โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อีสท์สปริง ให้เป้าหุ้นไทยดีสุด 1,250 จุด แย่สุด 1,000 จุด ลุ้นเจรจาภาษีทรัมป์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 19 ก.ค. 2568 เวลา 11.16 น. • เผยแพร่ 19 ก.ค. 2568 เวลา 04.16 น.

อีสท์สปริง ประเมินหุ้นไทยปี 68 ขึ้นกับภาษีทรัมป์ ดีลได้ต่ำกว่า 20 % ลุ้น SET พุ่ง 1,250 จุด แย่สุดหลุด 1,000 จุด แนะหุ้นปันผล-Defensive รับมือความไม่แน่นอน

บลจ.อีสท์สปริง (ประเทศไทย) ประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยปี 2568 ขึ้นอยู่กับผลเจรจาภาษีการค้ากับสหรัฐฯ เป็นสำคัญ มอง 3 กรณี หากถูกเก็บ 20% ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) อาจวิ่งไปต่อ

แต่ถ้าถูกซ้ำเติมด้วยภาษี 36% มีสิทธิหลุด 1,000 จุดถึง 940 จุด ส่วนกรณีดีที่สุดเก็บภาษีต่ำกว่า 20% และรัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นชัดเจน SET มีโอกาสแตะ 1,250 จุด

นายบดินทร์ พุทธอินทร์ ผู้อำนายการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บลจ.อีสท์สปริง (ประเทศไทย) กล่าวว่า สถานการณ์ภาษีการค้ากับสหรัฐฯ ยังคงเป็นตัวแปรสำคัญสำหรับตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรการภาษีที่จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 ส.ค. นี้ อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยที่คาดการณ์ว่าจะเติบโตต่ำกว่าศักยภาพที่ 1.8% ในปีนี้

บลจ.อีสท์สปริง วิเคราะห์ 3 ฉากทัศน์ SET ปี 2568

  • กรณีฐาน (Base Case): ไทยถูกเรียกเก็บภาษี 20% เท่าเวียดนาม และเศรษฐกิจไทยโต 1.5-2% เบิกจ่ายงบประมาณได้แม้ฟันด์โฟลว์ ยังไหลออกคาด SET อยู่ที่ 1,040 - 1,200 จุด
  • กรณีเลวร้ายที่สุด (Worst Case): ไทยถูกเก็บภาษี 36% และงบประมาณล่าช้า คาด SET มีโอกาสหลุด 1,000 จุด หรือแกว่งในช่วง 940 - 1,040 จุด
  • กรณีดีที่สุด (Best Case): ไทยถูกเก็บภาษีน้อยกว่า 20% ภาครัฐมีมาตรการกระตุ้นชัดเจน เศรษฐกิจฟื้นตัว และ กระแสเงินทุนเคลื่อนย้าย(ฟันด์โฟลว์)ไหลกลับ คาด SET พุ่งแตะ 1,200-1,250 จุด

นายบดินทร์ กล่าวว่า ยังต้องติดตามข้อสรุปภาษีว่าสุดท้ายไทยจะถูกเรียกเก็บเท่าไร รวมทั้งรายละเอียดเงื่อนไขดีลและเงื่อนไขสินค้า Transshipment ว่าไทยจะถูกเรียกเก็บภาษีหรือไม่อย่างไร ซึ่งจากข่าว นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยถึงการเจรจาที่ไทยยื่นข้อเสนอกับสหรัฐดีกว่าเวียดนาม แม้จะไม่ได้ลดภาษีนำเข้าสินค้าให้สหรัฐฯ 0% ในทุกรายการเหมือนอินโดนีเซียและเวียดนาม ซึ่งมีโอกาสที่จะถูกสหรัฐปฏิเสธข้อเสนอดังกล่าวได้

อย่างไรก็ตามยังมีเวลาในการเจรจาก่อนที่มาตรการภาษีจะถูกบังคับ 1 ส.ค.นี้ ซึ่งเชื่อว่าไทยพร้อมปรับเงื่อนไข เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่ดีที่สุด

นอกจากนี้ยังต้องติดตามประเด็นการเมือง กรณีศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาคำร้องคลิปเสียงการสนทนาของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร และสมเด็น ฮุนเซน และการพิจารณางบประมาณปี 2569 ในช่วงเดือนส.ค.นี้ ซึ่งงบประมาณผ่านสภาได้ ไม่ล่าช้า จะไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยมากนัก ทั้งนี้มองภาพระยะสั้นก่อนเดือนส.ค. ตลาดหุ้นไทยแกว่งไซด์เวย์ในกรอบ 1,200-1,225 จุด

นายบดินทร์ กล่าวว่า แม้สัปดาห์นี้หุ้นไทยขึ้นไปแรงเกือบ 100 จุด ตามความคาดหวังการเจรจาภาษีการค้าสหรัฐฯ จะได้ดีลภาษีที่ลดน้อยกว่า 36%

โดยหากดีลเป็นไปตามคาดหวังตลาดก็มีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ต่อ แต่ถ้าไม่เป็นไปตามคาดว่าอัตราภาษีจะลดมาอยู่ที่ 18-20% จะเกิดการรับรู้ข่าวจริง( Sell on fact) คาดว่า ดัชนีหุ้นไทยอาจลงไปที่ระดับประมาณ 1,040 - 1,050 จุด

สำหรับธีมการลงทุนหุ้นไทย ในภาวะที่เศรษฐกิจไทยเติบโตช้ากว่าศักยภาพที่ควรจะเป็น เนื่องจากความผันผวนจากสงครามการค้า กลยุทธ์การลงทุน แนะหุ้นกลุ่มปันผล (Dividend) ซึ่งปัจจุบันอัตราจ่ายปันผลสูงขึ้นเป็น 7-8% ซึ่งหากมีปัจจัยกดดันเข้ามาเพิ่มการมีหุ้นปันผลจะช่วยทำให้ผลตอบแทนที่ได้รับโดนกระทบน้อยกว่า

รวมทั้งหุ้นกลุ่ม Defensive อาทิ โรงพยาบาล เป็นกลุ่มที่น่าสนใจสำหรับกลยุทธ์หุ้นไทย

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ กองทุน - การลงทุน ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...