โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

อลิอันซ์ ปั้นเบี้ย 4.1 หมื่นล้าน ประกันสุขภาพท้าทาย “เด็ก” เคลมสินไหมพุ่ง

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 18 มี.ค. 2567 เวลา 14.36 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. 2567 เวลา 00.20 น.

อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต ตั้งเป้าเบี้ยรับรวมปี 2567 แตะ 4.1 หมื่นล้าน เติบโต 13% เบี้ยรับปีแรกแตะ 8.3 พันล้าน โต 15% รุกหนักช่องทางตัวแทน นำร่องใช้มาตรฐานบัญชี IFRS17 ปลายปีก่อนบังคับใช้จริงต้นปี 2568 กาง 3 ปัจจัยท้าทาย ชี้ประกันสุขภาพ “เด็ก” เคลมพุ่ง

วันที่ 19 มีนาคม 2567 นายโทมัส วิลสัน กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. อลิอันซ์ อยุธยา ประกัน ชีวิต (AZAY) เปิดเผยว่า ในปี 2567 บริษัทตั้งเป้าเบี้ยประกันชีวิตรับรวม (GWP) จะอยู่ที่ 41,000 ล้านบาท เติบโตขึ้น 13% เมื่อเทียบจากช่วงเดียวกันปีก่อน และตั้งเป้าเบี้ยรับปีแรกรายปี (ANP) จะอยู่ที่ 8,300 ล้านบาท เติบโต 15% โดยแยกเป็น

  • เบี้ยรับปีแรกผ่านช่องทางตัวแทน 3,800 ล้านบาท เติบโต 18%
  • เบี้ยรับปีแรกผ่านช่องทางธนาคาร 2,700 ล้านบาท เติบโต 11%
  • เบี้ยรับปีแรกผ่านช่องทางขายตรง 1,600 ล้านบาท เติบโต 12%
  • เบี้ยรับปีแรกผ่านช่องทางประกันกลุ่ม 200 ล้านบาท เติบโต 6%

ยอมรับว่าเป็นเป้าที่ท้าทายมาก แต่ผลประกอบการไตรมาส 1/2567 มั่นใจว่าจะปิดได้ตามเป้า โดยในแง่ของช่องทางตัวแทน ยังคงสนับสนุนแคมเปญ franchise builder เพราะตัวแทนที่เข้าร่วมแคมเปญนี้ เติบโตเป็น 2.7 เท่าของตัวแทนที่ไม่เข้าร่วม และปีนี้ได้เพิ่มกลุ่มใหม่ชื่อว่า Transformer รวมทั้งมีโครงการ Blue Star และ Blue Star X ซึ่งเป็นโครงการสร้างตัวแทนเต็มเวลาแบบมืออาชีพ

โดยปีนี้จะโฟกัสสินค้าความคุ้มครองและสุขภาพ รวมถึงประกันควบการลงทุน คาดมีเบี้ยรับปีแรกจากสินค้าดังต่อไปนี้

  • ประกันสุขภาพ 1,663 ล้านบาท
  • ประกันโรคร้ายแรง 157 ล้านบาท
  • ประกันควบการลงทุนและสัญญาเพิ่มเติม 387 ล้านบาท
  • ประกันอื่น ๆ 1,663 ล้านบาท

ถัดมาในแง่ของช่องทางขายประกันผ่านธนาคาร ปัจจุบันเป็นพาร์ตเนอร์กับธนาคารกรุงศรีอยุธยา ซึ่งตอนนี้มีการทำงานร่วมกันในการพัฒนาสินค้าที่ตอบโจทย์ลูกค้า ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาได้รับฟีดแบคที่ดี จึงไม่น่าจะมีอะไรสะดุด ส่วนช่องทางขายตรงกำลังมีการพูดคุยกับพาร์ตเนอร์ใหม่เพิ่มเติม และช่องทางประกันกลุ่มเป็นสัดส่วนที่ใหญ่ในตลาดและบริษัทก็มีพอร์ตที่ใหญ่ในตลาดด้วย แต่อย่างไรก็ตามเป็นช่องทางนึงที่จะต้องทำธุรกิจอย่างระมัดระวัง

ทั้งนี้ปีนี้บริษัทมีเป้าหมายจะเพิ่มยอดขายจากสินค้ายูนิตลิงก์ ให้มีสัดส่วนเป็น 10% ของพอร์ตผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของบริษัทอีกด้วย

และบริษัทยังพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนการเติบโตต่อเนื่อง ด้วยการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพสูง โดยปลายปีนี้จะนำระบบมาตรฐานบัญชี IFRS17 มาใช้ก่อน ซึ่งตามระเบียบข้อบังคับของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริม การประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) จะให้เริ่มใช้ต้นปี 2568 ซึ่งมีผลดีทำให้บริษัทมีมูลค่าและความมั่นคงทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น

“เรารายงานงบการเงินตามมาตรฐานนี้ภายในอยู่แล้ว ซึ่งจะทำให้บริษัทมีกำไรสูงขึ้น 2.4 เท่า และมูลค่าส่วนของผู้ถือหุ้นสูงขึ้น 2.2 เท่า โดยมาตรฐานบัญชี IFRS17 เหมาะกับกลยุทธ์อนุรักษ์นิยมของอลิอันซ์ เพราะค่อนข้างระมัดระวังในการคาดการณ์กำไรเป็นเท่าไหร่ และมีเงินสำรองเพียงพอเพื่อป้องกันเหตุที่เกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งเป็นตัวที่สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าและผู้ถือหุ้นของอลิอันซ์ออยุธยา

อย่างไรก็ตามการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้น่าจะส่งผลกระทบต่อหลาย ๆ บริษัทในประเทศไทย เพราะวิธีการรายงานเปลี่ยนแปลงจากเดิมไปเลย และถ้าเกิดการบริหารการเงินแต่ละบริษัทนั้น ไม่สอดคล้องกับวิธีการรายงานจะต้องปรับตัวค่อนข้างมาก”

ซีอีโออลิอันซ์ กล่าวต่อว่า ปีนี้ธุรกิจประกันชีวิตยังคงเผชิญความท้าทายจาก 1.GDP ของไทยฟื้นตัวระดับกลาง 2.ความผันผวนของตลาดเงิน และ 3.สินไหมสุขภาพเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็น 3 ปัจัจยที่กระทบต่อธุรกิจประกันชีวิตเมื่อปีที่ผ่านมา

โดยประเด็นแรก เห็นจากมีการปรับลดคาดการณ์ GDP ของไทย จาก 2.7% เหลือ 2.2% ซึ่งช่วงไตรมาส 1/2567 เริ่มเห็นความไม่แน่นอนออกมาแล้ว ประกอบกับการบริโภคภายในประเทศและปริมาณของนักท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นกลับมาเทียบเท่ากับปี 2562 แต่คาดว่าภาคส่งออกน่าจะมาช่วยสร้างสมดุลตัวเลขเศรษฐกิจไทยได้

ประเด็นที่สอง สำหรับความผันผวนของตลาดเงิน จะขึ้นอยู่กับนโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลก โดยหากกลางปีนี้หรือหลังจากนี้ มีการปรับขึ้นดอกเบี้ยสวนทางตลาดคาดการณ์ เพื่อสู้กับเงินเฟ้อ เมื่อนั้นจะเห็นการเปลี่ยนแปลงในแง่การลงทุนหุ้น

ประเด็นที่สาม สำหรับสินไหมสุขภาพที่สูงขึ้นทั้งผู้ป่วยนอก (OPD) และผู้ป่วยใน (IPD) ส่วนใหญ่จะมาเป็นฤดูกาล โดยเฉพาะในหน้าฝน ช่วงเดือน ส.ค.-ต.ค.ของทุกปี โดยเคลม OPD อัตราการเคลมมาจากโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ หรือโรคการป่วยเล็กน้อยทั่วไป (Simple diseases) และจากสถิติสังเกตเห็นว่าส่วนใหญ่แล้วหารเรียกร้องสินไหมจะเป็น “เด็ก” ดังนั้นการมีวัคซีนสำหรับเด็กและผู้ใหญ่เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันการเป็นโรค

และเคลม IPD เพิ่มขึ้นจากผู้ป่วยที่ต้องได้รับการรักษา ซึ่งสิ้นสุดของการกักตัวในช่วงโควิด ทำให้ยอดสูงขึ้นเพราะอั้นไว้จากช่วงนั้น โดยตัวเลขปี 2566 พบว่าความถี่ในการเรียกร้องเคลม OPD เพิ่มขึ้น 20% จากปี 2565 และความถี่ในการเรียกร้องเคลม IPD เพิ่มขึ้น 38% จากปี 2565 และความรุนแรงในการเคลมสินไหมสุขภาพเพิ่มขึ้น 36% จากปี 2565

ทั้งนี้บริษัทจะให้ความสำคัญกับการบริการ สร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า โดยเฉพาะในเรื่องการคุ้มครองสุขภาพ โดยได้มีการจัดตั้งเครือข่าย Preferred Network เพื่อทำงานร่วมกับโรงพยาบาล เพื่อมอบบริการพิเศษให้กับลูกค้า นอกจากนั้นจะมีการเปิดให้บริการพิเศษใหม่ ๆ อาทิ บริการ Health concierge เพื่อดูแลลูกค้า นัดแนะและประสานงานกับโรงพยาบาลทั้งก่อนและหลังการเข้ารับการรักษา เป็นต้น ซึ่งน่าจะช่วยลดการเรียกร้องสินไหมสุขภาพลงได้

อย่างไรก็ตาม อาจจะไม่ใช่แค่ 3 ปัจจัยนี้ ปลายปีนี้ยังมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีในอเมริกา และการสู้รบในตะวันออกกลาง ผลกระทบจากจีน รวมถึงประเด็นการเมืองในประเทศ ดังนั้นถือว่าอยู่ในโลกที่ไม่มีอะไรแน่นอน

ทั้งนี้ในปี 2566 บริษัทมีเบี้ยรับรวม 36,200 ล้านบาท เติบโต 6% มีเบี้ยรับปีแรกรายปี 7,300 ล้านบาท เติบโต 4% มาจากช่องทางตัวแทน 3,200 ล้านบาท ช่องทางขายผ่านธนาคาร 2,400 ล้านบาท ช่องทางขายตรง 1,400 ล้านบาท และประกันกลุ่มอีกประมาณ 170 ล้านบาท

ในด้านการขายผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพยังคงเป็นผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นที่สุด มีการเติบโดต่อเนื่อง ทำให้บริษัทขึ้นแท่นเป็นที่ 3 ในตลาดประกันสุขภาพไทย

นอกจากนั้นในปีที่ผ่านมา ช่องทางตัวแทนของบริษัทมีการเติบโตในทุกมิติ โครงการสร้างตัวแทนมืออาชีพในระยะยาว โดยตัวเลขตัวแทนใหม่สูงถึงกว่า 9,300 คน เติบโตถึง 34% จำนวนตัวแทนที่มีผลงาน (active agent) เพิ่มสูงถึงกว่า 3,300 คน เติบโตขึ้น 13% จำนวนผู้บริหารตัวแทนระดับสูงได้รับการเลื่อนตำแหน่งถึง 34 คน ซึ่งถือว่าสูงมาก

อีกทั้งยังมีความสำเร็จในด้านการบริหารองค์รอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้บริษัทมีเงินกองทุนสำรองที่มั่นคงถึง 306% ในส่วนความพึงพอใจของลูกค้าได้รับคะแนน NPS Score ที่ใช้วัดความพึงพอใจลูกค้าอยู่ในระดับ Loyalty Leader และได้คะแนน AES Score ที่ใช้วัดความผูกพันของพนักงานต่อองค์กร สูงเป็นอันดับ 5 จากบริษัทในเครืออลิอันซ์ทั่วโลกกว่า 70 ประเทศ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อลิอันซ์ ปั้นเบี้ย 4.1 หมื่นล้าน ประกันสุขภาพท้าทาย “เด็ก” เคลมสินไหมพุ่ง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...