“หุ้นฮอนด้า” พุ่งแรง 17% หลังประกาศซื้อหุ้นคืน 1.1 ล้านล้านเยนภายในปี 68
"หุ้นฮอนด้า" พุ่งแรง 17% หลังประกาศซื้อหุ้นคืน 1.1 ล้านล้านเยนภายในปี 68 ก่อนที่จะมีข้อตกลงควบรวมกิจการกับนิสสัน
วันที่ 24 ธันวาคม 2567 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า หุ้นฮอนด้า มอเตอร์ พุ่งขึ้นกว่า 17% สูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม หลังจากที่ประกาศว่าจะซื้อหุ้นคืนมูลค่าสูงสุด 1.1 ล้านล้านเยน หรือราว 7 พันล้านดอลลาร์ ภายในเดือนธันวาคมปี 2568 ก่อนที่จะมีข้อตกลงที่ถือเป็นการเข้าซื้อกิจการบริษัท นิสสัน มอเตอร์ที่กำลังประสบปัญหา
ฮอนด้าเปิดเผยว่าจะซื้อคืนหุ้นที่ยังไม่ได้ขายคืนสูงสุด 24% ระหว่างวันที่ 6 มกราคม-23 ธันวาคม 2568 โดยจะประกาศในวันจันทร์นี้ (23 ธ.ค.2567) ผู้ผลิตรถยนต์ทั้งสองรายได้ประกาศข้อตกลงเบื้องต้นในการจัดตั้งบริษัทโฮลดิ้งร่วมซึ่งมีเป้าหมายที่จะจดทะเบียนหุ้นในเดือนสิงหาคม 2569
การซื้อคืนหุ้นถือเป็นความพยายามในการบรรเทาความกังวลของผู้ถือหุ้นของฮอนด้าเกี่ยวกับผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นกับบริษัทจากการผูกขาดกับนิสสัน ฮอนด้าเป็นบริษัทที่มีผลงานดีที่สุดในดัชนี Nikkei 225 เมื่อเวลา 11.00 น. ในโตเกียว และเป็นบริษัทที่มีผลงานดีที่สุดในดัชนี Topix
Julie Boote นักวิเคราะห์จากบริษัท Pelham Smithers ในสหราชอาณาจักร กล่าวว่า “แผนการซื้อหุ้นคืนจำนวนมหาศาลของ Honda แสดงให้เห็นว่ากำลังพยายามทำให้การควบรวมกิจการกับ Nissan น่าสนใจขึ้นสำหรับผู้ถือหุ้น ราคาหุ้น Honda ร่วงลง 3% หลังจากความร่วมมือที่อาจเกิดขึ้นถูกเปิดเผยเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม เนื่องมาจากความกังวลว่า Honda จะต้องช่วยเหลือ Nissan
ทัตสึโอะ โยชิดะนักวิเคราะห์อาวุโสของ Bloomberg Intelligence กล่าวการซื้อหุ้นคืนเป็นสัญญาณว่าฮอนด้าให้ความสำคัญกับการปรับปรุงโครงสร้างทุนและราคาหุ้นเป็นอย่างมาก แผนการซื้อหุ้นคืนถือเป็นเรื่องน่าประหลาดใจ
โดย Travis Lundy นักวิเคราะห์จาก Quiddity Advisors กล่าวว่า การซื้อหุ้นคืนในสัดส่วนที่มากขนาดนี้ ฮอนด้าอาจกำลังพิจารณาที่จะมีอิทธิพลต่ออัตราส่วนของข้อตกลงในที่สุดกับนิสสัน เนื่องจากผู้ผลิตยานยนต์ตกลงที่จะกำหนดอัตราส่วนดังกล่าวโดยอิงตามราคาหุ้นของตนเองเป็นบางส่วน
ด้าน Seiji Sugiura นักวิเคราะห์อาวุโสจาก Tokai Tokyo Intelligence Laboratory กล่าวว่า ผลกระทบเชิงบวกจากการประกาศซื้อคืนหุ้นในวันจันทร์น่าจะมีเพียงระยะเวลาสั้นๆ เนื่องจากความเสี่ยงที่ข้อตกลงระหว่าง Nissan ก่อให้เกิดกับ Honda เริ่มชัดเจนขึ้น
อ้างอิง : bloomberg.com