โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สรรพสามิต แจงคลัสเตอร์ซุ้มยาดอง 18 จุด ดับ 2 ราย ลั่นผิดทั้งผู้ขาย-ผู้ซื้อ

The Bangkok Insight

อัพเดต 26 ส.ค. 2567 เวลา 12.06 น. • เผยแพร่ 26 ส.ค. 2567 เวลา 12.05 น. • The Bangkok Insight

สรรพสามิต ชี้แจงกรณีผู้ป่วยคลัสเตอร์ซุ้มยาดอง เกิดจากการดื่มสุราเถื่อนผสมเมทานอล ผิดทั้งผู้ขาย-ผู้ซื้อ เตือนประชาชนหลีกเลี่ยงดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ไม่รู้แหล่งที่มา และไม่ติดแสตมป์สรรพสามิต

ตามที่ปรากฏข่าวทางสื่อต่าง ๆ เกี่ยวกับกรณีประชาชนดื่มสุราที่มีสารพิษทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 รายและมีผู้ป่วยเข้ารักษาที่โรงพยาบาล 27 ราย หลังดื่มสุราที่ซุ้มยาดองบริเวณถนนหทัยราษฎร์ ในพื้นที่เขตคลองสามวาต่อเนื่องเขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร และบริเวณใกล้เคียง นั้น

ซุ้มยาดอง

ดร. นิตยา โสรีกุล รองอธิบดีกรมสรรพสามิต ในฐานะโฆษกกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบพบผู้ป่วยเข้ารับการรักษาด้วยอาการ Methanol intoxication จำนวน 27 ราย และเสียชีวิต 2 ราย เข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาลนพรัตนราชธานีและโรงพยาบาลใกล้เคียง

สำหรับผู้ป่วยทั้งหมดมีประวัติดื่มสุราจาก ร้านยาดอง โดยทุกรายมีอาการเวียนศีรษะ ไม่มีเรี่ยวแรง ปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียนรุนแรง ตามองไม่เห็น หรือมองเห็นผิดปกติ ชักเกร็งกระตุกทั้งตัว ซึม และภาวะเลือดเป็นกรด โดยบางรายต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ

ทั้งนี้ ในวันที่ 23-24 สิงหาคม 2567 เจ้าหน้าที่สรรพสามิตพื้นที่กรุงเทพมหานคร 5 ได้บูรณาการกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มีนบุรี ร่วมกันสืบสวนจนทราบว่า ร้านยาดองดังกล่าวได้สั่งซื้อน้ำสุราจากบ้านหลังหนึ่งในเขตสะพานสูง จึงลงพื้นที่ตรวจสอบ พบอุปกรณ์และส่วนผสมที่ใช้ผลิตสุราผิดกฎหมายจำนวนมาก อาทิ เอทานอล ถังผสมน้ำสุรา ถุงสำหรับบรรจุสุรา และแกลลอนเปล่า เป็นต้น

จากการตรวจวิเคราะห์สุราของกลาง โดยห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ของกรมสรรพสามิต พบว่า น้ำสุรามีเมทานอล และสารไอโซไพรพิล แอลกอฮอล์ (Isopropyl alcohol : IPA) เจือปน โดยผู้ต้องหาให้การว่า ได้ผลิตสุราผิดกฎหมายก่อนนำไปขายต่อให้กับกลุ่มผู้ผลิตสุรายาดอง เจ้าหน้าที่สรรพสามิตฯ จึงแจ้งข้อหาร่วมกันผลิตสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต และร่วมกันมีไว้เพื่อขายซึ่งสุราที่ผลิตขึ้นตามมาตรา 153 วรรคหนึ่ง แห่งพ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ก่อนนำตัวพร้อมของกลางไปยัง สน.บางชัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

นอกจากนี้ จากการสอบสวนยังพบอีกว่า ผู้ผลิตสุราเถื่อนรายดังกล่าวได้มีการส่งขายร้านยาดองในพื้นที่ใกล้เคียงอีก 18 แห่ง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะได้เร่งเข้าดำเนินการตรวจสอบและปราบปรามผู้กระทำความผิดกฎหมายสรรพสามิตต่อไป สำหรับผู้ที่มีประวัติดื่มสุราเถื่อนในบริเวณดังกล่าวและบริเวณใกล้เคียง ขอให้สังเกตอาการ หากพบอาการผิดปกติให้รีบพบแพทย์โดยทันที

ดร. นิตยา กล่าวว่า ตามนโยบายของ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้สั่งการให้กรมสรรพสามิตกวดขันไม่ให้มีการขายสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือผลิตสุราที่ไม่ได้มาตรฐานอันส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ซี่งการเปิดซุ้มยาดองเพื่อจำหน่ายสุราถือเป็นการกระทำผิดกฎหมายใน 2 ข้อหา คือ

1. ความผิดฐานขายสุราโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 155 มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท

2. ความผิดฐานเปลี่ยนแปลงน้ำสุรา โดยนำน้ำ ของเหลว หรือวัตถุอื่นใด เจือปนลงในสุราเพื่อการค้า ตามมาตรา 158 มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท

นอกจากนี้ กรณีครอบครองเครื่องกลั่นสุราโดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นการกระทำความผิดตามมาตรา 153 วรรคหนึ่ง มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และหากขายสุราเถื่อนดังกล่าวจะมีโทษปรับ ตามมาตรา 191 มีโทษปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท ขณะเดียวกันผู้ซื้อเองก็มีความผิดด้วย ตามมาตรา 192 มีโทษปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท

ในช่วงเดือนตุลาคม 2566-กรกฎาคม 2567 กรมสรรพสามิต เดินหน้าปราบปรามคดีซุ้มยาดองในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 284 คดี จับน้ำสุราของกลางได้ 1,231.34 ลิตร ปรับเงินกว่า 3.14 ล้านบาท

กรมสรรพสามิตขอย้ำเตือนให้ผู้บริโภคหลีกเลี่ยงการบริโภคและซื้อสุราที่ไม่มีแสตมป์สรรพสามิต เพราะอาจมีสารอื่นปะปน ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพจนถึงขั้นเสียชีวิต

สำหรับประชาชนท่านใดที่พบการกระทำผิดกฎหมาย สามารถแจ้งโดยตรงได้ที่กรมสรรพสามิต หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ทุกแห่งทั่วประเทศหรือ Call center 1713 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือที่ www.excise.go.th ซึ่งกรมสรรพสามิตจะปกปิดข้อมูลของผู้แจ้งเบาะแสเป็นความลับ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...