โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ข้านี่แหละคือท่านอ๋องขั้นเทพ

นิยาย Dek-D

อัพเดต 11 มี.ค. 2567 เวลา 12.40 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. 2567 เวลา 12.40 น. • porezazza
ใครจะไปคิดว่านักโบราณคดีอย่างผมจะมาทะลุมิติมาในโลกบำเพ็ญเซียนแต่แค่มาโลกเซียนยังไม่พอแต่ยังได้ระบบสุดขี้โกงมาอีกด้วย

ข้อมูลเบื้องต้น

เกิดอะไรกับชีวิตผมกันแน่จากหนุ่มสุดฮอตแบบผมกับกลายมาอยู่ในร่างของ"อ๋องหลิง"แห่งตระกูลฮุ่ย!! จักรวรรดิต้าฮุ่ยที่สำคัญกว่านั้นร่างนี้ยังเป็นเกออีกด้วยผมแทบจะหัวใจวายตายหลังตื่นขึ้นมาพบฉากโบราณแล้วที่สำคัญโลกแห่งนี้มีพลังบำเพ็ญเซียนอีกด้วย ในตอนแรกคิดว่าตัวเองมึนๆอยู่ แต่พอตีตัวเองทำให้รู้ว่าแม่งโคตรจะเจ็บเลย!!!
ยังไม่ทันที่สติจะกลับมาไม่ครบถ้วนแต่กับมีเสียงประหลาดก้องกังวานอยู่ในหัวของผม
"ยินดีต้อนรับเข้าสู่ระบบอ๋องลำดับหนึ่ง ยินดีต้อนรับกับโฮสต์มากๆ เลย"
[ขอแสดงความยินดีด้วย!ท่านสุ่ได้ผลท้อสวรรค์]
[ขอแสดงความยินดีด้วย!ท่านได้คัมภีร์เซียนจันทรา]
[ขอแสดงความยินดีด้วย!ท่านได้การบ่มเพาะหนึ่งร้อยปี]
[ขอแสดงความยินดีด้วย!ท่านได้ปราณเพลิงเหมันต์นิรันดร์]
"…….."
#ท่านอ๋องขั้นเทพ

บทที่1 หลิงอ๋อง

ใครจะไปคิดว่านักโบราณคดีอย่างผมจะทะลุมิติมาในโลกบำเพ็ญเซียนแต่แค่มาโลกเซียนยังไม่พอแต่ยังกับได้ระบบขี้โกงมาอีกด้วย

เกิดอะไรกับชีวิตผมกันแน่จากหนุ่มสุดฮอตแบบผมกับกลายมาอยู่ในร่างของ"อ๋องหลิง"แห่งตระกูลฮุ่ย!! จักรวรรดิต้าฮุ่ยที่สำคัญกว่านั้นร่างนี้ยังเป็นเกอ อีกด้วยผมแทบจะหัวใจวายตายหลังตื่นขึ้นมาพบฉากโบราณ แล้วที่สำคัญโลกแห่งนี้มีพลังบำเพ็ญเซียนอีก ในตอนแรกคิดว่าตัวเองมึนๆ อยู่แต่พอตีตัวเองทำให้รู้ว่าแม่งโคตรจะเจ็บเลย!!!

ยังไม่ทันที่สติยังกลับมาไม่ครบถ้วน แต่กับมีเสียงประหลาดก้องกังวานอยู่ในหัวของผม

"ยินดีต้อนรับเข้าสู่ระบบอ๋องลำดับหนึ่ง ยินดีต้อนรับกับโฮสต์มากๆ เลย"

"…….."

[ผมขอแนะนำตัวก่อนเลยผมเป็นระบบสุดโกงมีหน้าที่ดูแลโฮสต์ในการใช้ชีวิตพร้อมทั้งทำให้โฮสต์มีพลัง ไม่ต้องกลัวเลยโฮสต์ว่าจะกลายเป็นอ๋องไร้ค่าเพราะต่อจากนี้ไปโฮสต์จะกลายเป็นอ๋องลำดับหนึ่งให้ได้]

ผมยื่นนิ่งหน้าเอ๋อใครจะไปคิดว่าจะเกิดมามีระบบไปได้

[มันชั่งเป็นช่วงเวลาเปิดตัวอะไรดีแบบนี้ เหมือนโฮสต์จะเป็นอ๋องระดับต่ำสุดไร้ค่าไร้พลังไร้อำนาจแต่ไม่ต้องกลัวแล้วเพราะตอนนี้มีระบบอ๋องขั้นเทพแบบข้าโฮสต์จะกลายเป็นสุดยอดคนและจะมีสามีเป็นร้อยๆ ให้ได้แน่นอน]

สามีเป็นร้อยบ้านแกสิไอ้ระบบนี้แม่งผีเจาะปากมาพูดหรือไงวะ

"แล้วระบบสามารถทำอะไรได้บ้างล่ะ"ถ้าไอ้ระบบนี้เรียกตัวเองว่า'ระบบอ๋องลำดับหนึ่ง'มันคงจะเหมือนระบบทั่วไปในนิยายที่ผมเคยอ่านๆ มาสินะมันคงมีความสามารถอะไรบ้างแหละ

[ผมลืมบอกเรื่องสำคัญแบบนี้ได้ไงเนี่ยระบบอ๋องลำดับหนึ่งนี้ มีความสามารถหลากหลายแต่เนื่องจากพรสวรรค์อันต่ำต้อยของโฮสต์แล้วทำให้ตอนนี้มีแค่ความสามารถเดียวเท่านั้น]

"และความสามารถอะไรที่ใช้ได้ตอนนี้ละ"ไอระบบบัดซบทำไมต้องจี้ปมด้วย

"ความสามารถก็คือการลงทะเบียนในทุกๆ วันสามารถลงทะเบียนได้วันละหนึ่งครั้ง การลงทะเบียนมีโอกาสได้รับของมากมายเช่นวิชาตำรา ความสามารถศักดิ์สิทธ์ เม็ดยา อาวุธ และความสามารถอื่นๆ ที่ทำให้โฮสต์เป็นลำดับหนึ่งได้"

"แล้วจะลงทะเบียนได้ยังไงละ"ฮุ่ยหลิงถามด้วยท่าทีดีใจหึๆ ตื่นเต้นจริงๆ ถ้าลงทะเบียนแล้วขอให้ได้ของดีๆ เถอะสาธุๆ

"เพียงแค่โฮสต์เอ่ยในใจระบบจะเริ่มทำการสุ่มของต่างๆให้โฮสต์เอง"

งั้นรออะไรอยู่ล่ะสุ่มเลยสิ ผมมองวงล้อที่หมุนภายในหัว พร้อมทั้งภาวนาในใจขอให้มีความสามารถดีๆ เหมือนพวกนิยายที่ผมเคยๆ อ่านบ้าง

สายตาทั้งสองข้างของผมกำลังจับจ้องไปที่วงล้ออย่างแน่วแน่แต่สุดท้ายสายตาผมก็หดลงหลังเห็นวงแหวนชี้ไปในช่องสิ่งของทั่วไป!!ไหนไอ้เจ้าระบบอวยสรรพคุณเยอะแยะไปหมดแต่สุดท้ายผมกับสุ่มได้สิ่งของทั่วไปแล้วมันทำอะไรได้บ้างละเนี่ย!!

[ขอแสดงความยินดีด้วย!คุณสุ่มได้หมวดหมู่ทั่วไป ประวัติศาสตร์ทวีปจินเยว่]

"……,"

พอระบบทำการสุ่มเป็นที่เรียบร้อยแล้วผมก็เลื่อนสายตาไปมองคำอธิบาย หลังจากที่ผมอ่านข้อความต่างๆเสร็จ ทำให้ผมรู้ว่าที่ผมอยู่นี้มีชื่อว่าทวีปจินเยว่ ทวีปจินเยว่นี้ถูกปกครองโดยจักรวรรดิซีฮั่น จักรวรรดิเฟยหลิง แล้วที่ผมอยู่จักรวรรดิต้าฮุ่ย แต่ถึงอย่างนั้นจักรวรรดิที่อ่อนแอที่สุดคือจักรวรรดิต้าฮุ่ยเนื่องจากความระส่ำระส่ายของราชสำนักภายในการแก่งแย่งอำนาจในราชวงศ์หลายรุ่นจนทำให้บ้านเมืองต้องตกต่ำลงทุกวันนี้ พอจักรวรรดิเริ่มตกต่ำแคว้นทั้งแปดที่ถูกจักรวรรดิปกครองก็แข็งข้อขึ้น พร้อมทั้งเริ่มคืบคลานลุกฮือต่อต้าน สาเหตุอีกอย่างหนึ่งเพราะแคว้นทั้งแปดมีผู้ทรยศของจักรวรรดิให้ความสนับสนุนและก็มีสำนักต่างๆ คอยหนุนหลัง พวกเขาทั้งหมดต้องการอำนาจของราชวงศ์แห่งต้าฮุ่ยพร้อมทั้งดินแดนอันยิ่งใหญ่ของราชวงศ์อีกด้วย

"หลิงเอ๋อร์เจ้าได้ยินข้าหรือไม่"

พระสนมซู่โปรยสายตามองไปยังบุตรชายของตนพระสนมซู่มองไปยังบุตรชายด้วยสีหน้าเศร้าโศก

"ข้าได้ยินท่านแม่"

ฮุ่ยหลิงจ้องมองไปที่แม่คนใหม่? ของตนใบหน้าของพระสนมซู่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเศร้า

"แม่ขอโทษเจ้าจริงๆ ที่ไม่อาจปกป้องเจ้าได้ตามกฎมณเฑียรบาลบอกไว้ว่าสายเลือดของราชวงศ์องค์ใดไม่สามารถฝึกฝนถึงระดับกายฟ้าขั้นหนึ่งก่อนอายุสิบเจ็ดจะถูกปลดบรรดาศักดิ์ทุกอย่างกลายมาเป็นสามัญชน"พอได้ยินแบบนั้นฮุ่ยหลิงก็ก้มหน้าลงพร้อมนึกภายในใจตอนนี้ตัวเองพึ่งอยู่ขั้นกายมนุษย์ขั้นสามเองระดับนี้มันต่ำเตี้ยมากแม้แต่สามัญชนหรือบุตรหลานบางตระกูล ยังมีระดับสูงกว่าเขาอีก มันเหลือเวลาไม่กี่เดือนก่อนที่เขาจะอายุสิบเจ็ดมันเป็นเวลาที่สั้นมากก่อนที่จะถึงระดับกายฟ้า หลังจากที่ผมอ่านประวัติศาสตร์ทวีปจินเยว่ระดับบำเพ็ญเซียนในนี้ถูกแบ่งออกมาหลายระดับ ระดับที่ฮุ่ยหลิงอยู่นั้นถือว่าเป็นระดับที่ต่ำสุดกายมนุษย์ถัดจากกายมนุษย์คือกายปฐพีหลังจากกายปฐพีคือกายฟ้า

จะบ้าตายใครเขาจะไปทันกันตอนนี้เขาอยู่ในกายมนุษย์ขั้นสามอีกยี่สิบกว่าขั้นกว่าจะไปถึงกายฟ้าอุตส่าห์เกิดมาเป็นอ๋องแล้วไหนต้องมาถูกปลดมาเป็นสามัญชนอีก

คงสงสัยกันสินะทำไมฮุ่ยหลิงถึงได้เป็นอ๋องทั้งที่ความสามารถการบำเพ็ญเซียนต่ำขนาดนี้ทั้งตระกูลฝ่ายมารดาเป็นแค่ขุนนางขั้นสี่ฝ่ายพระคลังถือว่าเป็นตระกูลระดับกลางๆ ไม่ได้อำนาจในราชสำนักขนาดนั้น

แต่เหตุผลสำคัญคือใบหน้าที่งดงาม กิริยาท่าทางอ่อนโยนนุ่มนวลเรียบร้อย ความบอบบางน่าทะนุถนอมทำให้เป็นที่ต้องตาขององศ์ไทฮองไทเฮาหรือเสด็จทวดของฮุ่ยหลิงนั้นเอง ถึงแม้จะไร้ความสามารถแต่กลับมีอำนาจของไทฮองไทเฮาคอยหนุนหลังอยู่ห่างๆ ทำให้บุตรชายขุนนางต่างๆที่ต้องการฮุ่ยหลิงไปครอบครองต้องไตร่ตรองให้ดี

[ก่อนจะเป็นอ๋องลำดับหนึ่งต้องเจอความยากลำบากให้ถึงแก่นแท้ก่อนจะพบวาสนาอันยิ่งใหญ่ในตอนท้าย]

จู่ๆ เจ้าระบบก็เอ่ยขึ้นมายากลำบากบ้านแกสิอย่างน้อยก็ให้ข้ามีชีวิตดีๆ ตั้งแต่แรกไม่ได้หรือไง

"เจ้าไม่ต้องห่วงแม่พยายามสืบหายาวิเศษให้เจ้าแล้วถึงแม้มันจะช่วยเจ้าไปถึงระดับกายฟ้าโดยเร็วไม่ได้ แต่อย่างน้อยเจ้าน่าจะถึงกายมนุษย์ขั้นเก้าโดยไว"ท่านแม่เอ่ยออกมาด้วยท่าทีเต็มเป็นด้วยความหวัง หวังว่าลูกของตนจะสามารถรักษาบรรดาศักดิ์ไว้ได้เพราะมีกฎมณเฑียรบาลกล่าวไว้ว่าบุคคลในราชวงศ์องค์ไหนได้ถูกปลดออกจากบรรดาศักดิ์ จะไม่สามารถติดต่อกับคนในสายเลือดตัวเองได้อีกต่อไป

"ท่านแม่เก็บไว้เถอะข้ารู้ตัวอยู่แล้วว่าตัวข้าไม่สามารถฝึกถึงกายฟ้าในเร็ววัน"ฮุ่ยหลิงพูดพร้อมยื่นเม็ดยากับคืนให้มารดาถึงแม้เขาจะมายังโลกนี้ไม่นานแต่ก็ได้รู้อยู่ว่าเม็ดยามีมูลค่าขนาดไหนโดยเฉพาะเม็ดยาที่อยู่ตรงหน้าของเขานั้นเป็นเม็ดยาขั้นห้าต้องถูกปรุงด้วยอาจารย์โอสถขึ้นไปเท่านั้น อีกสาเหตุนึงที่เม็ดยามีราคาแพงเพราะนัก ปรุงยานั้นหาได้ยากมากในจักรวรรดิต้าฮุ่ยมีแค่ผู้อาวุโสสูงสุดเท่านั้นที่เป็นนักปรุงยาระดับปราชญ์โอสถส่วนอาจารย์โอสถก็ถือว่าหายากในจักรวรรดิอยู่ดี

สุดท้ายแล้วฮุ่ยหลิงก็ต้องรับยาที่มารดาให้ เมื่อลาท่านแม่เสร็จแล้วฮุ่ยหลิงก็ได้เดินออกจากตำหนักพร้อมทั้งเจอบรรดาข้ารับใช้ต่างก้มหัวลงพร้อมทั้งเดินจากไป ฮุ่ยหลิงไม่ค่อยชินเท่าไหร่จากคนที่มาจากยุคปัจจุบันซึ่งแตกต่างกับเหตุการณ์ตรงหน้า

ฮุ่ยหลิงเดินไปเรื่อยๆ ผ่านพุ่งไม้ดอกไม้อันสวยงามมายังตำหนักของตัวเองสภาพตำหนักของอ๋องหลิงนั้นค่อนข้างเงียบสงบนางกำนัลข้ารับในตำหนักหลิงอ๋องนั้นน้อยกว่าอ๋องทั่วๆ ไปเพราะเรื่องที่หลิงอ๋องจะถูกปลดมาเป็นสามัญชนได้กระจายไปทั่วราชสำนักแล้วถึงแม้จะมีไทฮองไทเฮาหนุนหลังห่างๆ แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้เยอะ เพราะมันเป็นกฎที่ตั้งขึ้นภายในราชวงศ์

เมื่อข่าวนี้แพร่กระจายออกไปข้ารับใช้นางกำนัลบางคนใช้เหตุผลร้อยแปดเพื่อหนีออกจะตำหนักจวนหลิงอ๋องเพราะกลัวว่าถ้าตัวเองยังอยู่ต่อจะไม่มีอนาคต ส่วนพวกบุตรชายขุนนางบุตรชายตระกูลใหญ่บางตระกูลเมื่อได้ยินข่าวนี้น้ำลายแทบสอออกมาหวังว่าจะได้ครอบครองหยกชิ้นงามเมื่อถูกปลดเป็นสามัญชนแต่ก็ยังตบแต่งเป็นอนุตนได้โดยง่าย

พอมาถึงหน้าตำหนักของตัวเองฮุ่ยหลิงก็เดินเข้าห้องของตัวเองก็จะหยิบเม็ดยาสีขาวที่ท่านแม่ให้มา

[เม็ดยาทะลวงกาย เม็ดยาขั้นห้าถูกปรุงโดยอาจารย์โอสถขึ้นไปเหมาะสำหรับขั้นกายมนุษย์และกายปฐพีเมื่อกินเข้าจะทำให้สามารถดูดซับพลังปราณโดยรอบง่ายขึ้นพร้อมทั้งยังสามารถทะลวงขั้นเป็นกายปฐพีง่ายขึ้น] เมื่อฮุ่ยหลิงอ่านคำอธิบายจากระบบแล้วดวงตาก็เบิกโตขั้น

"แล้ววิธีใช้ใช้ยังไงล่ะ"

"โฮสต์ไม่ต้องห่วงง่ายนิดเดียวเพียงแค่โฮสต์กลืนเข้าไปแล้วนั่งรวบรวมลมปราณแค่นี้เองง่ายๆ"

หลังจากที่ได้ยินคำอธิบายจากระบบแล้วฮุ่ยหลิงก็หยิบเม็ดยาเข้าปากขณะนั้นเองเสียงระบบก็ดังขึ้น

[ขอแสดงความยินดีค้นพบเม็ดยาครั้งแรก ของรางวัลจะถูกส่งเข้ากระเป๋า] สิ้นเสียงระบบจู่ๆ ก็มาหนังสือหล่นลงมาจากฟ้ามาตกที่มือของฮุ่ยหลิง

[ตำรารวบรวมโอสถ:ตำราโอสถที่รวบรู้ความรู้เรื่องยาแล้วรวบรวมเม็ดยาทุกอย่างในใต้หล้าไว้ในเล่มนี้] พอฮุ่ยหลิงได้อ่านคำอธิบายไปเลื่อนๆ สายตาของเขาก็ไปเห็นที่ที่น่าสนใจเข้า

"ร่างโอสถ"นี้เป็นสิ่งที่ฮุ่ยหลิงได้เห็นมันเป็นวิชาที่ทำให้ร่างของตัวเองเป็นโอสถทำให้การดูดซับโอสถได้ง่ายกว่าปกติ พอฮุ่ยหลิงได้อ่านตำราร่างโอสถไปสักพักแล้วทำให้เขาค้นพอความสามารถอีกอย่างของตัวเอง คือสามารถเข้าใจโดยง่ายเพียงแค่อ่านนิดเดียวกับทำให้จำได้โดยง่าย

พอฮุ่ยหลิงอ่านจนเข้าใจแล้วก็ได้เริ่มหยิบเม็ดยามาอีกครั้งพร้อมทั้งนั่งสมาธิเพื่อรวบรวมปราณจากเม็ดยา

ภายในแคว้นโจว

"เมื่อแคว้นทั้งแปดกับสำนักทั้งหกมากันครบแล้วการประชุมลับนี้จะเริ่มขึ้นได้"เจ้าเมืองแคว้นโจวเอ่ยขึ้นหลังจากที่แคว้นและสำนักมากันครบหมดแล้ว

"ท่านผู้เฒ่าเย่าเราจะเอายังไงกับจักรวรรดิต้าฮุ่ยดี ตอนนี้จักรวรรดิต้าฮุ่ยอยู่ในช่วงตกต่ำถึงขีดสุดข้าว่าโอกาสนี้เป็นโอกาสที่ดีที่ให้พวกเราแปดแคว้นหกสำนักเปิดสงครามกับจักรวรรดิต้าฮุ่ยแล้ว"เจ้าเมืองแคว้นอันกล่าวขึ้นส่วนลักษณะของผู้เฒ่าเย่าใส่ชุดสีดำใส่หน้ากากปิดบังใบหน้าไม่มีใครรู้เลยว่าผู้เฒ่าเย่าเป็นใครระดับขั้นพลังอยู่ขั้นอะไร ถือว่าเป็นบุคคลที่มีความลึกลับมากเลยทีเดียว เพราะผู้เฒ่าเย่านั้นอยู่สำนักเซ่อเสอ สำนักเซ่อเสอนี้เป็นสำนักที่มีความสามารถที่สุดในแปดแคว้นหกสำนักจึงกลายเป็นผู้นำของกลุ่มทั้งหมดนี้

"เจ้าเมืองอันท่านอย่าลืมถึงแม้จักรวรรดิต้าฮุ่ยจะตกต่ำแต่ท่านอย่าลืมนะว่ายังมีบรรพบุรุษของจักรวรรดิต้าฮุ่ยอยู่อีก ข้าได้ยินมาว่าบรรพบุรุษแห่งต้าฮุ่ยนั้นอยู่นั้นสุดท้ายของวิญญาณนภาแล้วอีกไปกี่ขั้นจะขึ้นเป็นเต๋าแล้ว"ผู้เฒ่าเย่าเอ่ยเสียงเยือกเย็น

"แล้วจะให้พวกข้าทำอย่างไรดี"

"วันพรุ่งนี้ให้สำนักกวนไฉเดินทางไปจักรวรรดิต้าฮุ่ยเพื่อเจรจากับจักรวรรดิต้าฮุ่ย"ผู้เฒ่าเย่าเอ่ยขึ้นส่วนสำนักที่ผู้เฒ่าเย่าเอ่ยนั้นเป็นสำนักระดับสองรองจากสำนักเซ่อเสอ

"ทำไมเราต้องไปเจรจาด้วยในเมื่อพวกเราเปิดสงครามคงง่ายกว่า"

"ทำตามแผนของข้า ในเมื่อไม่มีอะไรแล้วการประชุมลับนี้ขอจบลง"เมื่อพูดจบควันสีดำการปกคลุมร่างของผู้เฒ่าเย่าก่อนที่ร่างผู้เฒ่าเย่าจะหายไป

ตำหนักหลิงอ๋อง

[ของแสดงความยินดีด้วยระดับของท่านอยู่ขั้นกายปฐพีขั้นห้าแล้ว ยินดีที่เลื่อนมาถึงขั้นกายปฐพีของรางวัลจะส่งไปหาโฮสต์ในไม่ช้า] หลังจากได้ยินข้อความของระบบฮุ่ยหลิงก็ลืมตาขึ้นพร้อมทั้งโคจรลมปราณทำให้รู้ว่าการโคจรพลังปราณสามารถทำง่ายขึ้นและที่ดีใจกว่านั้นคือ ระดับพลังก้าวเข้ามาถึงกายปฐพีแล้วจากการที่ระบบบอก อย่างมากที่สุดจะถึงขั้นกายปฐพีขั้นที่หนึ่งหลังจากกลืนเม็ดยาระดับพลังกับเกินคาดไปถึงขั้นห้ามันอาจเป็นเพราะวิชาร่างโอสถจึงทำให้การกลืนเม็ดยาประสิทธิภาพจึงสูงขึ้น

"ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ด้วยที่เลื่อนขั้นระบบจะเลื่อนขั้นเป็นขั้นสอง และจะมีความสามารถเพิ่มขึ้นหลังจากนี้การเป็นอ๋องลำดับหนึ่งได้ก้าวไปอีกขั้นสู้ๆ นะโฮสต์"พอเจ้าระบบพูดจบเสียงก็หายไปผมพยายามจะติดต่อระบบอีกครั้งก่อนจะพบว่าไม่สามารถติดต่อกันได้ระบบคงทำการเลื่อนระดับสักพักอยู่

"ดีหน่อยจะได้สบายหู"ฮุ่ยหลิงกล่าวภายในใจ

[1] ไทฮองไทเฮา:คือจักรพรรดินีของจักรพรรดิองค์ก่อนสองขั้นขึ้นไปเรียกง่ายๆ คือย่าของฮ่องเต้

บทที่2 ความวุ่นวายในท้องพระโรง

พอหลังจากที่ระบบเลื่อนขั้นแล้ววันนี้เป็นวันที่สองของการเลื่อนขั้น

"อะไรกันข้าไม่ได้ลงทะเบียนเลย ไหนของรางวัลข้าไหนของรางวัล!!"ฮุ่ยหลิงได้แต่ตะโกนในใจไอ้บ้าระบบแบบนี้ข้าก็เสียโอกาสไปเปล่าๆ สิ

ตอนนี้ฮุ่ยหลิงเดินออกมาสูบอากาศนอกตำหนักสาเหตุมาจากอยากได้ยินข่าวจากภายในราชสำนักยิ่งพวกนางกำนัลยิ่งได้ข่าวสารได้ดี

"เจ้าได้ยินหรือไม่ว่าวันนี้สำนักกวนไฉมายังต้าฮุ่ยของเรา"นางกำนัลคนนึงเอ่ยขึ้นมา

"แล้วเจ้ารู้หรือไม่ทำไมสำนักกวนไฉมายังต้าฮุ่ยของเรา ปกติแล้วสำนักต่างๆ จะไม่เข้าว่ายุ่งกับพวกเราไม่ใช่หรือ"

"ข้าได้ข่าวมาว่าเพราะต้าฮุ่ยเราตกต่ำจนทำให้แคว้นต่างๆ ร่วมมือกับสำนักทั้งหก เพื่อต่อต้านพวกเราสิ"

หลังจากที่ผมกำลังยื่นหูสืบเสาะข้อมูลอยู่นั่นกับมีเสียงใสของนางกำนัลคนสนิทฮุ่ยหลิงก็ดังขึ้นมา

พอนางกำนัลสองคนได้เห็นผมก็หยุดบทสนทนาลงทันทีพร้อมกับก้มหัวให้เขา ไรวะอุตส่าห์ว่าจะแอบฟังซักหน่อยยังไม่ถึงตอนเด็ดเลยอันฉีไม่น่ามาขัดจังหวะเลย ใช่แล้วนางกำนัลคนสนิทของเขาชื่ออันฉี

"เป็นอะไรของเจ้าอันฉีมาขัดจังหวะข้าได้"

"หลิงอ๋องหม่อมฉันได้ข่าวจากสายข่าวมาว่าการประชุมครั้งนี้ คนในราชวงศ์ทุกคนต้องประชุมอีกด้วยเพคะ!"

"ข้าด้วยใช่ไหม"ฮุ่ยหลิงพูดพร้อมชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง

"เพคะ!"อะไรวะนางกำนัลคนนี้ต้องพูดเสียงดังตลอด

"แล้วหม่อมฉันได้เห็นอีกว่ามีขันทีผิงกำลังถือราชโองการฝ่าบาทมาทางนี้อีกเพคะ!"

เวรแล้วต้องทำยังไงดีราชโองการให้ข้าเข้าราชสำนักเนี่ยนะจะบ้าหรอทำไมต้องมายุ่งกับอ๋องไร้ค่าแบบข้ากัน หลังจากอันฉีพูดจบได้ไม่นาน ขันทีมีอายุก็ก้าวเดินออกมาจากคนฝูงใหญ่พร้อมทั้งในมือยังถือราชโองการมาอีกด้วย

"รับราชโองการ"

สิ้นเสียงของขันทีแก่คนนั้นคนบริเวณนั้นก็คุกเข่าลงส่วนฮุ่ยหลิงหันซ้ายหันขวาหลังเห็นคนคุกเข่าลงฮุ่ยหลิงก็คุกเข่าตามน้ำไป

"เนื่องจากหนิงอ๋องเป็นคนภายในราชวงศ์ในวันนี้จะมีการประชุมสำคัญเกิดขึ้นฮ่องเต้จึงให้หลิงอ๋องเข้าวังจบราชโองการ"

"แล้วต้องไปตอนไหนนะ"

"ตอนนี้เลยพะพยะค่ะ"ขันทีชราพูดพร้อมก้มหัวมาให้ฮุ่ยหลิงเขากลัวเหลือเกินว่ากระดูกขันทีคนนี้จะหัก

"เชิญหลิงอ๋อง"ฮุ่ยหลิงได้เดินตามขันทีชราไปส่วนคนในบริเวณนั้นสลายตัวกันไปทันที ฮุ่ยหลิงได้เดินตามไปเลื่อนๆ ได้เห็นสถานที่ได้ไม่คุ้นตามากมายจนมาถึง

ราชสำนักต้าฮุ่ย

ตอนนี้ฮุ่ยหลิงได้เข้ามายังราชสำนักแล้วได้มาอยู่สถานที่ไม่คุ้นตาผู้คนไม่คุ้นตาที่สำคัญยังเห็นฮ่องเต้หมิ่นอีกด้วย ฮ่องเต้หมิ่นนี้ไม่ใช่พ่อของฮุ่ยหลิงเพราะพ่อของเขาสละราชสมบัติให้กับน้องชายของตัวเองเพื่อไปบำเพ็ญเซียน เสด็จพ่อของฮุ่ยหลิงนั้นไปเป็นไท่ซ่างหวง กลับมาที่ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันมีพระโอรสพระธิดาอยู่หลายคนส่วนคนที่โดดเด่นคงไม่พ้นฮุ่ยเจียงพระโอรสคนโตของฮ่องเต้เพราะมีข่าวคราวมาว่าฮุ่ยเจียงนั้นก้าวมาถึงขั้นวิญญาณสมุทรขั้นสามแล้วถือว่ามีระดับพลังที่สูงมากเลยที่เดียว

กลับมาที่ฮุ่ยหลิง ที่นั่งฮุ่ยหลิงกำลังนั่งอยู่นั้นเป็นที่สำหรับบรรดาอ๋องต่างๆ ทำให้ฮุ่ยหลิงเจอกับอ๋องคนอื่นๆ เช่นหวังชินอ๋อง กับจ๋างจวิ้นอ๋อง ถึงแม้คนทั้งสองจะมีตำแหน่งอ๋องเหมือนกันแต่ฮุ่ยหลิงกับเป็นตำแหน่งที่อ่อนกว่า ถึงอย่างไรอ๋องก็มีการแบ่งระดับชั้น ซึ่งฮุ่ยหลิงถือว่าเป็นอ๋องระดับทั่วไปสูงกว่าอ๋องก็คือจวิ้นอ๋องถัดไปก็คือชินอ๋อง

หลังจากนั่งรอซักพักกับมีกลุ่มคนเดินเข้ามาถ้าให้เขาเดาคนเหล่าน่าจะเป็นกลุ่มคนจากสำนักกวนไฉพร้อมทั้งมีชายวัยกลางคนไว้หนวดเคราก้าวมาพร้อมเอ่ยบางอย่าง

"ฝ่าบาทสำนักกวนไฉขอเสนอตระกูลเลี่ยง เลี่ยงกังให้เป็นแม่ทัพฝ่ายซ้ายเนื่องจากผลงานอันโดดเด่นของเลี่ยงกังในการตีทัพกับจักรวรรดิซีฮั่นทำให้ได้ชัยชนะมาโปรดฝ่าบาทแต่งตั้งเลี่ยงกังเป็นแม่ทัพฝ่ายซ้ายด้วย"

"ถ้าข้าไม่อนุญาตล่ะ"

"ฝ่าบาทไม่ยินยอม"ชายไว้หนวดผู้นั้นเอ่ยออกมาพร้อมปล่อยแรงกดดันออกมาจนทำให้ผู้คนรู้ว่าคนผู้นี้อยู่ในขั้นวิญญาณฟ้าระดับกลาง

"ถึงแม้เลี่ยงกังจะทำผลงานไว้มากมายแต่ก็ยังไม่พอให้รับตำแหน่งแม่ทัพฝ่ายซ้ายเพราะแม่ทัพฝ่ายซ้ายนี้มีทหารในมือหลายล้านนาย ข้าเกรงว่าเลี่ยงกังจะยังมีประสบการณ์ไม่พอจะควบคุมคนขนาดนี้"ฮ่องเต้หมิ่นพูดพร้อมสีหน้าที่นิ่งเงียบ

"แต่กระหม่อมเห็นด้วยกับผู้อาวุโสสำนักกวนไฉพะยะค่ะ"ข้าราชการบริวารขุนนางเฒ่าหลายคนพูดออกมาพร้อมกับสนับสนุนสำนักกวนไฉ

"ในท้องพระโรงแห่งนี้คงมีแต่คนที่ถูกแคว้นทั้งแปดซื้อตัวไว้แล้ว"ฮุ่ยหลิงเอ่ยออกมาเบาๆ หลังเห็นละครการทรยศครั้งใหญ่ในท้องพระโรง

"ในเมื่อขุนนางหลายคนเห็นเป็นเสียงเดียวกันข้าคงไม่อาจห้ามพวกเจ้าได้"ฮ่องเต้หมิ่นพูดออกมาพร้อมใบหน้าที่เหมือนจะแก่ขึ้นหลายปีเลย

"กระหม่อมได้เตรียมราชโองการไว้แล้วเพียงแค่ฝ่าบาทลงตรามังกรลงไปเท่านั้น"เจ้ากรมขุนนางเอ่ยออกมาพร้อมทั้งยื่นราชโองการหาองค์ฮ่องเต้

"คนพวกนี้คนวางแผนอย่างดีมาแล้วสินะ"ฮุ่ยหลิงเอ่ยภายในใจก่อนที่จะมองไปรอบๆ ท้องพระโรงสีหน้าของคนอื่นๆ นิ่งเงียบมีเพียงแค่ฮุ่ยเจียงกับหวังชินอ๋องเท่านั้นที่เหมือนยังภักดีอยู่บางส่วน คนอื่นๆ กับเงียบเฉยเหมือนจะรู้ถึงเหตุการณ์นี้อยู่แล้ว

"เสด็จพ่อห้ามประทับตรานะขอรับ"ฮุ่ยเจียงเอ่ยออกมาหลังเห็นเสด็จพ่อของตนถูกกดดันให้ประทับตรามังกร เพราะถ้าฮ่องเต้ประทับตราให้เลี่ยงกังเท่ากับว่าเสียกำลังทหารไปหลายสิบล้านคนให้ฝั่งแคว้นทั้งแปดเพราะเลี่ยงกังเกิดมาจากแคว้นโจวแล้วยังเป็นศิษย์เอกของสำนักกวนไฉอีกด้วย

"พวกกบฏทำลายบ้านเมือง"หวังชินอ๋องลุกขึ้นกล่าวต่อว่าขุนนางทั้งหลาย

"เป็นคนของต้าฮุ่ยแต่กับสุมหัวกับแคว้นทั้งแปดทรยศบ้านเมืองพวกเจ้าไม่เหมาะสมกับการเป็นขุนนางอันทรงเกียรติเลยสักนิด"กินใจจริงๆ หลังฮุ่ยหลิงได้คำพูดของฮุ่ยเจียง

"เก็บปากไว้ก่อนเถอะองค์ชายฮุ่ยเจียงกับหวังชิงอ๋อง"ชายไว้หนวดจากสำนักกวนไฉเอ่ยขึ้นมาหลังได้ยินคำกล่าวของฮุ่ยเจียง

"ข้าไม่หยุดพวกเจ้าบังคับเสด็จพ่อขอข้าให้ยกตำแหน่งแม่ทัพฝ่ายซ้ายให้พวกเจ้า"

"ถ้าองค์ชายไม่หยุดพูดอย่าหาว่าหม่อมฉันไม่เตือน"คนจากสำนักกวนไฉเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งมีประกายไฟอยู่ที่มือ

"ต่อหน้าข้า เจ้ายังคิดจะฆ่าคนต่อหน้าพระพักตร์เลยรึ"ฮ่องเต้หมิ่นกล่าวตะโกนออกมาพร้อมปล่อยแรงกดดันออกมา

"ขออภัยฝ่าบาทฝ่ามืออสรพิษริ้วเงินที่ข้าฝึกฝนนี้ข้ายังไม่สามารถควบคุมมันได้ดี"คนจากสำนักกวนไฉยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์พร้อมทั้งปล่อยฝ่ามือไปท่าฮุ่ยเจียงแต่ยังไม่ทันถึงตัวฮุ่ยเจียงกับมีปราณกระบี่สายหนึ่งลอยมาสกัดฝ่ามือของชายวัยกลางคนผู้นั้นคือหวังชินอ๋องนั่นเอง

"เจ้าคิดจะฆ่าองค์ชายในท้องพระโรงจริงๆ หรือ"

"ข้าบอกท่านไว้แล้วว่าวิชาอสรพิษริ้วเงินของข้าควบคุมยาก"เมื่อพูดจบคนผู้นั้นก็ซัดฝ่ามือไปทางหวังชินอ๋องถึงแม้หวังชินอ๋องจะพยายามใช้ปราณกระบี่ของตัวเองต่อต้านก็ไม่สามารถต้านทานได้เพราะความแตกต่างของระดับพลังหวังชินอ๋องเป็นเพียงวิญญาณฟ้าขั้นหนึ่งไม่สามารถเทียบขั้นฝั่งสำนักกวนไฉที่เป็นวิญญาณฟ้าขั้นหก

"อ่อค!!"หวังชินอ๋องกระอักเลือดออกมาหลังจากโดนฝ่ามืออสรพิษริ้วเงินของชายคนนั้นเข้า

"เจ้า เจ้ากล้าทำร้ายท่านอาข้าจะฆ่าเจ้า"องค์ชายฮุ่ยเจียงร้องออกมาหลังเห็นหวังชินอ๋องถูกซัดฝ่ามือเพื่อปกป้องตน

"อย่าเจ้าสู้มันไม่ได้หรอ"หวังชินอ๋องตะโกนร้องออกมาหลังเห็นฮุ่ยเจียงวิ่งเข้าไปทางคนจากสำนักกวนไฉ

"องค์ชายเจียงชั่งใจกล้าเหลือเกิน"เมื่อพูดจบคนผู้นั้นก็ซัดฝ่ามือไปทางฮุ่ยเจียง ส่วนฮุ่ยเจียงพยายามป้องกันฝ่ามือนั้นสุดท้ายก็ป้องกันไม่ได้ถูกซัดไปอย่างเต็มแรงจนทำให้ร่างกายกระเด็นไปติดกำแพงพร้อมทั้งกระอักเลือดออกมา

"เจ้ากล้าทำร้ายคนของข้าต่อหน้าข้า"ฮ่องเต้หมิ่นพูดพร้อมทั้งกระอักเลือดออกมาด้วยความโกรธถึงจะอยากแก้แค้นแทนบุตรชายแล้วน้องชายมากขนาดไหนก็ไม่สามารถทำได้เพราะคนของตัวเองแปรพักตร์ไปอยู่ฝ่ายตรงข้างกันเกือบหมดแล้ว

"ฝ่าบาทรีบประทับตราต่อเถอะพะยะค่ะ"ตอนนี้ราชโองการมาถึงหน้าพระพักตร์องค์ฮ่องเต้แล้ว

"พวกสวะเจ้ากล้าบีบคั้นฮ่องเต้มาถึงขนาดนี้"ฮุ่ยหลิงพูดพร้อมมองเหตุการณ์ทั้งหลาย พอฮุ่ยหลิงรู้ตัวก็อยากจะตบปากตัวเองเลยจริงๆ

"หืม ไม่คิดเลยว่าต้าฮุ่ยนี้จะมีเกอที่งดงามขนาดนี้"

"ท่านคงเป็นหลิงอ๋องสินะ นึกไม่ถึงเลยว่าที่ใต้หล้าบอกว่าหลิงอ๋องงดงามกิริยาท่าทางอ่อนหวานจะมาอยู่ตรงหน้าข้า แต่ข้าคิดว่าที่ใต้หล้าพูดนั้นจะเป็นเรื่องโกหกเพราะที่ข้าเห็นคือไม่ใช่แค่เพียงใต้หล้าต่อให้เป็นสวรรค์ชั้นฟ้านี้คงหาคนเทียบเคียงความงามของหลิงอ๋องมิได้"บุรุษจากสำนักกวนไฉเอ่ยออกมาพร้อมทั้งสายตาที่มีความกระหาย ฮุ่ยหลิงพึ่งรู้ว่าบุรุษผู้นี้เป็นถึงบุตรชายของเจ้าสำนักและเป็นหลานผู้อาวุโสใหญ่ของสำนักกวนไฉเลย

"ข้าว่าท่านไม่ควรอยู่ที่จักรวรรดิต้าฮุ่ยนี้หรอกท่านควรกลับสำนักกวนไฉไปกับข้า ข้าจะแต่งท่านเป็นฮูหยินของข้า"ว่าจบบุรุษผู้นั้นก็ก้าวเดินมาหาฮุ่ยหลิง ฮุ่ยหลิงได้แต่ผวาในใจใครจะคิดว่าตัวเองจะโดนบุรุษโรคจิตมาตอแยได้

ฮุ่ยหลิงพยายามก้าวถอยหลังแต่แล้วกับมีพลังงานบางอย่างฉุดรั้งร่างเอาไว้จนไม่สามารถขยับไปไหนได้จนบุรุษผู้นั้นก้าวมาตรงหน้าของตนก่อนใช่ฝ่ามืออันหยาบกร้านนั้นมาลูบใบหน้าที่เรียบเนียนของตน แต่ก่อนที่ฝ่ามือนั้นจะมาลูบอีกครั้งกับมีเสียงดังออกมาจากหน้าท้องพระโรง

"บังอาจ!!!"เสียงหญิงอาวุโสดังขึ้นแสดงถึงความมีอำนาจความกดดันที่หญิงชราผู้นั้นออกมา แสดงถึงว่าหญิงชราผู้นี้อยู่ขั้นวิญญาณนภาขั้นแปดระดับพลังนี้ถือว่าสูงมากเพราะระดับสูงสุดของคนในทวีปจินเยว่คือขั้นวิญญาณนภาขั้นเก้าเท่านั้น

เมื่อคนจากสำนักกวนไฉได้เห็นถึงขั้นพลังของหญิงชราก็เบิกตาขึ้นด้วยความตกตะลึง

"ไม่คิดว่าข่าวลือจะไปเรื่องจริงไทฮองไทเฮาแห่งต้าฮุ่ยจะมาถึงขั้นวิญญาณนภาขั้นแปด"ชายวัยกลางคนที่ซัดพลังใส่ฮุ่ยเจียงและหวังชินอ๋องเอ่ยขึ้นมาอย่างตกใจ

"ข้าไม่คิดเลยว่าสำนักอันต่ำต้อยอย่างสำนักกวนไฉจะกล้าทำร้ายคนในราชวงศ์ของข้าที่สำคัญยังคิดที่จะทำให้หลิงเอ๋อร์ของข้าต้องเปื้อนมือชั่วนั้นอีกด้วย"เมื่อไทฮองไทเฮาพูดถึงประโยคที่กล่าวถึงฮุ่ยหลิงแรงกดดันที่ปล่อยออกมากับทวิความรุนแรงขึ้นเป็นเท่าตัว จนทำให้คนของสำนักกวนไฉควบคุมตัวเองไม่อยู่ล้มลงคุกเข่าพร้อมกระอักเลือดออกมาโดยเฉพาะบุรุษที่คิดจะเอาฮุ่ยหลิงเป็นฮูหยินที่กรีดร้องออกมาอย่างโหยหวน

"หลิงเอ๋อร์มาหาทวดมา"องค์ไทฮองไทเฮาโบกมือเรียกฮุ่ยหลิงก่อนจะใช้พลังปราณหอบหุ้มร่างให้ลอยมาที่ตน

"คารวะเสด็จทวด"ฮุ่ยหลิงยกมือขึ้นมาคารวะเสด็จทวดของตัวเองไม่คิดเลยว่าทวดจะมีพลังขนาดนี้

"ไว้เราคอยคุยกันทวดขอจัดการกับพวกเดนขยะพวกนี้ก่อน"ว่าจบเสด็จทวดก็ใช้พลังปราณทำให้เกิดหมอกควันสีทองคอบคุมทั่วทั้งท้องพระโรง ก่อนจะมีเสียงโหยหวนดังขึ้นมา หลังจากที่หมอกปกคลุมร่างของร่างของพวกเขาแล้วก็เหมือนถูกความร้อนแผดเผาเสมือนเข็มนัดพันเจาะทะลุร่างของตน หลังจากนั้นหมอกสีทองก็หอบร่างของพวกเขาลอยไปนอกท้องพระโรง พอเห็นแบบนั้นแล้วขุนนางทรยศบางคนก็เริ่มสั่นด้วยความหวาดกลัว

"วิชาหมอกทองคำ"มีใครบางคนเอ่ยขึ้นมา

"ไม่คิดเลยว่าองค์ไทฮองไทเฮาจะใช่วิชานี้ว่ากันว่าวิชานี้เป็นของเทพเซียนไม่คิดเลยว่าองค์ไทฮองไทเฮาจะฝึกวิชานี้ได้สำเร็จ ที่สำคัญแค่ใช้พลังปราณจนทำให้เกิดหมอกคงฝึกถึงขั้นสูงของวิชาหมอกทองคำแล้วสิ"ขุนนางอาวุโสคนนึงเอ่ยขั้นอย่างตกใจ

"คารวะเสด็จย่า"ฮ่องเต้หมิ่นเอ่ยคารวะไทฮองไทเฮาหลังจะตื่นตกใจไม่คิดเลยว่าเสด็จย่าจะมาเพราะปกติแล้วไทฮองไทเฮาจะไม่เสด็จออกไปไหนนอกนอกจากบริเวณตำหนักของตัวเองแล้ววัดก่านเยว่

"หลานขออภัยกับความไม่เอาไหนของหลานที่เกือบทำให้อำนาจทหารตกไปอยู่ยังฝ่ายแคว้นทั้งแปด"ฮ่องเต้หมิ่นพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้า

"เจ้าไม่ผิดหรอกคนที่ผิดที่สุดคือพวกทรยศพวกนี้แหละ"เมื่อองค์ไทฮองไทเฮาเอ่ยออกมาพวกขุนนางทรยศก็ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวพร้อมทั้งคุกเข่าลง

"ขะ ข้าถูกบังคับองค์ไทฮองไทเฮาข้าถูกบังคับ"เมื่อได้ยินแบบนั้นกับมีขุนนางขั้นหนึ่งคุกเข่าคลานขอร้องอย่างน่าสมเพช

"เศษสวะอย่างพวกเจ้าไม่คู่ควรอยู่ภายใต้ต้าฮุ่ยของข้า"กล่าวจบหมอกสีทองก็ปกคลุมพวกทรยศทั้งหลายไปก่อนที่ทั้งหมดจะสิ้นลมหายใจร่างกายแต่ละคนเหลืออยู่แต่โครงกระดูกเพราะถูกหมอกกัดเลาะเนื้อหนังไปหมดแล้วเมื่อพวกทรยศตายหมอกควันก็หอบโครงกระดูกนี้ลอยออกไป

"เมื่อหมดธุระแล้ว ข้าขอตัวกลับก่อนหลิงเอ๋อร์ตามทวดมาข้าไม่ได้เจอเจ้านานคงมีเรื่องคุยอีกเยอะ"องค์ไทฮองไทเฮาพูดขึ้นพร้อมใช้พลังปราณสีทองปกคลุมร่างของตัวเองและฮุ่ยหลิงก่อนร่างทั้งสองจะหายลับตาไป

"ขอองค์ไทฮองไทเฮาทรงมีอายุยืนหมื่นปี หมื่น หมื่นปี"หลังจากร่างของไทฮองไทเฮาลับตาไปคนในท้องพระโรงทั้งหลายคุกเข่าอวยพรอยู่อย่างนั้น

[1] ไท่ซ่างหวง:ฮ่องเต้ที่สละราชสมบัติแล้วยังมีชีวิตอยู่

[2] ชินอ๋อง:ผู้ที่ได้รับตำแหน่งนี้มักจะเป็นเชื้อพระวงศ์ชายลำดับที่ 1

[1] จวิ้นอ๋อง:ผู้ที่ได้รับตำแหน่งนี้มักจะเป็นเชื้อพระวงศ์ชายลำดับที่ 2

บทที่3 สมรสพระราชทาน

"หลิงเอ๋อร์มันใกล้ครบกำหนดที่เจ้าจะอายุสิบเจ็ดปีแล้วถ้าเจ้าไม่สามารถเลื่อนขั้นเป็นขั้นกายฟ้าขั้นต้นได้เจ้าจะต้องถูกปลดเป็นสามัญชน แต่เจ้าไม่ต้องห่วงข้าได้ให้ผู้อาวุโสใหญ่ช่วยปรุงยาฟ้าครามให้เจ้าแล้ว มันจะช่วยให้เจ้าสามารถทำให้เลื่อนขั้นเป็นกายฟ้าง่ายขึ้น"ถึงจะได้ยินที่องค์ไทฮองไทเฮาพูดแต่ฮุ่ยหลิงยังเบิกตาโตกับเหตุการณ์เมื่อซักครู่พึ่งเคยเห็นการเคลื่อนที่เช่นนี้ ว่ากันว่าผู้ฝึกระดับวิญญาณนภาสามารถสัมผัสถึงขอบของพลังมิติแล้วพลังที่ไทฮองไทเฮาทำให้หมอกปกคลุมฮุ่ยหลิงพร้อมย้ายร่างฮุ่ยหลิงมาทันที

"ขอบพระทัยเสด็จทวดข้าจะพยายามเต็มที่เพื่อให้ถึงขั้นกายฟ้าให้ได้ขอรับ"คงเป็นเรื่องยากที่จะ ปฏิเสธของที่ท่านทวดให้ฮุ่ยหลิงจึงยอมจำนนรับไว้อย่างช่วยไม่ได้

"แต่ถึงอย่างนั้นถ้าเจ้าไม่สามารถเข้าไปถึงกายฟ้าแต่ข้าก็มีทางออกอีกทางนึงข้าจะให้ฝ่าบาทประทานราชโองการสมรสพระราชทานกับเจ้าถึงเจ้าจะถูกปลดเป็นสามัญชนแต่ถ้าเจ้าได้ตบแต่งกับฮ่องเต้จักรวรรดิเฟยหลิงเจ้าจะได้บรรดาศักดิ์กลับมา เจ้าจะไม่เป็นอ๋องอีกต่อไปเจ้าจะได้เป็นพระสนมหรือฮองเฮาก็ได้"

"หลิงเอ๋อร์เข้าใจขอรับท่านทวด"ถึงจะตกใจอยู่บ้างแต่ก็คนเลี่ยงไม่ได้เพราะฮุ่ยหลิงรู้เรื่องนี้มาบ้างจากท่านแม่แล้ว

"จากสายข่าวของข้ามีเรื่องฮ่องเต้จักรวรรดิเฟยหลิงมาบ้างแล้วถ้าเจ้าไปจากต้าฮุ่ยของเราเจ้าจะได้ไม่ลำบาก"ท่านทวดถอนหายใจมาอย่างโศกเศร้า"ในสามจักรวรรดิ จักรวรรดิเฟยหลิงนั้นมีอำนาจสูงสุดว่ากันว่าจักรวรรดิมีผู้ฝึกตนขั้นวิญญาณนภาขั้นสูงอยู่ห้าคนส่วนจักรวรรดิเรามีอยู่แค่สองคนเท่านั้น ฮ่องเต้แห่งเฟยหลิงว่ากันว่ามีรูปร่างหน้าตาเหมือนเทพเซียนบนสวรรค์แต่ถึงอย่างนั้นกับไม่มีพระสนมเลยสักคนส่วนอุปนิสัยของฮ่องเต้นั้นค่อนข้างเย็นชาเงียบครึ้มหยิ่งผยอง"พอมาถึงประโยคหลังท่านทวดลังเลก่อนที่จะเอ่ยปากพูดออกมาอย่างหนักใจ

อุปนิสัยเย็นชาหยิ่งผยองนี้มันเหมาะสมกับการเป็นเชื้อพระวงศ์จริงๆ

เหมือนไทฮองไทเฮาเห็นสีหน้าที่ขรึ้มขึ้นก็เอ่ยวาจา ปลอบโยนเหลนรักของตอนเองหลังจากนั้นทวดเหลนก็คุยกันเป็นเวลานาน

พอหลังจากคุยกันเสร็จท่านทวดก็เดินมาส่งที่หน้าตำหนักก่อนจะโบกมือลาเหลนรักของตนเมื่อฮุ่ยหลิงก้าวออกจากตำหนักท่านทวดแล้ว ก็ทวายคำนับก่อนจะทอดน่องเดินออกไป แต่แล้ววินาทีนั้นกับมีเสียงที่ฮุ่ยหลิงไม่ได้ยินสองวันโผล่มา

[การเป็นอ๋องลำดับหนึ่งนอกจากมีพลังอำนาจแล้วนอกจากนั้นยังต้องมีสามีที่โดดเด่นอย่างถึงที่สุดอีกด้วย]

ไอ้บ้าระบบเอ้ยหายไปตั้งนานกลับมาอีกทีจู่ๆ เอ่ยถึงว่าที่สามีข้า แล้วการเป็นอ๋องลำดับหนึ่งเกี่ยวอะไรกับการมีสามีด้วยวะ

"แล้วเจ้าหายไปไหนตั้งนานแล้วการลงทะเบียนขอข้าเล่ามันหายไปตั้งสองวันเลยนะ"หายไปทั้งสองวันเท่ากับว่าฮุ่ยหลิงเสียโอกาศได้รับของสองครั้งสองครั้งเลยนะ!!!!!

"ไม่ต้องห่วงๆ การลงทะเบียนโฮสต์สามารถทบกันได้เท่ากับว่าวันนี้โฮสต์ลงทะเบียนได้สามครั้งดีจริงๆ สุ่มครั้งนี้โฮสต์อาจจะได้ของดีทำให้เป็นท่านอ๋องขั้นได้แล้วยังจะได้สามีที่โดดเด่นอีกด้วย"เหมือนหลังจากการเลื่อนขั้นของระบบในครั้งนี้จะทำให้ระบบพูดเก่งขึ้นด้วย

ระบบบัดซบ แต่ทำไมมัวแต่พูดถึงสามีอะไรนั่นหนักหนาด้วยวะ

"งั้นข้าขอสุ่มเลยแล้วกัน"ว่าจบสายของผมก็กวาดสายตาจ้องมองวงล้ออย่างลุ้นหวังว่ารอบนี้คงจะได้ของดีทีเถอะสาธุ

[ขอแสดงความยินดีด้วย!คุณสุ่มได้หมวดหมู่ทั่วไปหนังสือธรรมเนียมมารยาท]

"…….."ไอ้ระบบเฮงซวยแกคิดว่าคนอย่างฮุ่ยหลิงไม่มีมารยาทหรือไง

"งั้นข้าของสุ่มอีกครั้ง"ฮุ่ยหลิงถอนหายใจสงบอารมณ์จากสุ่มครั้งแรกนี้มันหนังสือไร้สาระเกลือสุดๆ

[ขอแสดงความยินดีด้วย!คุณได้หมวดอาวุธมีดทำครัว]

"นี่มันอะไรกันวะเนี่ยทำไมมีแต่ของกากๆ แบบนี้ไหนบอกว่าให้เขาเป็นอ๋องลำดับหนึ่งไงของแบบนี้จะทำให้เป็นลำดับหนึ่งได้ไง"ฮุ่ยกำหมัดขึ้นอย่างใส่อารมณ์

[โฮสต์อย่าพึ่งโกรธการสุ่มต้องมีดีแล้วไม่ดีเป็นปกติอยู่แล้วโฮสต์ยังมีโอกาศอีกหนึ่งครั้งอาจจะได้ของดีก็ได้นะ]

"ได้งั้นข้าขอสุ่มรอบสุดท้ายของวันนี้"เมื่อพูดจบวงล้อก็หมุนอีกคนสายตาของฮุ่ยหลิงจ้องมองอย่างลุ้นระทึกพร้อมตะโกนออกมาเบา

" ความสามารถศักดิ์สิทธิ์ ความสามารถศักดิ์สิทธิ์ ความสามารถศักดิ์สิทธิ์"ฮุ่ยหลิงตะโกนเบาๆ ภายในใจก่อนที่วงล้อจะเลื่อนผ่านมาอยู่ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ความสามารถศักดิ์สิทธิ์

"ฮาๆๆๆ!ความสามารถศักดิ์สิทธิ์อะไรกันแค่ได้ยินชื่อก็รู้สึกได้ว่ามันโครตจะโกง"ฮุ่ยหลิงเท้าเอวหัวเราะออกมาใครจะไปคิดว่าเขาจะสุ่มได้ความสามารถศักดิ์สิทธิ์กัน

[ขอแสดงความยินดีด้วย!คุณสุ่มได้ความความสามารถศักดิ์สิทธิ์คัมภีร์เซียนจันทรา]

"คัมภีร์เซียนจันทรา"

ฮุ่ยหลิงประหลาดใจ

เพราะคัมภีร์เซียนจันทรานี้ถือว่าเป็นหนึ่งในสามคัมภีร์แห่งใต้หล้าว่ากันว่าเป็นคัมภีร์ที่เทพเซียนทิ้งมายังโลกมนุษย์เป็นคัมภีร์ที่เหมาะกันหญิงสาวแล้วเกอถือว่าเป็นสิ่งของที่ใต้หล้าโหยหา

เมื่อฝึกฝนเคล็ดวิชาเซียนจันทราแล้วเมื่อดูดซับลมปราณภายใต้แสงจันทร์จะทำให้ดูดซับง่ายขึ้นที่สำคัญยังสามารถเปลี่ยนกระดูกเปลี่ยนเส้นเอ็นเปลี่ยนกายเนื้อและเปลี่ยนจิตวิญญาณให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

ทันใดนั้นภาพความทรงจำการฝึกพลังการเข้าใจในคัมภีร์เซียนจันทราก็ไหลผ่านเข้ามาในหัวของฮุ่ยหลิง

[ระบบขั้นสองนี้เพิ่มความสามารถมาหนึ่งอย่างโฮสต์ไม่จำเป็นต้องอ่านตำราให้เข้าใจเพราะระบบจะถ่ายทอดความรู้ทุกอย่างเข้าไปในความทรงจำของร่างโฮสต์เอง] ดีจริงๆ ไม่เสียแรงที่รอระบบเลื่อนขั้นตั้งสองวัน

ภายใต้ดวงจันทร์อันมืดสนิทดวงดาวส่องระยิบระยับแสงจันทร์ได้สาดส่องลงมาทำให้เห็นร่างเงาของคนผู้หนึ่งแค่ร่างเงาก็สามารถบ่งบอกมาร่างนี้มีความงดงามมากเพียงใด

"ข้ารอตั้งนานกว่ากลางคืนจะมาถึง ทนรอไม่ไหวแล้วสิจะได้ฝึกเคล็ดวิชาเซียนจันทรา"ว่าจบฮุ่ยหลิงก็ล้มตัวนั่งบน โขดหินภายใต้แสงจันทร์ในเวลาเดียวกันลมปราณบริเวณรอบข้างหลายร้อยลี้ก็มารวมตัวกันเข้าไปในร่างของฮุ่ยหลิงเสียงกายเนื้อกระดูกดังขึ้นเพิ่มทั้งระบบพลังยังสูงขึ้นอีกด้วย

จักรวรรดิเฟยหลิง

"จักรวรรดิต้าฮุ่ยส่งใครมาเป็นฮองเฮาของข้ากัน"บุรุษที่นั่งบังลังก์เอ่ยออกขึ้นมาพร้อมทั้งในมือยังถือจดหมายเล่มหนึ่งอยู่

บุรุษผู้นี้คือฮ่องเต้เทียนหลงแห่งจักรวรรดิเฟยหลิงรูปร่างหน้าตาเหมือนฟ้าประทานรูปร่างสูงใหญ่ องอาจ ใบหน้าคมสันหล่อเหลาส่วนอุปนิสัยเย็นชา หยิ่งผยอง เข้าถึงได้ยาก ขุนนางหลายคนในจักรวรรดิเฟยหลิงอยากได้อำนาจพยายามส่งตัวบุตรสาวของตัวเองเพื่อไปเป็นสนมขององค์ฮ่องเต้แต่ก็ไม่เป็นผล

"รูปร่างหน้าตาอุปนิสัยของหลิงอ๋องไม่มีตรงไหนบ่งพร่อง มารยาทกิริยาดีรูปร่างหน้าตาข้าว่าใต้หล้าเหนือสวรรค์นี้ไม่มีใครเทียบหลิงอ๋องได้เลยสักคนถึงแม้ระดับพลังจะอยู่แค่ขั้นกายมนุษย์ขั้นสาม"

ฮ่องเต้เทียนหลงยิ้มออกมาด้วยท่าดีพึงพอใจรอยยิ้มแสดงถึงความโหยหา

"อีกไม่กี่เดือนเท่านั้นที่ข้าจะได้พบหลิงเอ๋อร์ของข้า"ฮ่องเต้เฟยเทียนยิ้มออก แต่แล้วกับหุบยิ้มลงแล้วโยนราชโองการให้คนสนิทด้านหน้า

"แล้วเรื่องที่ข้าให้เจ้าจัดการละถึงไหนแล้ว"ฮ่องเต้เทียนหลงเอ่ยออกมาอย่างเย็นชา

"หม่อมฉันจัดการตามแผนเรียบร้อยแล้วขอรับข้าว่าอีกไม่นาน สิ่งนั้นคงสำเร็จพะยะค่ะ"

"ดีงั้นเจ้าจงรีบไปจัดการเรื่องให้เรียบร้อย"

"พะยะค่ะ"เมื่อกล่าวจบร่างบุรุษผู้นั้นก็มีเลือดปกคลุมร่างกายพร้อมทั้งร่างหายลับตาไป

"หลิงเอ๋อร์ข้าอยากเห็นหน้าเจ้าเหลือเกิน"

สำนักกวนไฉ

"ช่างกล้าเหลือเกินที่กล้าสังหารคนของสำนักกวนไฉ"เจ้าสำนักไฉทุบโต๊ะเสียงดังลั่นพลังปราณสีแดงปกคลุมรอบห้องโถง

"ท่านพ่อท่านต้องแก้แค้นให้ข้านะข้าเกือบโดนไทฮองไทเฮานั่นฆ่าตายหลังจากที่ท่านแก้แค้นท่านต้องจับหลิงอ๋องมาให้ข้านะขอรับข้าจะจับมันมาเป็นของของข้า"ไฉมิ่งเอ่ยขึ้นคนผู้นี้คือคนที่พูดว่าจะให้ฮุ่ยหลิงเป็นฮูหยินนั่นเอง ที่สำคัญยังเป็นหลานของผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักกวนไฉแล้วยังเป็นบุตรชายของเจ้าสำนักอีกด้วย ส่วนสาเหตุที่ไฉมิ่งรอดนั้นก็เพราะสมบัติวิญญาณที่ปู่ของมันเอาไว้ให้

"ไทฮองไทเฮาแห่งต้าฮุ่ย ไม่คิดเลยว่ายายแก่นั้นอายุเกือบสามร้อยปีแล้วพลังบ่มเพาะจะไปลดลงเลยแต่กับเพิ่มขึ้นอีกด้วย"เจ้าสำนักไฉหน้าตาเคร่งเครียด

"ในเมื่อแผนเจรจาไม่สำเร็จข้าคงต้องไปบอกผู้เฒ่าเย่าแล้วล่ะ"จู่ๆ ชายชราแก่ก้าวออกมาจากความว่าเปล่า

"คารวะผู้อาวุโสสูงสุด"

"เราคงต้องจัดการสำนักจักรวรรดิต้าฮุ่ยโดยเร็วข้าได้ยินมาว่าไทฮองไทเฮาพยายามจับคู่หลิงอ๋องกับฮ่องเต้เทียนหลงแห่งจักรวรรดิเฟยหลิงถ้าการสมรสเชื่อมความสัมพันธ์นี่เสร็จ คงเป็นเรื่องยากที่แคว้นทั้งแปดแล้วสำนักทั้งหกจะเอาชนะได้"ผู้อาวุโสพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา

"จะให้การสมรสนี้สำเร็จไม่ได้ข้าต้องรีบไปแจ้งแก่ผู้เฒ่าเย่า"ผู้อาวุโสสูงสุดแห่งสำนักกวนไฉผู้พร้อมกับหายจากความว่างเปล่าอีกครั้ง

กลับมาที่ฮุ่ยหลิงหลังการอาบแสงจันทร์บ่มเพาะคัมภีร์เซียนจันทราแล้วฮุ่ยหลิงก็ได้ลืมตาขึ้นเปิดทั้งอาการตื่นตกใจ

"นะ นี่"

ฮุ่ยจ้องมองไปที่มือของตัวเองพร้อมทั้งสำรวจร่างการของตนทำให้รู้ว่าพลังและร่างกายเปลี่ยนไปสีผิวที่ขาวผ่องของฮุ่ยหลิงเปล่งประกายเนียนขึ้นกว่าเดิมในตำนานลือกันว่าผู้ใดบ่มเพาะเคล็ดวิชานี้จะสามารถคงความเยาว์วัยแล้วร่างกายที่งดงาม

"ไม่คิดเลยว่าข้าจะข้ามขั้นพลังจนมาถึงกายฟ้าโดยง่าย"ฮุ่ยหลิงพึมพำกับตนเอง

โดยปกติแล้วคนปกติจากขั้นกายมนุษย์จนมาถึงขั้นกายฟ้าจะต้องใช้เวลานัดสิบปีแต่มันใช้ไม่ได้กับฮุ่ยหลิงเพราะเพียงสี่วันฮุ่ยหลิงก็ตัดผ่านขั้นจากกายมนุษย์ขั้นสามมาถึงกายฟ้าขั้นหนึ่งโดยง่าย

"สมแล้วสมกับเป็นหนึ่งในสามของสุดยอดคัมภีร์ในใต้หล้าสามารถตัดผ่านขั้นพลังโดยง่าย"ฮุ่ยหลิงเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยความสุขสาเหตุที่ฮุ่ยหลิงสามารถบ่มเพาะพลังโดยง่ายเพราะระบบที่ทำให้ฮุ่ยหลิงฝึกวิชาเซียนจันทราโดยเร็วเพราะระบบทำให้ฮุ่ยหลิงเข้าใจและมีประสบการณ์โดยทันที

วันเวลาผ่านไปอีกสามวันฮุ่ยหลิงได้บ่มเพาะเคล็ดวิชาเซียนจันทรามาแล้วสามวันนี้ทำให้ฮุ่ยหลิงมาถึงขั้นกายฟ้าขั้นสามแล้ว

ภายในสามวันนี้ฮุ่ยหลิงลงทะเบียนมาแล้วทุกวันได้แต่สิ่งของที่ไม่มีประโยชน์จนมาถึงการลงทะเบียนครั้งที่สาม

[ขอแสดงความยินดีด้วย!คุณได้รับหมวดทั่วไปหนังสือกิริยางาม] วันที่หนึ่ง

[ขอแสดงความยินดีด้วย!คุณได้รับหมวดอาหารไก่ทอด] วันที่สอง

[ขอแสดงความยินดีด้วย!คุณได้รับหมวดอาวุธ ศักดิ์สิทธิ์แหวนปิดสวรรค์] วันที่สาม

วันนี้ฮุ่ยหลิงลงทะเบียนอีกวันลงจากการลงทะเบียนวันที่ผ่านๆ มาจะมีแต่ของเกลือๆ หลังเห็นว่าเป็นหมวดอาวุธศักดิ์สิทธิ์ฮุ่ยหลิงก็ดีอกดีใจพร้อมทั้งกดอ่านคำอธิบาย

[แหวนปิดสวรรค์:สามารถปิดระดับพลังของตัวเองไม่ให้คนอื่นรู้ตัวในใต้หล้านี้ไม่มีใครสามารถมองขั้นพลังโฮสต์ได้]

"เนื่องจากบ้านเมืองจะเกิดสงครามเกิดขึ้นถึงแม้ว่าตอนนี้เหมือนจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่ใครจะไปคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นคลื่นใต้น้ำ ข้าคงต้องปกปิดพลังของตัวเองไว้ก่อน"

ขณะที่ฮุ่ยหลิงกำลังทอดน่องเดินชมสวนอยู่นั้นกับมีชายขันทีรูปร่างปราดคนหนึ่งก้าวขาเดินตรงมาที่ฮุ่ยหลิง

"คารวะหลิงอ๋อง จ๋างจวิ้นอ๋องให้ข้าน้อยเชิญหลิงอ๋องไปดื่มน้ำชาที่ศาลาบัวสวรรค์ขอรับ"ฮุ่ยหลิงนึกสักพักก่อนจะนึกภาพหน้าจ๋างจวิ้นอ๋องที่อยู่ในท้องพระโรง

"เชิญทางนี้ขอรับ"หลังจากที่ฮุ่ยหลิงได้ยินคำเชิญชวนของจ๋างจวิ้นอ๋องแล้วฮุ่ยหลิงตัดสินใจตามไป

"หลิงอ๋องสบายดีหรือไม่ เชิญนั่งลงก่อน"ฮุ่ยหลิงนั่งตามคำเชิญของจ๋างจวิ้นอ๋อง ตอนนี้ได้เห็นใบหน้าของจ๋างจวิ้นอ๋องเต็มๆ ใบหน้าที่เรียบเนียนหล่อเหลาพร้อมสีหน้าที่เปื้อนด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์

"หลิงอ๋องเชิญดื่มชา"ฮุ่ยหลิงมองชาที่จ๋างจวิ้นอ๋องให้ก่อนจะตัดสินใจดื่มมันลงไป

จ๋างจวิ้นอ๋องคงไม่คิดจะวางยาข้าหรอกมั้งเพราะที่แห่งนี้คือที่กลางแจ้งในพระราชวัง

"หลิงอ๋องท่านรู้หรือไม่ว่าท่านมีประโยชน์มากเพียงใดเพราะว่าท่านเป็นตัวแปรในการเสริมอำนาจให้แก้จักรวรรดิต้าฮุ่ย"จู่ๆ จ๋างจวิ้นอ๋องก็เอ่ยประโยคแปลกๆ มา

"ความจริงแล้วข้าคือคนของแคว้นชีมาเพื่อแฝงตัวให้ข่าวสารไปยังแปดแคว้น"จากใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มของจ๋างจวิ้นอ๋องกับกลายเป็นใบหน้าที่เรียบนิ่งพร้อมเอ่ยอีกประโยค"จักรวรรดิต้าฮุ่ยบัดนี้ไม่เหมือนก่อนอำนาจน้อยลงถ้าท่านเลือกเข้ามาอยู่ฝั่งแปดแคว้นชีวิตท่านจะดีขึ้นเยอะเลยนะ"คิดว่าแล้วเชียวว่าจ๋างจวิ้นอ๋องอยู่ฝั่งแปดแคว้นเพราะเหตุการณ์ในท้องพระโรงวันนั้น

"ขออภัยจ๋างจวิ้นอ๋องด้วยแต่ข้าไม่มีความคิดที่จะย้ายฝั่งไปยังแปดแคว้น"

"ท่านตัดสินใจเช่นนี้แล้วใช่ไหม"จ๋างจวิ้นอ๋องปลายตามองฮุ่ยหลิงต้องสายตายากจะหยั่งถึง

"ใช่"

"คิดดีๆ ก่อนสิหลิงอ๋อง"จ๋างจวิ้นอ๋องเอ่ยเสียงแข็งพร้อมปล่อยพลังปราณสีเขียวออกมากดดันฮุ่ยยิ่ง"มันคงจะดีกว่านี้ถ้าท่านตัดสินใจมาอยู่ฝั่งข้า"พลังปราณเข้ากระแทกร่างของฮุ่ยหลิง

[คำเตือน!!!ค้นพบวิชาควบคุมจิตมารวิชานี้จะทำการควบคุมร่างของโฮสต์ให้กลายเป็นหุ้นวิญญาณ]

[คำเตือน!!!โฮสต์กำลังอยู่ในอันตราย]

..

ปล.น้อยฮุ่ยหลิงของเราจะรอดพ้นยาพิษของจ๋างจวิ้นอ๋องไหมนะ

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...