ลูกกรอกคะนองจาก 'ลา แอ็กซ่า' มรดกจากทีมงานคล็อปป์ สู่กุนซือใหม่
ลูกกรอกคะนองจาก ‘ลา แอ็กซ่า’ มรดกจากทีมงานคล็อปป์ สู่กุนซือใหม่
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สิ่งที่คนพูดถึงมากที่สุดนอกเหนือไปจากการคว้าแชมป์ “คาราบาว คัพ” ของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล แล้ว คงหนีไม่พ้นเหล่าบรรดาดาวรุ่งของ หงส์แดง ที่ถูกส่งลงสนามในช่วงครึ่งหลังจนถึงช่วงต่อเวลาของเกมนัดชิงชนะเลิศดังกล่าว ที่สามารถกดผู้เล่นทีมชุดใหญ่ของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ไว้ได้อย่างอยู่หมัด
นอกเหนือไปกว่านั้นจากสถานการณ์ที่ผู้เล่นตัวหลักของลิเวอร์พูลบาดเจ็บกันเกินทีม (13 คน) ทำให้ดาวรุ่งจาก ลา แอ็กซ่า (มาจาก แอ็กซ่า เทรนนิ่งเซนเตอร์ ชื่อสนามซ้อมของลิเวอร์พูล) ยังคงได้รับโอกาสลงสนามต่อเนื่องในเอฟเอ คัพ รอบ 5 กับเซาธ์แฮมป์ตัน แถมยังผลงานดี เพราะได้ 2 นักเตะวัย 18 ปีอย่าง ลูวิส คูมาส กับ เจย์แดน แดนน์ส ยิงพาทีมชนะ 3-0 พร้อมเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศไปได้
ดังนั้นวันนี้ “มติชน” จะพามาเจาะลึกบรรดาดาวรุ่งของหงส์แดง ผลผลิตจากลา แอ็กซ่า ที่จะนำทีมสู่ยุค 3.0 หลังการอำลาของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ช่วงจบฤดูกาลนี้
1.ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ (20 ปี)
แม้ว่าจะอยู่กับทีมมาหลายปีแล้ว แต่อย่าลืมว่าเจ้าตัวเพิ่งจะอายุ 20 ปีเท่านั้น โดยเอลเลียตต์ นับเป็นดาวรุ่งที่ได้ลงสนามมากที่สุดในทีมชุดนี้ก็ว่าได้ เพราะเล่นในทีมชุดใหญ่มาหลายปี ถึงตัวเขาจะเกิดที่เซอร์เรย์ แต่เอลเลียตต์ก็เติบโตขึ้นมาด้วยความเป็น “เดอะ ค็อป” เต็มเปี่ยม
ประวัติอย่างหนึ่งที่หลายคนไม่รู้เลย คือเอลเลียตต์ ถูกทีมงานอคาเดมีของเชลซีปฏิเสธด้วยความกังวลเรื่องรูปร่างของเจ้าตัว ทำให้ต้องไปอยู่กับอคาเดมีของควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส จากนั้นก็ได้ย้ายไปอยู่ฟูแล่ม พร้อมทำสถิติเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ได้ลงสนามในวัยเพียง 15 ปีเท่านั้น ซึ่งเอลเลียตต์ทำผลงานได้ดีพอจะถูกใจแมวมองลิเวอร์พูล สุดท้ายได้เซ็นสัญญามาอยู่กับทีมรักเมื่อปี 2019 และลงเล่นให้ทีมไปมากกว่า 100 นัดแล้ว (แม้ส่วนใหญ่จะเป็นฐานะตัวสำรองก็ตาม)
ถ้าจำกันได้เอลเลียตต์เคยผ่านอาการบาดเจ็บหนักข้อเท้าหักเมื่อปี 2021 ซึ่งช่วงนั้นเจ้าตัวกำลังท็อปฟอร์มและก้าวมาสู่ทีมชุดใหญ่เต็มตัว โดยตอนนั้นตำแหน่งถนัดของเขาคือปีกขวาซึ่งทับกับโม ซาลาห์ แต่เอลเลียตต์ก็ปรับตัวลงมาเล่นกลางบนขวาเพื่อเล่นร่วมกับซาลาห์ได้ดี
หลังหายจากบาดเจ็บมา อาจจะต้องใช้เวลาเรียกฟอร์มกลับมาเป็นปี และตอนนี้ถึงจะเป็นสำรอง แต่ก็มักจะเป็นซุปเปอร์ซับให้ทีมได้เสมอ ซึ่งในวัยแค่ 20 ปี มีโอกาสที่เขาจะกลายเป็นตัวหลักให้ทีมในอนาคตได้เช่นกัน
2.จาเรลล์ ควอนซาห์ (21 ปี)
แม้จะอายุมากกว่าเอลเลียตต์ แต่ควอนซาห์เพิ่งจะได้ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของลิเวอร์พูลแบบเต็มตัวในฤดูกาลนี้ ทว่าเพียงแค่ฤดูกาลแรกเขาก็ได้ลงสนามช่วยทีมไปมากกว่า 20 เกมแล้ว ซึ่งพัฒนาการของเซนเตอร์แบ๊กรายนี้สร้างความประหลาดใจให้กับเยอร์เก้น คล็อปป์ อย่างมาก
ควอนซาห์นั้นในวอร์ริงตัน เข้ามาร่วมทีมลิเวอร์พูลตั้งแต่ 5 ขวบ และมีความโดดเด่นเหนือเพื่อนรุ่นเดียวกัน เป็นกองหลังที่มีความเก๋าในตัว, สั่งการในแนวรับได้ และยังมีความสุขุม มั่นใจกับการครอบครองบอล ซึ่งเป็นความสามารถที่เกินอายุอย่างมาก
ช่วงซัมเมอร์ที่แล้ว หลายคนมองว่าลิเวอร์พูลต้องการเซนเตอร์แบ๊กเข้ามาเสริมทีมอย่างน้อยอีกคน แต่การมีควอนซาห์อยู่ ทำให้คนลืมเรื่องนี้กันไปหมดแล้ว
3.คอนอร์ แบรดลีย์ (20 ปี)
อีกหนึ่งเพชรเม็ดงามของหงส์แดง ที่ต้องบอกว่านี่เป็นฤดูกาลที่เหมือนรถไฟเหาะสำหรับเขาไม่น้อยเลยทีเดียว
แบรดลีย์เริ่มต้นช่วงปรีซีซั่นกับลิเวอร์พูลด้วยการเป็นแบ๊กขวาสำรองให้กับเทรนต์ และบางครั้งลงพร้อมกันเพื่อดันเทรนต์ไปเล่นกองกลางเต็มตัว แต่โชคร้ายเขาได้รับบาดเจ็บหลังจนต้องพลาดการลงสนามไปถึง 4 เดือนด้วยกันในช่วงต้นฤดูกาล ซึ่งเป็นช่วงที่เขาน่าจะได้รับโอกาสลงเล่นมากกว่านี้เพราะมีถ้วยยูโรป้า ลีก รอให้เขาได้โชว์ฟอร์มอยู่
แต่อย่างน้อยการกลับมาของเขาก็มาในจังหวะที่ทันเวลาพอดี เพราะเขาได้ลงสำรองในเกมเอฟเอ คัพ รอบ 3 กับอาร์เซน่อล ก่อนหยุด กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ได้อย่างอยู่หมัดในช่วงท้ายเกมจนได้รับคำชมอย่างมาก จากนั้นก็เป็นจังหวะที่เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ได้รับบาดเจ็บทำให้เขาได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่อง จนระเบิดฟอร์มในเกมลีกกับเชลซี ด้วยการยิง 1 แอสซิสต์ 2 ทำให้เดือนมกราคมเขาจบลงด้วยการเป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนของสโมสรด้วยซ้ำ
น่าเสียดายที่หลังจากนั้นเขาต้องเจอกับข่าวร้ายในการสูญเสียคุณพ่อที่รักษาอาการป่วยมาอย่างยาวนานในช่วงปลายเดือนมกราคม แต่เมื่อเขากลับมาลงสนามก็ยังคงมีผลงานที่คงเส้นคงวาอยู่ (แม้ว่าช่วงหลังจะโดนประกบมากขึ้นและคนเริ่มระวังตัวมากขึ้นก็ตาม) และเป็นส่วนหนึ่งในนัดชิงชนะเลิศที่เอาชนะเชลซีมาได้
4.บ๊อบบี้ คลาร์ก (19 ปี)
ลูกชายของ ลี คลาร์ก อดีตกองกลาง “สาลิกาดง” นิวคาสเซิล ผู้สานฝันของพ่อในการคว้าแชมป์ฟุตบอลในประเทศได้แล้วอย่างน้อย 1 ใบ แม้จะเพิ่งอายุ 19 ปีเท่านั้น
คลาร์กถูกยกให้เป็นหนึ่งในกองกลางที่เจ๋งที่สุดในรุ่นคนหนึ่งของลิเวอร์พูล ซึ่งเขาทำผลงานได้ดีในช่วงปรีซีซั่นโดยเฉพาะการทำได้ 1 ประตูในเกมกับเลสเตอร์ ซิตี้ ในเกมอุ่นเครื่องที่สิงคโปร์ แต่ด้วยอาการบาดเจ็บทำให้พลาดโอกาสในช่วงแรกๆ ยังดีที่อย่างน้อยเขาก็ได้รับการต่อสัญญาฉบับยาวกับทีมออกไป
ลี คลาร์ก เป็นส่วนสำคัญที่แนะนำลูกชายให้ย้ายออกจากอคาเดมีของนิวคาสเซิลมาอยู่กับลิเวอร์พูล โดยเยอร์เก้น คล็อปป์ ชมว่าเป็นนักเตะที่มีพัฒนาการยอดเยี่ยม และยังทำผลงานการทำประตูที่น่าประทับใจในระดับเยาวชนอีกด้วย
นับว่าเป็นเรื่องดีที่เมื่อเดือนมกราคม ลิเวอร์พูลปฏิเสธข้อเสนอขอยืมตัวจากดาร์บี้ และบริสตอล ซิตี้ ทำให้เขาได้มีโอกาสลงสนามกับทีมชุดใหญ่ของลิเวอร์พูลตอนนี้
5.เจมส์ แม็คคอนเนลล์ (19 ปี)
เรียกว่าเป็นคู่ขนานกับบ๊อบบี้ คลาร์ก เพราะเจ้าหนุ่มคนนี้ถูกดึงตัวมาจากซันเดอร์แลนด์ อริแห่งภาคอีสานของนิวคาสเซิลนั่นเอง
จริงๆ แม็คคอนเนลล์ เติบโตขึ้นมาจากการเล่นเป็นกองกลางตัวรุก แต่ทางด้านของเยอร์เก้น คล็อปป์ กับ เป๊ป ไลจ์นเดอร์ส จับมาฝึกเป็นกองกลางเบอร์ 6 ของทีม อย่างไรก็ตามในเกมรอบชิงคาราบาวคัพ ถ้าใครสังเกตดีๆ เจ้าตัวยืนสูงกว่าตำแหน่งเบอร์ 6 และก็แสดงให้เห็นถึงการจ่ายบอลที่ดีหลายครั้ง
แม็คคอนเนลล์นั้นเริ่มต้นชีวิตค้าแข้งกับแครมลิงตัน จูเนียร์ส ทีมเก่าของอลัน เชียร์เรอร์ และนักเตะในพรีเมียร์ลีกอีกหลายคนเคยเล่นมาก่อน ซึ่งเขาถูกใจแมวมองระดับเยาวชนอย่างมาก จนต้องรีบติดต่อมาร่วมทีมเลยทีเดียว
6.เจย์เดน แดนน์ส (18 ปี)
เขาคือลูกชายของอดีตกองกลางพรีเมียร์ลีกอย่าง นีล แดนน์ส และหลานของอดีตแชมป์สเก็ตบอร์ด นีล แดนน์ส ซีเนียร์
เยอร์เก้น คล็อปป์ ถึงกับเอ่ยปากชื่นชมเจ้าหนูคนนี้ว่าชื่นชอบตั้งแต่ที่ได้เห็นวินาทีแรกในการซ้อมเลย ซึ่งแดนน์สซึ่งเพิ่งขึ้นมาซ้อมกับทีมชุดใหญ่เมื่อต้นปี 2024 นี่เอง
แดนน์สถูกมองเป็นกองหน้าดาวรุ่งที่ฟอร์มยอดเยี่ยมมากในทีมยู-18 ของลิเวอร์พูล ทำประตูได้ 11 เกมติดต่อกันในช่วงแรกที่ลงเล่นให้กับทีมยู-18 และหลังจากพลาดโอกาสไป 2-3 ครั้งในเกมนัดชิงคาราบาวคัพ เจ้าตัวก็มาเบิ้ลประตูในเกมกับเซาธ์แฮมป์ตันได้ โดยลูกแรกเป็นการยิงอย่างยอดเยี่ยมด้วยเทคนิคที่เหนือชั้น ส่วนอีกลูกก็มาจากความจมูกไวที่เข้าไปซ้ำได้ทันท่วงที
อย่างไรก็ตามเขาเคยพลาดการเล่นฟุตบอลไปถึง 1 ปีเต็มจากโรค Osgood-Schlatter’s ที่ทำให้เขาสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 5 ฟุต 2 นิว จนถึง 6 ฟุต (ซึ่งโรคนี้เป็นโรคประจำสำหรับเยาวชนลิเวอร์พูลเลยก็ว่าได้)
หลายคนมองว่าเขามีสไตล์การเล่นคล้ายกับ โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ นั่นหมายถึงว่าลิเวอร์พูลอาจจะมีกองหน้าในแบบที่ต้องการอยู่ในทีมแล้วก็ได้
7.ลูวิส คูมาส (18 ปี)
นี่คืออีกหนึ่งดาวรุ่งของหงส์แดงที่มีพ่อเป็นอดีตนักฟุตบอล เขาเป็นลูกชายของเจสัน คูมาส อดีตกองกลางทีมชาติเวลส์ ซึ่งแกเร็ธ เบล เคยมาชมเจ้าหนูคนนี้ในอินสตาแกรมเลยด้วย
เจ้าหนู “ลูอี้” เติบโตจากการเป็นกองกลางทว่าถูกจับมาเล่นในตำแหน่งเบอร์ 9 ช่วงเดือนที่ผ่านมา แมวมองให้คำจำกัดความเจ้าหนูรายนี้ว่า “เป็นนักเตะที่น่ารำคาญสุดๆ” (คงหมายถึงว่าปั่นป่วนคู่แข่งได้ดีแหละ) และทรานเมียร์โกรธอย่างมากที่ลิเวอร์พูลมาดึงเด็กคนนี้ไปร่วมทีมเมื่อปี 2016
8.เคด กอร์ดอน (19 ปี)
นี่คืออีกหนึ่งดาวรุ่งที่ขึ้นมาแล้วหลายปี ซึ่งเจ้าตัวเคยทำประตูให้กับทีมชุดใหญ่มาแล้วในศึกเอฟเอ คัพ เมื่อปี 2022 แต่จากนั้นเขาก็เจอปัญหาด้านการเจริญเติบโตของร่างกาย จนทำให้พลาดการลงสนามมาเป็นปี
กอร์ดอนถูกลิเวอร์พูลดึงมาจากอคาเดมีของดาร์บี้ เคาท์ตี้ เป็นเด็กในคาถาของเวยน์ รูนีย์ ปลุกปั้นขึ้นมา แต่สุดท้ายลิเวอร์พูลก็ชักแม่น้ำทั้งห้าจนได้กอร์ดอนมาร่วมทีม ในฤดูกาลนี้กอร์ดอนได้ลงเล่นในเกมยูโรป้าลีก กับ อูนิโอน แซงต์ ยิลลัวส์ มาแล้ว รวมถึงลงมาเป็นสำรองในเกมกับเซาธ์แฮมป์ตัน
9.เทรย์ นีโยนี่ (16 ปี)
กองกลางวัยเพียง 16 ปีรายนี้ ถูกลิเวอร์พูลดึงมาจากเลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ท่ามกลางความหัวเสียจากทีมจิ้งจอกสยามที่ต้องเสียกองกลางที่ถูกยกว่า “เจ๋งสุดในรุ่น” ของทีมชาติอังกฤษยู-16
แมตต์ นิวเบอร์รี่ หัวหน้าฝ่ายคัดเลือกนักเตะเยาวชนของลิเวอร์พูล ไปเตะตาเข้าในขณะที่นโยบายสโมสรต้องการให้เน้นหานักเตะท้องถิ่นมากยิ่งขึ้นหลังจากกฎ Brexit ที่ขัดขวางการเซ็นสัญญากับเด็กต่างประเทศ
ซึ่งลิเวอร์พูลสามารถเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในการคว้าตัวกองกลางเชื้อสายซิมบับเวรายนี้เข้ามาร่วมทีม
นอกจากนี้ลิเวอร์พูลยังมีดาวรุ่งอื่นๆ ในทีมอีกเยอะ ไม่ว่าจะเป็น สเตฟาน ไบจ์เซติก ที่ขึ้นชุดใหญ่ตั้งแต่ปีก่อนแต่ปีนี้เจออาการบาดเจ็บ(ที่มาจากการเจริญเติบโต)จนแทบไม่ได้ลงเล่น รวมถึงยังมีเทรนต์ เคน-โดเฮอร์ตี้, คีแรน มอรร์ริสัน และโคดี้ เพนนิงตัน ที่สร้างความประทับใจให้กับทีมอคาเดมีและน่าจะมีโอกาสได้ขึ้นชุดใหญ่เร็วๆ นี้
รวมถึงยังมี อมาร่า นัลโล่ กองหลังที่เพิ่งเซ็นมาในซัมเมอร์ที่ผ่านมาเช่นกัน รวมถึงอย่าลืม เบน โด๊ก ที่เป็นคนที่แฟนลิเวอร์พูลคาดหวังอย่างมากอีกคน
บอกเลยว่ากุนซือคนใหม่ที่จะเข้ามารับงานต่อจากเยอร์เก้น คล็อปป์ มีทรัพยากรดาวรุ่งให้เลือกสรรเป็นจำนวนมากอย่างแน่นอน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ลูกกรอกคะนองจาก ‘ลา แอ็กซ่า’ มรดกจากทีมงานคล็อปป์ สู่กุนซือใหม่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th