โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

รมว.พาณิชย์ อยากเห็นไทยเป็นสวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชีย

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 07 พ.ย. 2567 เวลา 14.26 น. • เผยแพร่ 07 พ.ย. 2567 เวลา 07.15 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กระทรวงพาณิชย์ 7 พ.ย.- “นายพิชัย” เผยอยากเห็นไทยเป็นสวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชีย ที่ทุกประเทศทั่วโลกรักและอยากมาอยู่ด้วย มั่นใจหลัง “ทรัมป์” นั่งเก้าอี้ ปธน. ส่งออก-การลงทุนไทยโต ย้ำไม่มีเรื่องต้องกังวล

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมติดตามนโยบายและขับเคลื่อนมาตรการเร่งด่วนของรัฐบาล พร้อมด้วยนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงพาณิชย์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ 58 แห่ง และสำนักงานพาณิชย์จังหวัด 72 จังหวัด เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์เศรษฐกิจการค้า และกำชับเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการ หลังคาดว่าโดนัลด์ ทรัมป์ จะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่จะส่งผลต่อนโยบายการค้าของโลก และไทยต้องเร่งหาโอกาสด้านการค้า-การลงทุน

นายพิชัย กล่าวว่า วันนี้เป็นการประชุมติดตามนโยบายและขับเคลื่อนมาตรการเร่งด่วนของท่านนายกรัฐมนตรี (นางสาวแพทองธาร ชินวัตร) เพื่อให้นโยบายของกระทรวงพาณิชย์สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ขอขอบคุณข้าราชการกระทรวงทุกท่านที่ทำงานอย่างหนักตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา ทั้งภารกิจในประเทศและต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์จะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ประเทศของเราพัฒนาต่อไปให้ได้ และวันนี้ได้มีการติดตาม 10 นโยบายสำคัญเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ก็ได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์และพาณิชย์จังหวัดทำงานร่วมกัน

โดยเรื่องหลักวันนี้คือการรับมือการเปลี่ยนแปลงผู้นําของสหรัฐอเมริกา ได้มีการวิเคราะห์กันว่าหลังจากที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้ง จะส่งผลกระทบกับไทยอย่างไร เชื่อว่าไทยจะได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ ไทยเองต้องวาง position ตัวเองให้ดี จากข้อมูลตัวเลขในอดีตที่ผ่านมาเห็นชัดเจนว่า ตัวเลขการส่งออกสินค้าไทยหลายรายการเพิ่มขึ้น ขณะที่การนําเข้าสินค้าจีนของสหรัฐฯลดลงอย่างต่อเนื่อง สินค้าของไทยได้ไปทดแทนค่อนข้างเยอะ เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะสามารถเพิ่มการส่งออกไปประเทศอเมริกาได้มากขึ้น ขณะนี้ประเทศต่างๆ เดินหน้าเข้ามาเพื่อจะมาเจรจาทำการค้าการลงทุนกับไทยอย่างมาก อีกสัปดาห์หน้าตนเองก็จะเดินทางไปประเทศเปรู เพื่อประชุมเอเปกพร้อมนายกฯ คงได้มีการเจรจากับหลายประเทศ และเชื่อว่าหลายประเทศอยากที่จะมาลงทุนในประเทศไทย และวันที่ 25-27 พ.ย.นี้ สหรัฐฯก็จะนำทัพนักธุรกิจมาไทย ดังนั้นเราต้องวาง position ที่เราเป็นอยู่อย่างนี้ให้ดี ต้องบาลานซ์ให้ได้ ซึ่งจะส่งผลให้จีนก็รักเรา อเมริกาก็รักเรา รัสเซียก็รักเรา middle east ก็รักเรา ไทยไม่ต้องเลือกข้าง เราอยากจะเป็นสวิตเซอร์แลนด์ของอาเซียน ที่ทุกประเทศดีใจและพอใจที่จะมาอยู่กับเรา

เรื่องการลงทุนเราต้องพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสที่เขาอาจจะมีความขัดแย้งอะไรก็ตาม เราก็จะสามารถหาโอกาสที่เกิดขึ้นได้ จะเห็นการลงทุนจากสหรัฐฯ เข้ามามากขึ้น บริษัทขนาดใหญ่มาขยายการลงทุนด้านฮาร์ดดิสก์ อาทิ ซีเกท Western Digital และมีเรื่อง Food Security Data Center และ PCB เทคโนโลยีใหม่ๆ เชื่อว่าประเทศไทยจะได้รับประโยชน์เรื่องนี้อย่างเต็มที่ เห็นได้จากตัวเลขของ BOI ที่ต่างชาติจะมาลงทุนที่สูงสุดในรอบ 10 ปีแล้วยังจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ และภายในเดือนมกราคมนี้ ที่งาน World Economic Forum เราจะได้เซ็นสัญญา FTA กับเอฟตา (สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป) กับ 4 ประเทศ ประกอบด้วย สวิตเซอร์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ ไอซ์แลนด์ และนอร์เวย์ ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพและกำลังซื้อสูง และจะนําไปสู่การเซ็นสัญญา FTA ไทยกับอียู และ UAE ต่อไปในอนาคต ประเทศไทยเป็นประเทศเล็กการเจริญเติบโตของเราต้องอาศัยต่างประเทศเยอะต้องสานเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คาดว่าจะส่งผลดีต่อกลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าแปรรูป และสินค้าเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ไทยจะได้ประโยชน์ จากที่ขาดโอกาสเรื่องนี้มาเป็น 10 ปี การลงทุนข้ามจากไทยไปเวียดนามหมด แต่เรามีไฟฟ้าที่มากพอ เพราะสมัยที่ตนเป็นรัฐมนตรีพลังงานได้ทำไว้เยอะ ทำให้สามารถรองรับการลงทุนเทคโนโลยีได้ ต้องเร่งให้เขาสร้างเสร็จเร็วๆ จะได้มีโอกาสเห็นการส่งออกไทยโตเกิน 4-5% และเชื่อว่าเศรษฐกิจไทยจะโตเกิน 4-5% ตามการส่งออกด้วยเช่นกัน ต้องให้ทุกประเทศมาลงทุนไทยแล้วได้ประโยชน์ ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ก็ทํางานหนักขึ้นเพื่อสร้างโอกาสทำรายได้ให้ประเทศต่อไป-517-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...