โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ลูกกรอกคะนองจาก 'ลา แอ็กซ่า' มรดกจากทีมงานคล็อปป์ สู่กุนซือใหม่

MATICHON ONLINE

อัพเดต 01 มี.ค. 2567 เวลา 07.34 น. • เผยแพร่ 01 มี.ค. 2567 เวลา 07.34 น.
ภาพจากทวิตเตอร์สโมสร

ลูกกรอกคะนองจาก ‘ลา แอ็กซ่า’ มรดกจากทีมงานคล็อปป์ สู่กุนซือใหม่

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา สิ่งที่คนพูดถึงมากที่สุดนอกเหนือไปจากการคว้าแชมป์ “คาราบาว คัพ” ของ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล แล้ว คงหนีไม่พ้นเหล่าบรรดาดาวรุ่งของ หงส์แดง ที่ถูกส่งลงสนามในช่วงครึ่งหลังจนถึงช่วงต่อเวลาของเกมนัดชิงชนะเลิศดังกล่าว ที่สามารถกดผู้เล่นทีมชุดใหญ่ของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ไว้ได้อย่างอยู่หมัด

นอกเหนือไปกว่านั้นจากสถานการณ์ที่ผู้เล่นตัวหลักของลิเวอร์พูลบาดเจ็บกันเกินทีม (13 คน) ทำให้ดาวรุ่งจาก ลา แอ็กซ่า (มาจาก แอ็กซ่า เทรนนิ่งเซนเตอร์ ชื่อสนามซ้อมของลิเวอร์พูล) ยังคงได้รับโอกาสลงสนามต่อเนื่องในเอฟเอ คัพ รอบ 5 กับเซาธ์แฮมป์ตัน แถมยังผลงานดี เพราะได้ 2 นักเตะวัย 18 ปีอย่าง ลูวิส คูมาส กับ เจย์แดน แดนน์ส ยิงพาทีมชนะ 3-0 พร้อมเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศไปได้

ดังนั้นวันนี้ “มติชน” จะพามาเจาะลึกบรรดาดาวรุ่งของหงส์แดง ผลผลิตจากลา แอ็กซ่า ที่จะนำทีมสู่ยุค 3.0 หลังการอำลาของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ช่วงจบฤดูกาลนี้

1.ฮาร์วีย์ เอลเลียตต์ (20 ปี)

แม้ว่าจะอยู่กับทีมมาหลายปีแล้ว แต่อย่าลืมว่าเจ้าตัวเพิ่งจะอายุ 20 ปีเท่านั้น โดยเอลเลียตต์ นับเป็นดาวรุ่งที่ได้ลงสนามมากที่สุดในทีมชุดนี้ก็ว่าได้ เพราะเล่นในทีมชุดใหญ่มาหลายปี ถึงตัวเขาจะเกิดที่เซอร์เรย์ แต่เอลเลียตต์ก็เติบโตขึ้นมาด้วยความเป็น “เดอะ ค็อป” เต็มเปี่ยม

ประวัติอย่างหนึ่งที่หลายคนไม่รู้เลย คือเอลเลียตต์ ถูกทีมงานอคาเดมีของเชลซีปฏิเสธด้วยความกังวลเรื่องรูปร่างของเจ้าตัว ทำให้ต้องไปอยู่กับอคาเดมีของควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส จากนั้นก็ได้ย้ายไปอยู่ฟูแล่ม พร้อมทำสถิติเป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดที่ได้ลงสนามในวัยเพียง 15 ปีเท่านั้น ซึ่งเอลเลียตต์ทำผลงานได้ดีพอจะถูกใจแมวมองลิเวอร์พูล สุดท้ายได้เซ็นสัญญามาอยู่กับทีมรักเมื่อปี 2019 และลงเล่นให้ทีมไปมากกว่า 100 นัดแล้ว (แม้ส่วนใหญ่จะเป็นฐานะตัวสำรองก็ตาม)

ถ้าจำกันได้เอลเลียตต์เคยผ่านอาการบาดเจ็บหนักข้อเท้าหักเมื่อปี 2021 ซึ่งช่วงนั้นเจ้าตัวกำลังท็อปฟอร์มและก้าวมาสู่ทีมชุดใหญ่เต็มตัว โดยตอนนั้นตำแหน่งถนัดของเขาคือปีกขวาซึ่งทับกับโม ซาลาห์ แต่เอลเลียตต์ก็ปรับตัวลงมาเล่นกลางบนขวาเพื่อเล่นร่วมกับซาลาห์ได้ดี

หลังหายจากบาดเจ็บมา อาจจะต้องใช้เวลาเรียกฟอร์มกลับมาเป็นปี และตอนนี้ถึงจะเป็นสำรอง แต่ก็มักจะเป็นซุปเปอร์ซับให้ทีมได้เสมอ ซึ่งในวัยแค่ 20 ปี มีโอกาสที่เขาจะกลายเป็นตัวหลักให้ทีมในอนาคตได้เช่นกัน

2.จาเรลล์ ควอนซาห์ (21 ปี)

แม้จะอายุมากกว่าเอลเลียตต์ แต่ควอนซาห์เพิ่งจะได้ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ของลิเวอร์พูลแบบเต็มตัวในฤดูกาลนี้ ทว่าเพียงแค่ฤดูกาลแรกเขาก็ได้ลงสนามช่วยทีมไปมากกว่า 20 เกมแล้ว ซึ่งพัฒนาการของเซนเตอร์แบ๊กรายนี้สร้างความประหลาดใจให้กับเยอร์เก้น คล็อปป์ อย่างมาก

ควอนซาห์นั้นในวอร์ริงตัน เข้ามาร่วมทีมลิเวอร์พูลตั้งแต่ 5 ขวบ และมีความโดดเด่นเหนือเพื่อนรุ่นเดียวกัน เป็นกองหลังที่มีความเก๋าในตัว, สั่งการในแนวรับได้ และยังมีความสุขุม มั่นใจกับการครอบครองบอล ซึ่งเป็นความสามารถที่เกินอายุอย่างมาก

ช่วงซัมเมอร์ที่แล้ว หลายคนมองว่าลิเวอร์พูลต้องการเซนเตอร์แบ๊กเข้ามาเสริมทีมอย่างน้อยอีกคน แต่การมีควอนซาห์อยู่ ทำให้คนลืมเรื่องนี้กันไปหมดแล้ว

3.คอนอร์ แบรดลีย์ (20 ปี)

อีกหนึ่งเพชรเม็ดงามของหงส์แดง ที่ต้องบอกว่านี่เป็นฤดูกาลที่เหมือนรถไฟเหาะสำหรับเขาไม่น้อยเลยทีเดียว

แบรดลีย์เริ่มต้นช่วงปรีซีซั่นกับลิเวอร์พูลด้วยการเป็นแบ๊กขวาสำรองให้กับเทรนต์ และบางครั้งลงพร้อมกันเพื่อดันเทรนต์ไปเล่นกองกลางเต็มตัว แต่โชคร้ายเขาได้รับบาดเจ็บหลังจนต้องพลาดการลงสนามไปถึง 4 เดือนด้วยกันในช่วงต้นฤดูกาล ซึ่งเป็นช่วงที่เขาน่าจะได้รับโอกาสลงเล่นมากกว่านี้เพราะมีถ้วยยูโรป้า ลีก รอให้เขาได้โชว์ฟอร์มอยู่

แต่อย่างน้อยการกลับมาของเขาก็มาในจังหวะที่ทันเวลาพอดี เพราะเขาได้ลงสำรองในเกมเอฟเอ คัพ รอบ 3 กับอาร์เซน่อล ก่อนหยุด กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ได้อย่างอยู่หมัดในช่วงท้ายเกมจนได้รับคำชมอย่างมาก จากนั้นก็เป็นจังหวะที่เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ได้รับบาดเจ็บทำให้เขาได้รับโอกาสลงสนามอย่างต่อเนื่อง จนระเบิดฟอร์มในเกมลีกกับเชลซี ด้วยการยิง 1 แอสซิสต์ 2 ทำให้เดือนมกราคมเขาจบลงด้วยการเป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนของสโมสรด้วยซ้ำ

น่าเสียดายที่หลังจากนั้นเขาต้องเจอกับข่าวร้ายในการสูญเสียคุณพ่อที่รักษาอาการป่วยมาอย่างยาวนานในช่วงปลายเดือนมกราคม แต่เมื่อเขากลับมาลงสนามก็ยังคงมีผลงานที่คงเส้นคงวาอยู่ (แม้ว่าช่วงหลังจะโดนประกบมากขึ้นและคนเริ่มระวังตัวมากขึ้นก็ตาม) และเป็นส่วนหนึ่งในนัดชิงชนะเลิศที่เอาชนะเชลซีมาได้

4.บ๊อบบี้ คลาร์ก (19 ปี)

ลูกชายของ ลี คลาร์ก อดีตกองกลาง “สาลิกาดง” นิวคาสเซิล ผู้สานฝันของพ่อในการคว้าแชมป์ฟุตบอลในประเทศได้แล้วอย่างน้อย 1 ใบ แม้จะเพิ่งอายุ 19 ปีเท่านั้น

คลาร์กถูกยกให้เป็นหนึ่งในกองกลางที่เจ๋งที่สุดในรุ่นคนหนึ่งของลิเวอร์พูล ซึ่งเขาทำผลงานได้ดีในช่วงปรีซีซั่นโดยเฉพาะการทำได้ 1 ประตูในเกมกับเลสเตอร์ ซิตี้ ในเกมอุ่นเครื่องที่สิงคโปร์ แต่ด้วยอาการบาดเจ็บทำให้พลาดโอกาสในช่วงแรกๆ ยังดีที่อย่างน้อยเขาก็ได้รับการต่อสัญญาฉบับยาวกับทีมออกไป

ลี คลาร์ก เป็นส่วนสำคัญที่แนะนำลูกชายให้ย้ายออกจากอคาเดมีของนิวคาสเซิลมาอยู่กับลิเวอร์พูล โดยเยอร์เก้น คล็อปป์ ชมว่าเป็นนักเตะที่มีพัฒนาการยอดเยี่ยม และยังทำผลงานการทำประตูที่น่าประทับใจในระดับเยาวชนอีกด้วย

นับว่าเป็นเรื่องดีที่เมื่อเดือนมกราคม ลิเวอร์พูลปฏิเสธข้อเสนอขอยืมตัวจากดาร์บี้ และบริสตอล ซิตี้ ทำให้เขาได้มีโอกาสลงสนามกับทีมชุดใหญ่ของลิเวอร์พูลตอนนี้

5.เจมส์ แม็คคอนเนลล์ (19 ปี)

เรียกว่าเป็นคู่ขนานกับบ๊อบบี้ คลาร์ก เพราะเจ้าหนุ่มคนนี้ถูกดึงตัวมาจากซันเดอร์แลนด์ อริแห่งภาคอีสานของนิวคาสเซิลนั่นเอง

จริงๆ แม็คคอนเนลล์ เติบโตขึ้นมาจากการเล่นเป็นกองกลางตัวรุก แต่ทางด้านของเยอร์เก้น คล็อปป์ กับ เป๊ป ไลจ์นเดอร์ส จับมาฝึกเป็นกองกลางเบอร์ 6 ของทีม อย่างไรก็ตามในเกมรอบชิงคาราบาวคัพ ถ้าใครสังเกตดีๆ เจ้าตัวยืนสูงกว่าตำแหน่งเบอร์ 6 และก็แสดงให้เห็นถึงการจ่ายบอลที่ดีหลายครั้ง

แม็คคอนเนลล์นั้นเริ่มต้นชีวิตค้าแข้งกับแครมลิงตัน จูเนียร์ส ทีมเก่าของอลัน เชียร์เรอร์ และนักเตะในพรีเมียร์ลีกอีกหลายคนเคยเล่นมาก่อน ซึ่งเขาถูกใจแมวมองระดับเยาวชนอย่างมาก จนต้องรีบติดต่อมาร่วมทีมเลยทีเดียว

6.เจย์เดน แดนน์ส (18 ปี)

เขาคือลูกชายของอดีตกองกลางพรีเมียร์ลีกอย่าง นีล แดนน์ส และหลานของอดีตแชมป์สเก็ตบอร์ด นีล แดนน์ส ซีเนียร์

เยอร์เก้น คล็อปป์ ถึงกับเอ่ยปากชื่นชมเจ้าหนูคนนี้ว่าชื่นชอบตั้งแต่ที่ได้เห็นวินาทีแรกในการซ้อมเลย ซึ่งแดนน์สซึ่งเพิ่งขึ้นมาซ้อมกับทีมชุดใหญ่เมื่อต้นปี 2024 นี่เอง

แดนน์สถูกมองเป็นกองหน้าดาวรุ่งที่ฟอร์มยอดเยี่ยมมากในทีมยู-18 ของลิเวอร์พูล ทำประตูได้ 11 เกมติดต่อกันในช่วงแรกที่ลงเล่นให้กับทีมยู-18 และหลังจากพลาดโอกาสไป 2-3 ครั้งในเกมนัดชิงคาราบาวคัพ เจ้าตัวก็มาเบิ้ลประตูในเกมกับเซาธ์แฮมป์ตันได้ โดยลูกแรกเป็นการยิงอย่างยอดเยี่ยมด้วยเทคนิคที่เหนือชั้น ส่วนอีกลูกก็มาจากความจมูกไวที่เข้าไปซ้ำได้ทันท่วงที

อย่างไรก็ตามเขาเคยพลาดการเล่นฟุตบอลไปถึง 1 ปีเต็มจากโรค Osgood-Schlatter’s ที่ทำให้เขาสูงขึ้นอย่างรวดเร็วจาก 5 ฟุต 2 นิว จนถึง 6 ฟุต (ซึ่งโรคนี้เป็นโรคประจำสำหรับเยาวชนลิเวอร์พูลเลยก็ว่าได้)

หลายคนมองว่าเขามีสไตล์การเล่นคล้ายกับ โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ นั่นหมายถึงว่าลิเวอร์พูลอาจจะมีกองหน้าในแบบที่ต้องการอยู่ในทีมแล้วก็ได้

7.ลูวิส คูมาส (18 ปี)

นี่คืออีกหนึ่งดาวรุ่งของหงส์แดงที่มีพ่อเป็นอดีตนักฟุตบอล เขาเป็นลูกชายของเจสัน คูมาส อดีตกองกลางทีมชาติเวลส์ ซึ่งแกเร็ธ เบล เคยมาชมเจ้าหนูคนนี้ในอินสตาแกรมเลยด้วย

เจ้าหนู “ลูอี้” เติบโตจากการเป็นกองกลางทว่าถูกจับมาเล่นในตำแหน่งเบอร์ 9 ช่วงเดือนที่ผ่านมา แมวมองให้คำจำกัดความเจ้าหนูรายนี้ว่า “เป็นนักเตะที่น่ารำคาญสุดๆ” (คงหมายถึงว่าปั่นป่วนคู่แข่งได้ดีแหละ) และทรานเมียร์โกรธอย่างมากที่ลิเวอร์พูลมาดึงเด็กคนนี้ไปร่วมทีมเมื่อปี 2016

8.เคด กอร์ดอน (19 ปี)

นี่คืออีกหนึ่งดาวรุ่งที่ขึ้นมาแล้วหลายปี ซึ่งเจ้าตัวเคยทำประตูให้กับทีมชุดใหญ่มาแล้วในศึกเอฟเอ คัพ เมื่อปี 2022 แต่จากนั้นเขาก็เจอปัญหาด้านการเจริญเติบโตของร่างกาย จนทำให้พลาดการลงสนามมาเป็นปี

กอร์ดอนถูกลิเวอร์พูลดึงมาจากอคาเดมีของดาร์บี้ เคาท์ตี้ เป็นเด็กในคาถาของเวยน์ รูนีย์ ปลุกปั้นขึ้นมา แต่สุดท้ายลิเวอร์พูลก็ชักแม่น้ำทั้งห้าจนได้กอร์ดอนมาร่วมทีม ในฤดูกาลนี้กอร์ดอนได้ลงเล่นในเกมยูโรป้าลีก กับ อูนิโอน แซงต์ ยิลลัวส์ มาแล้ว รวมถึงลงมาเป็นสำรองในเกมกับเซาธ์แฮมป์ตัน

9.เทรย์ นีโยนี่ (16 ปี)

กองกลางวัยเพียง 16 ปีรายนี้ ถูกลิเวอร์พูลดึงมาจากเลสเตอร์ ซิตี้ เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ท่ามกลางความหัวเสียจากทีมจิ้งจอกสยามที่ต้องเสียกองกลางที่ถูกยกว่า “เจ๋งสุดในรุ่น” ของทีมชาติอังกฤษยู-16

แมตต์ นิวเบอร์รี่ หัวหน้าฝ่ายคัดเลือกนักเตะเยาวชนของลิเวอร์พูล ไปเตะตาเข้าในขณะที่นโยบายสโมสรต้องการให้เน้นหานักเตะท้องถิ่นมากยิ่งขึ้นหลังจากกฎ Brexit ที่ขัดขวางการเซ็นสัญญากับเด็กต่างประเทศ
ซึ่งลิเวอร์พูลสามารถเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในการคว้าตัวกองกลางเชื้อสายซิมบับเวรายนี้เข้ามาร่วมทีม

นอกจากนี้ลิเวอร์พูลยังมีดาวรุ่งอื่นๆ ในทีมอีกเยอะ ไม่ว่าจะเป็น สเตฟาน ไบจ์เซติก ที่ขึ้นชุดใหญ่ตั้งแต่ปีก่อนแต่ปีนี้เจออาการบาดเจ็บ(ที่มาจากการเจริญเติบโต)จนแทบไม่ได้ลงเล่น รวมถึงยังมีเทรนต์ เคน-โดเฮอร์ตี้, คีแรน มอรร์ริสัน และโคดี้ เพนนิงตัน ที่สร้างความประทับใจให้กับทีมอคาเดมีและน่าจะมีโอกาสได้ขึ้นชุดใหญ่เร็วๆ นี้

รวมถึงยังมี อมาร่า นัลโล่ กองหลังที่เพิ่งเซ็นมาในซัมเมอร์ที่ผ่านมาเช่นกัน รวมถึงอย่าลืม เบน โด๊ก ที่เป็นคนที่แฟนลิเวอร์พูลคาดหวังอย่างมากอีกคน

บอกเลยว่ากุนซือคนใหม่ที่จะเข้ามารับงานต่อจากเยอร์เก้น คล็อปป์ มีทรัพยากรดาวรุ่งให้เลือกสรรเป็นจำนวนมากอย่างแน่นอน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ลูกกรอกคะนองจาก ‘ลา แอ็กซ่า’ มรดกจากทีมงานคล็อปป์ สู่กุนซือใหม่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...