ชัชชาติ วิ่งสวนลุม รีวิวหนังสือ เล่าเทรนด์โลกอนาคต ไขปมต่าง 'องค์การใหญ่-สตาร์ทอัพ'
ชัชชาติ วิ่งสวนลุม รีวิวหนังสือ เล่าเทรนด์โลกอนาคต ไขปมต่าง ‘องค์การใหญ่-สตาร์ทอัพ’
เมื่อวันที่ 2 กันยายน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. ถ่ายทอดสดผ่านเฟซบุ๊กขณะเตรียมตัววิ่งออกกำลังกายในช่วงเช้ามืดที่สวนลุมพินี เขตปทุมวันพร้อมด้วยนายแสนปิติ สิทธิพันธุ์ บุตรชาย
ในตอนหนึ่ง นายชัชชาติ ตอบคำถาม ‘แอดมินหวัง’ ถึงสถานการณ์ฝนที่จะเกิดในวันนี้ โดยรับว่า ‘ลืมดูเรดาห์’
“เมื่อวันก่อนแถวรามอินทราหนักเหมือนกัน ในซอยท่วม เพราะพื้นที่ต่ำกว่าถนนเยอะ ต้องแก้ไขต่อไป” นายชัชชาติกล่าว
ส่วนการเปิดอุโมงค์รัชดาพิเษก-ราชพฤกษ์วานนี้เป็นวันแรก ซึ่งทำให้การจราจรโล่งขึ้นนั้น นายชัชชาติกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ยังมีจุดที่ต้องปรับปรุง
ต่อมา นายชัชชาติกล่าวถึงเนื้อหาที่อ่านจากหนังสือชื่อ Whiplash โดย Joi Ito ซึ่งอธิบายถึง 10 เทรนด์สำคัญของโลกอนาคต อาทิ เทรนด์การเรียนรู้ด้วยตัวเองซึ่งสำคัญไม่แพ้การศึกษาที่คนอื่นจัดให้เรา
“สมมติเรียนหลักสูตรปริญญาตรี มีคนจัดให้เราเรียนตามหลักสูตร อาจมีวิชาเลือกนิดหน่อย แต่สุดท้ายแล้วส่วนใหญ่คนอื่นจัดมาให้ อย่างไรก็ตาม การศึกษา บางทีปรับตามโลกไม่ทัน ปรับหลักสูตรทีหนึ่งก็เสียเวลา มหาวิทยาลัยปรับหลักสูตรครั้งหนึ่งใช้เวลาหลายปี ในขณะที่การเรียนรู้ด้วยตัวเองสำคัญกว่า” นายชัชชาติกล่าว
จากนั้น ยังระบุถึงประเด็น Push และ Pull กล่าวคือ โลกอนาคตคือโลกแห่งการ Pull คือ ‘ดึง’ ตามความต้องการ เช่น ภาพยนตร์จาก Netflix จะดูกี่ร้อยเรื่องที่ต้องการก็ดึงมา หรือเมื่ออยากฟังเพลงไหนก็ดีงมาฟังเองจาก Youtube หรือ Podcast ต่างจากในอดีตที่เป็นระบบ Push เช่น การชมภาพยนตร์หรือฟังเพลงต้องรอให้มีการ Push มาให้ชมในโรงและรับฟังจากสถานีวิทยุ เช่นเดียวกับการเรียนที่มีการ Push หลักสูตรมาให้ แต่อนาคตคือโลกของการ Pull
“การค้าก็เหมือนกัน ของที่ใส่บนชั้นวางสินค้าที่มีจำกัดคือการ Push ขณะมี่ออนไลน์คือการ Pull ไม่ต้องมีชั้นวาง Warehouse (โกดัง) จะอยู่ที่ไหนก็ได้” นายชัชชาติกล่าว
นายชัชชาติกล่าวด้วยว่า อนาคตองค์กรใหญ่จะอยู่ลำบากขึ้น ขณะที่บางครั้งสตาร์ทอัพไปได้ไกล เพราะมีความสามารถในการปรับตัว ไม่ต้องแยกต้นทุนเก่า ทรัพยากรเก่า กรุงเทพมหานครก็ต้องปรับวิธีคิด และเอาเทคโนโลยีเข้ามา
“การอยู่ในกรอบหรือคิดเรื่อง safety อย่างเดียวอาจอยู่ไม่ได้แล้วในอนาคต เพราะโลกเปลี่ยนเร็ว ต้อง take risk (รับความเสี่ยง) ขึ้น” นายชัชชาติกล่าวและว่า ยุคนี้ยังเป็นยุค Product age ที่จะเอาชนะ Brand age
“แต่ก่อน คนพยายามสร้างแบรนด์ เพราะการสื่อสารใช้ mass media แบรนด์ได้ปุ๊บ เดี๋ยว product มา แต่ปัจจุบันทุกคนคือ media เพราะฉะนั้นแล้ว สุดท้าย product สำคัญกว่า เราจะเห็นสินค้าใหม่ๆ ที่อาจชนะแบรนด์ใหญ่ๆได้เลย เพราะสินค้าคุณภาพ สำคัญว่าแบรนด์แล้ว” นายชัชชาติกล่าว
ข่าวน่าสนใจอื่น: