โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เปิดคำสารภาพ ลุงสมนิจ สาเหตุที่ต้องโกหก กุเรื่องเมียท้อง 4 เดือน ติดใต้ซากตึกถล่ม

สยามนิวส์

เผยแพร่ 31 มี.ค. 2568 เวลา 23.20 น. • สยามนิวส์
เปิดคำสารภาพ ลุงสมนิจ สาเหตุที่ต้องโกหก กุเรื่องเมียท้อง 4 เดือน ติดใต้ซากตึกถล่ม

จากกรณี นายสมนิจ อายุ 50 ปี ออกมาร่ำไห้บอกว่า ภรรยาสาวที่กำลังตั้งครรภ์ 4 เดือน ทำงานเป็นเสมียน ติดอยู่ใต้ซากอาคาร สตง. ที่ถล่ม ต่อมามีคนออกมาแฉว่าเรื่องราวดังกล่าวไม่เป็นความจริง

ด้านหญิงเจ้าของบัตรพนักงานที่ถูกนายสมนิจแอบอ้าง ได้เปิดเผยว่า บัตรดังกล่าวคือบัตรที่ตนเองเคยเป็นพนักงานภายในห้างแห่งหนึ่งย่านพระราม 9 เมื่อปี 2019 หลังจากนั้นได้นำบัตรคืนกับทางห้างเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พอเห็นว่าบัตรไปอยู่กับลุงก็รู้สึกตกใจและช็อกเป็นอย่างมาก ไม่รู้ว่าลุงเอาบัตรของตนไปได้อย่างไร นอกจากนี้ เมื่อครอบครัวของตนได้ทราบข่าวก็ตกใจมาก นึกว่าลูกสาวเสียชีวิตแล้ว จึงเข้าแจ้งความเอาผิดที่ สน.บางซื่อ ตามที่ได้มีการเสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดมีรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจ สน.บางซื่อ พร้อมตำรวจชุดสืบสวน บก.สส.บช.น. ได้เข้าควบคุมตัว นายสมนิจ ได้ที่สถานีขนส่งหมอชิต ก่อนควบคุมตัวไปสอบปากคำที่ สน.บางซื่อ โดย พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. ได้เดินทางสอบปากคำ นายสมนิจ ด้วยตัวเอง เบื้องต้นจนท.ตำรววจได้แจ้งความเกี่ยวกับฉ้อโกง,หมิ่นประมาท และพรบ.คอม หลังจากนี้จะให้พนักงานสอบสวนสอบถามเพิ่มเติมเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาอีกครั้งต่อไป

ส่วนทางด้านคำสารภาพของ ลุงสมนิจ ได้ยกมือไหว้ขอโทษ พร้อมสารภาพว่า ตนเองไม่ได้ตั้งใจ และไม่มีเจตนาที่จะแอบอ้าง เพียงบอกว่า ตนเองมีปัญหาเรื่องสติปัญญา จึงได้พูดให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแบบนั้นไป ส่วนบัตรดังกล่าวตนเองเก็บได้แถวห้างย่านลาดพร้าว เมื่อนานมาแล้ว ยอมรับว่า ตนเองเป็นคนที่ติดดื่มสุรา แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้มีเจตนาที่จะเรียกความสงสารเพื่อได้เงิน หลังจากนี้หากตนเองพ้นโทษจะไปบวชให้ผู้เสียหาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...