เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสตอน 26 ไต้หวัน จาก OEM สู่ ODM
The Bangkok Insight
อัพเดต 02 ม.ค. 2568 เวลา 01.22 น. • เผยแพร่ 02 ม.ค. 2568 เวลา 01.45 น. • The Bangkok Insightประเทศไทยต้องเปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสตอน 26 จาก OEM สู่ ODM: วิวัฒนาการอุตสาหกรรมไต้หวันสู่ผู้นำด้านนวัตกรรมระดับโลก
ไต้หวันมีบทบาทสำคัญในเวทีการผลิตระดับโลก โดยเฉพาะในรูปแบบ ODM (Original Design Manufacturing) ซึ่งเป็นระบบการผลิตที่เน้นการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้กับแบรนด์ชั้นนำทั่วโลก จุดเริ่มต้นของอุตสาหกรรม ODM ของไต้หวันเกิดขึ้นจากฐานการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ก่อนจะขยายบทบาทมาสู่การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและการออกแบบที่โดดเด่น
OEM (1970-1980): ไต้หวันเป็นฐานการผลิตราคาถูก เน้นผลิตตามคำสั่งโดยไม่มีบทบาทด้านการออกแบบ
ในช่วงทศวรรษ 1970-1980 ไต้หวันก้าวเข้าสู่วงการอุตสาหกรรมการผลิตด้วยการเป็นฐานการผลิตสินค้าในรูปแบบ OEM (Original Equipment Manufacturing) ซึ่งเป็นการผลิตสินค้าตามแบบและคำสั่งของแบรนด์ต่างประเทศ การเข้าสู่โมเดลนี้เกิดจากจุดเด่นของไต้หวันที่มีต้นทุนแรงงานต่ำและความสามารถในการปรับตัวเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดโลก อุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงแรกคือ อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งมีความต้องการสูงในตลาดโลก
การเป็นฐานการผลิต OEM ของไต้หวันในยุคแรกเน้นการผลิตจำนวนมากด้วยคุณภาพที่ได้มาตรฐาน ทำให้ไต้หวันสามารถสร้างชื่อเสียงในฐานะผู้ผลิตที่เชื่อถือได้สำหรับแบรนด์ใหญ่ อย่างไรก็ตาม โมเดลนี้ยังมีข้อจำกัด เนื่องจากการพึ่งพาแบรนด์ต่างประเทศในด้านการออกแบบและการตลาด ทำให้ไต้หวันไม่มีอำนาจในการกำหนดทิศทางของผลิตภัณฑ์หรือสร้างมูลค่าเพิ่มในเชิงนวัตกรรม
ในเวลาเดียวกัน ความสำเร็จในช่วงนี้ยังส่งผลให้ไต้หวันได้รับความเชื่อมั่นจากพันธมิตรต่างประเทศในเรื่องความสามารถด้านการผลิตและความยืดหยุ่นในการจัดการคำสั่งซื้อจำนวนมาก สิ่งเหล่านี้กลายเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการเปลี่ยนผ่านจาก OEM ไปสู่ ODM ในเวลาต่อมา ซึ่งไต้หวันเริ่มมองเห็นโอกาสในการเพิ่มบทบาทของตนในห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) ผ่านการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยตนเอง
แม้ว่าในช่วงแรก ไต้หวันจะมุ่งเน้นการผลิตสินค้าในลักษณะที่พึ่งพาแนวทางจากแบรนด์ต่างประเทศ แต่ความสำเร็จจากโมเดล OEM กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้ไต้หวันสามารถพัฒนาทักษะด้านการผลิต ความเชี่ยวชาญด้านเทคนิค และการบริหารจัดการซัพพลายเชนที่มีประสิทธิภาพ ทั้งหมดนี้ปูทางให้ไต้หวันสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดเดิมและสร้างความแข็งแกร่งในอุตสาหกรรมการผลิตที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต
OEM+ODM (1990): เพิ่มบทบาทการออกแบบ ลงทุนใน R&D และสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีนวัตกรรม
ในช่วงทศวรรษ 1990 ไต้หวันได้เข้าสู่ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมการผลิต จากการเป็นผู้ผลิตสินค้าตามคำสั่งในรูปแบบ OEM (Original Equipment Manufacturing) สู่การเป็นผู้พัฒนาและออกแบบในระบบ ODM (Original Design Manufacturing) การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นจากความจำเป็นในการแข่งขันในตลาดโลก ซึ่งต้องการนวัตกรรมและมูลค่าเพิ่มในสินค้า บริษัทไต้หวันหลายแห่งเริ่มตระหนักว่าการพึ่งพาแบรนด์จากต่างประเทศไม่สามารถสร้างความยั่งยืนได้ในระยะยาว
หนึ่งในกลยุทธ์หลักของไต้หวันในช่วงนี้คือการลงทุนใน การวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อเสริมสร้างความสามารถในการออกแบบและพัฒนาสินค้า บริษัทชั้นนำอย่าง Acer และ ASUS ได้เริ่มสร้างผลิตภัณฑ์ของตนเองที่มีเอกลักษณ์และตอบสนองความต้องการของตลาดโลก ตัวอย่างเช่น ASUS ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นผู้ผลิตโน้ตบุ๊กชั้นนำระดับโลก ได้เริ่มออกแบบผลิตภัณฑ์ที่เน้นความบางเบาและคุณสมบัติที่ล้ำสมัย
นอกจากความพยายามของบริษัทเอกชน รัฐบาลไต้หวันยังมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านนี้ โครงการเชิงยุทธศาสตร์ เช่น Hsinchu Science Park ได้รับการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางของเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่นี่เป็นแหล่งรวมของบริษัทเทคโนโลยีที่สำคัญ ซึ่งได้รับประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัยและการสนับสนุนทางนโยบาย การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ช่วยให้บริษัทไต้หวันสามารถพัฒนาเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูงได้
ผลลัพธ์ของการเปลี่ยนผ่านนี้คือ ไต้หวันสามารถลดการพึ่งพาแบรนด์จากต่างประเทศและสร้างความเป็นอิสระในตลาดโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเปลี่ยนผ่านจากผู้ผลิตสู่ผู้พัฒนายังช่วยให้ไต้หวันกลายเป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมในอุตสาหกรรมเทคโนโลยี ซึ่งไม่เพียงแต่เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน แต่ยังเสริมสร้างชื่อเสียงของไต้หวันในฐานะผู้นำในตลาด ODM ระดับโลก
ODM (2000): เป็นผู้นำในตลาดโลก โดยเฉพาะในสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และ IoT
เมื่อเข้าสู่ช่วงต้นทศวรรษ 2000 ไต้หวันได้ก้าวเข้าสู่ยุคทองของอุตสาหกรรม ODM โดยเฉพาะในสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจประเทศ บริษัทต่างๆ ในไต้หวันเริ่มมีบทบาทเด่นชัดในตลาดโลก ไม่เพียงแค่การผลิตตามคำสั่งของแบรนด์ใหญ่ แต่ยังพัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยเพื่อสร้างความแตกต่างและมูลค่าเพิ่ม ตัวอย่างเช่น โน้ตบุ๊กจาก ASUS และสมาร์ทโฟนที่ใช้เทคโนโลยี IoT กลายเป็นสินค้าที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
ความสำเร็จของไต้หวันในอุตสาหกรรมนี้ยังเชื่อมโยงกับบริษัทชั้นนำอย่าง Foxconn ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่สำหรับแบรนด์ระดับโลก เช่น Apple ด้วยความเชี่ยวชาญในการจัดการซัพพลายเชนที่ครอบคลุมทุกกระบวนการผลิต Foxconn สามารถส่งมอบสินค้าได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ความสามารถนี้ทำให้ไต้หวันกลายเป็นฐานการผลิตที่สำคัญในระบบเศรษฐกิจโลก
นอกจากการผลิตแล้ว ไต้หวันยังแสดงให้เห็นถึงความเป็นเลิศด้านการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ บริษัทต่างๆ ลงทุนในงานวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดโลกได้อย่างแม่นยำ และยังช่วยสร้างความน่าเชื่อถือในด้านคุณภาพและนวัตกรรม สิ่งนี้ทำให้ไต้หวันไม่เพียงแต่เป็นผู้ผลิต แต่ยังกลายเป็นผู้นำที่สร้างมาตรฐานใหม่ในอุตสาหกรรม
อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ไต้หวันเติบโตได้ในระดับโลกคือความยืดหยุ่นและความคล่องตัวของบริษัทในประเทศ บริษัท ODM ของไต้หวันมีความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ และเปลี่ยนแปลงแนวทางธุรกิจตามความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การทำงานร่วมกับแบรนด์ระดับโลกยังช่วยให้ไต้หวันสามารถนำความรู้และเทคโนโลยีใหม่มาพัฒนาอุตสาหกรรมในประเทศได้
ในภาพรวม ไต้หวันไม่เพียงแต่สร้างชื่อเสียงในฐานะผู้ผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูง แต่ยังเป็นผู้นำที่นำเสนอแนวคิดและนวัตกรรมในตลาดโลก ความสำเร็จในช่วงต้นทศวรรษ 2000 เป็นเครื่องยืนยันถึงศักยภาพและวิสัยทัศน์ของอุตสาหกรรม ODM ของไต้หวัน ที่ยังคงรักษาความเป็นผู้นำได้จนถึงปัจจุบัน
ODM+OBM (ปัจจุบัน): เริ่มพัฒนาแบรนด์ของตนเองและขยายเข้าสู่ตลาดเทคโนโลยีล้ำสมัย
ไต้หวันในยุคปัจจุบันก้าวข้ามบทบาทเดิมในฐานะผู้พัฒนาสินค้า ODM สู่การเป็นผู้นำในตลาดโลกด้วยการต่อยอดสู่ OEM+ และ OBM (Own Brand Manufacturing) โดยการสร้างแบรนด์ของตัวเองในบางตลาด การก้าวเข้าสู่ยุคใหม่นี้ไม่เพียงแต่เพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า แต่ยังช่วยให้ไต้หวันสามารถควบคุมทุกกระบวนการตั้งแต่การออกแบบ การผลิต ไปจนถึงการทำตลาดในระดับสากล
ในด้านเทคโนโลยี ไต้หวันให้ความสำคัญกับการลงทุนใน AI (Artificial Intelligence), 5G, และ EV (Electric Vehicle) เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต การพัฒนานวัตกรรมเหล่านี้ไม่เพียงแค่ช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันของไต้หวันในอุตสาหกรรมเดิม แต่ยังช่วยเปิดโอกาสในอุตสาหกรรมใหม่ๆ เช่น การสร้างแพลตฟอร์มสมาร์ทที่ตอบสนองความต้องการของตลาด Internet of Things (IoT) และการเชื่อมต่อที่ล้ำสมัย
หนึ่งในอุตสาหกรรมที่ไต้หวันขยายตัวอย่างน่าจับตามองคือ ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ไต้หวันกลายเป็นแหล่งผลิตชิ้นส่วนสำคัญสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า เช่น แบตเตอรี่ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ และระบบชาร์จไฟ บริษัทไต้หวันยังร่วมมือกับแบรนด์ยานยนต์ระดับโลกในการพัฒนาโซลูชันที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและตอบโจทย์แนวคิดพลังงานสะอาด
อีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตคือ เทคโนโลยีชีวภาพ ซึ่งบริษัทในไต้หวันมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองต่อความต้องการด้านสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือแพทย์ ยา หรืออุปกรณ์ตรวจวัดสุขภาพส่วนบุคคล ความสำเร็จในอุตสาหกรรมนี้เป็นผลจากการผสมผสานเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์เพื่อชีวิต
การเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมในยุคใหม่ของไต้หวันยังมาพร้อมกับความมุ่งมั่นในการสร้างความยั่งยืนและการพัฒนาที่สมดุล การนำเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้ในการผลิตช่วยลดผลกระทบต่อธรรมชาติ และยังส่งเสริมภาพลักษณ์ของไต้หวันในฐานะประเทศที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม
การพัฒนาสู่ยุคใหม่ของไต้หวันไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวและความมุ่งมั่นในการสร้างนวัตกรรม แต่ยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีระดับโลก ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในยุคปัจจุบันและอนาคต
บทสรุป
ไต้หวันประสบความสำเร็จในการพัฒนาอุตสาหกรรมจาก OEM สู่ ODM ด้วยความมุ่งมั่นในการลงทุนด้านเทคโนโลยี การจัดการซัพพลายเชน และการสนับสนุนจากรัฐบาล ทำให้อุตสาหกรรมของไต้หวันยังคงเป็นผู้นำระดับโลกในปัจจุบัน
บทความโดย: ธนกร สังขรัตน์ กรรมการผู้จัดการ Fabulous Pillar Co., Ltd. (Myanmar)
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสตอน 25 ไต้หวัน พัฒนา OEM สู่ศูนย์กลางการผลิตระดับโลก
- เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสตอน 24: 'ไต้หวัน' พัฒนาเศรษฐกิจ-อุตสาหกรรม สู่ความสำเร็จระดับโลก
- เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโอกาสตอน 23 เกาหลีใต้มุ่งสู่การเป็นผู้นำโลกยุคอนาคต
ติดตามเราได้ที่
- เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
- Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
- X (Twitter): https://twitter.com/BangkokInsight
- Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
- Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg