเพศ%20บทสะท้อนความไม่เสมอภาคระหว่างเพศ.pdf

https://plus.thairath.co.th/topic/everydaylife/103076

https://www.thairath.co.th/news/politic/2562168

https://www.cepal.org/en/pressreleases/eclac-least-4473-women-were-victims-femicide-latin-america-and-caribbean-2021#:~:text=Topics-,ECLAC%3A%20At%20Least%204%2C473%20Women%20Were%20Victims%20of%20Femicide%20in,and%20the%20Caribbean%20in%202021

https://www.parliament.go.th/ewtadmin/ewt/parliament_parcy/ewt_dl_link.php?nid=66261&filename=foreign_news

https://dvlearning.tijthailand.org/course/1/2/11

https://www.sherothailand.org/post/gender-based-violence-apologists-th

ฐิติรัตน์ พิสุราช : สัมภาษณ์/เรียบเรียง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...