โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ราคาชีวิตเศรษฐีเวียดนามโคตรโกง ขอจ่าย 380,000 ล้านลดโทษประหาร

TODAY

อัพเดต 03 ธ.ค. 2567 เวลา 14.16 น. • เผยแพร่ 29 พ.ย. 2567 เวลา 03.19 น. • workpointTODAY

คดีฉ้อโกงประวัติศาสตร์ของเวียดนาม ที่ทำให้มหาเศรษฐีใหญ่ต้องถูกลงโทษประหารชีวิต แต่เธอกำลังขอต่อรองจ่ายเงินคืน 380,000 ล้านบาท แลกกับไม่ถูกประหาร

มหากาพย์นี้ยิ่งกว่านิยายที่สะท้อนปัญหาฉ้อโกงและการทุจริตระดับชาติของเวียดนาม ที่ตอนนี้กำลังเป็นดาวรุ่งเศรษฐกิจของเอเชีย

[ความคืบหน้าล่าสุด 3 ธ.ค.] ศาลเวียดนามยืนโทษประหาร ปัดข้อเสนอจ่ายเงินคืน ชี้เป็นคดีประวัติศาสตร์ กระทบเศรษฐกิจ-สังคมเวียดนาม และจำเลยไม่น่าหาเงินมาคืนได้ จับตาทางรอดสุดท้ายขอนิรโทษกรรม

คดีนี้เป็นคดีของนางเจือง มาย หลั่น มหาเศรษฐีชาวเวียดนามวัย 68 ปี ที่ถูกตั้งข้อหาและศาลเวียดนามตัดสินโทษสูงสุดประหารชีวิตด้วยการฉีดยาพิษ

คดีนี้เป็นคดีที่ใหญ่มาก เพราะเธอเป็นผู้หญิงไม่กี่คนที่ต้องโทษรุนแรงขนาดนี้ในเวียดนาม และนี่ยังเป็นคดีทุจริตที่มีมูลค่าความเสียหายมหาศาลถึงกว่า 1.5 ล้านล้านบาท

ที่มาที่ไปของคดีนี้ มาจากนางหลั่น ซึ่งมีพื้นเพมาจากครอบครัวเชื้อสายจีน-เวียดนามในไซ่ง่อน หรือโฮจิมินซิตี้ในปัจจุบัน เธอได้เริ่มธุรกิจจากการขายของชำ ขายเครื่องสำอาง จนกระทั่งสร้างตัวจากการถือครองอสังหาริมทรัพย์จำนวนมากในยุคปฏิรูปเศรษฐกิจใหญ่ ‘ดอย เหมย’ ในปี 1986 จนทำให้เธอเป็นเจ้าของที่ดิน และเจ้าของธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารหลายแห่ง

เป็นที่รู้กันว่า ที่ดินในเวียดนามทุกตารางนิ้วเป็นของรัฐ ดังนั้นการที่เธอถือครองที่ดินจำนวนมากได้ ย่อมมีสาเหตุจากความใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งอาจมีส่วนพัวพันกับการทุจริตคอรัปชัน

แต่ถึงอย่างนั้น เส้นทางนี้ทำให้นางหลั่นเป็นมหาเศรษฐีชื่อดัง และทำให้ในปี 2011 เธอได้รับอนุญาตให้เข้าไปควบรวมกิจการธนาคารขนาดเล็ก 3 แห่งที่ประสบปัญหาทางการเงิน จนกลายเป็นธนาคาร ‘Saigon Commercial Bank’

ตามกฎหมายของเวียดนาม บุคคลห้ามถือหุ้นธนาคารเกิน 5% แต่นางหลั่นเลี่ยงกฎหมายนี้ด้วยการตั้งบริษัทเปล่า (shell companies) และนอมินีจำนวนมากมาถือหุ้นแทน จนทำให้ในความเป็นจริง เธอเป็นเจ้าของธนาคารแห่งนี้ในสัดส่วนกว่า 90%

เธอใช้อำนาจแต่งตั้งคนของตัวเองเป็นผู้จัดการเอื้อประโยชน์ในการออกเงินกู้ จนทำให้ยอดกู้ของเธอพุ่งสูงขึ้น 93% ของเงินทั้งหมดที่ธนาคารปล่อยกู้ แถมยังสั่งให้คนขับรถถอนเงินสดจากธนาคารมากถึง 108 ล้านล้านดอง หรือราว 80,000 ล้านบาท มาเก็บไว้ที่ห้องใต้ดินบ้านตัวเอง

นอกจากนี้ยังพบว่านางหลั่นจ่ายสินบนมหาศาลให้กับเจ้าหน้าที่รัฐ หนึ่งในนั้นคือการจ่ายสินบนให้กับผู้ตรวจสอบของธนาคารกลางเวียดนามเป็นเงินถึง 172 ล้านบาท ซึ่งก็ทำให้เจ้าหน้าที่ที่รับสินบนรายนี้ถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตไปแล้ว

ศาลเวียดนามตัดสินประการชีวิตนางหลั่นเมื่อเดือนเมษายน จากการที่เธอยักยอกเงินราว 420,000 ล้านบาทจากธนาคารของเธอ รวมถึงมีความผิดฐานยักยอกเงิน และละเมิดเกณฑ์การกู้ยืมเงิน

ขณะที่ในเดือนตุลาคม ศาลเวียดนามพิพากษาอีกคดี จำคุกนางหลั่นตลอดชีวิตจากการโยกย้ายเงิน 155,000 ล้านบาทข้ามพรมแดน ฟอกเงิน 600,000 ล้านบาท และใช้เงินระดมทุนจากพันธบัตร 41,000 ล้านบาทอย่างผิดกฎหมาย

คดีความของนางหลั่น กลายเป็นเรื่องฮือฮาในสังคมเวียดนาม และแน่นอนว่าคนเวียดนามสนใจเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะเธอก็เป็นที่รู้จักในสังคมไฮโซ ขณะเดียวกัน สังคมยังตั้งคำถามถึงการทำหน้าที่ตรวจสอบของภาครัฐ และยังสะท้อนปัญหาทุจริตรับสินบนที่ซึมลึกในสังคมเวียดนาม

ที่สำคัญ ผู้เสียหายในคดีนี้ยังมีจำนวนมากถึง 36,000 ราย ส่วนใหญ่เป็นเจ้าของบัญชีเงินฝากในธนาคารของนางหลั่นที่ไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ จนทำให้เกิดการประท้วง ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะเกิดขึ้นได้ในสังคมที่ปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์

แรงกดดันจากคดีนี้ถึงขั้นทำให้ผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามต้องออกมาสัญญากับประชาชนว่า จะดำเนินการเรื่องนี้โดยเด็ดขาด

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (26 พ.ย.) นางหลั่นแถลงต่อศาลขอให้ลดโทษประหารชีวิต และประเมินการดำเนินคดีต่อเธอใหม่ โดยระบุว่าเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น และเรื่องทั้งหมดทำให้ความฝัน ความหวัง ความแข็งแกร่งทางใจของเธอและคนจำนวนมากได้รับผลกระทบ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในชีวิต

เธอพยายามต่อสู้ว่า ในช่วงที่ผ่านมาเธอได้อุทิศตัวเพื่อฟื้นฟูธนาคารขึ้นมาใหม่ จนไม่มีเวลาเลี้ยงลูกด้วยตัวเอง เธอและสามียังใช้เวลาหลายปีพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่ทันสมัยจนมีส่วนให้ประเทศเวียดนามเติบโต

เธอบอกว่าในคดีนี้ เธอเป็นทั้งผู้ถูกกล่าวหาและเป็นทั้งเหยื่อ พร้อมเสนอเงื่อนไขว่า เธอจะจ่ายค่าเสียหายคืนให้กับธนาคารกลางเวียดนาม และจะอุทิศเงินที่เหลือจากการจ่ายหนี้คืนไปสร้างโรงพยาบาล โรงเรียน และบ้านพักสำหรับคนจน

ดูเหมือนว่า เธอจะใช้การต่อสู้เพื่อลดโทษ โดยอาศัยข้อกฎหมายของเวียดนามที่เธออาจได้รับการพิจารณาลดโทษประหารชีวิตได้ หากเธอสามารถจ่ายเงินคืนสามในสี่จากเงินทั้งหมดที่ยักยอกไป

ทนายความของนางหลั่นระบุว่า ในตอนนี้ทีมทนายความกำลังหาทางช่วยให้เธอพ้นโทษประหาร ซึ่งเงินที่ต้องคืนน่าจะอยู่ที่ 370,000 ล้านบาท โดยมีนักลงทุนต่างชาติพร้อมให้ยืมเงินแล้วเกือบ 14,000 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม อัยการในคดีนี้ประเมินว่า การขอลดโทษประหารด้วยการจ่ายเงินคืนนั้นอาจไม่เข้าเกณฑ์ในคดีนี้ เนื่องจากนี้เป็นอาชญากรรมที่ร้ายแรงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในเวียดนาม

ที่มา CNA, Bloomberg, VNExpress, BBC

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...