โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

หนุ่มใหญ่บุกชิงทองในห้างดัง ตำรวจใช้เวลา 30 นาทีตามไปรวบได้

77kaoded

อัพเดต 24 มี.ค. 2568 เวลา 20.44 น. • เผยแพร่ 24 มี.ค. 2568 เวลา 12.41 น. • 77Kaoded

ราชบุรี ในวันนี้( 24 มี.ค.68 ) ร.ต.ท.ชวลิต ทับทิมทอง ร้อยเวรสภ.โพธาราม จ.ราชบุรีได้รับแจ้งเหตุคนร้ายเข้าไปชิงทองในร้านทองที่อยู่ในห้างโลตัสสาขาโพธารามได้สร้อยคอทองคำน้ำหนัก 2 บาท ไป หลังรับแจ้งจึงได้รายงานให้ พล.ต.ต.วชิรพงษ์ อมราพิทักษ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจ.ราชบุรี พ.ต.อ.ศยาม อินทร์สุวรรณโณ รองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ราชบุรี และพ.ต.อ.ภุชงค์ ณรงค์อิน ผกก.สภ.โพธาราม ได้รับทราบก่อนจะเดินทางไปตรวจสอบพร้อมพ.ต.ท.ศิริสุข คำสุข รอง ผกก.สส. และพ.ต.ท.พันธ์ฤกษ์ สร้อยทองมูล สว.สส. สภ.โพธาราม ในที่เกิดเหตุเป็นร้านทองชื่อ เยาวราช มังกรคู่ ตั้งอยู่บริเวณประตูทางออกของห้างฯ ซึ่งร้านทองแห่งนี้เคยถูกคนร้ายเข้ามาก่อเหตุทุบตู้กระจกและชิงทองไปหลายบาทเมื่อปลายปีที่ผ่านมาโดยได้พบกับคุณบี จิระราชวโร เจ้าของร้านพร้อมกับพนักงานที่ขายอยู่หน้าร้าน ก็ให้ข้อมูลว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีคนร้ายเป็นชายสูงอายุเข้ามาทำทีขอดูสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 2 บาท 1 เส้น พนักงานจึงหยิบมาให้ดู จากนั้นชายคนดังกล่าวก็ขอเปลี่ยนสร้อยเส้นใหม่โดยอ้างว่าสร้อยเส้นนี้มีน้ำหนักเบา พนักงานจึงได้หยิบสร้อยอีกเส้นมาให้ดู จากนั้นคนร้ายก็หยิบสร้อยไปพร้อมกับบอกว่า ขอนะ ก่อนจะวิ่งออกจากห้างฯไป ทางคุณบี (เจ้าของร้าน)ก็พยายามวิ่งตามคนร้ายไป ซึ่งคนร้ายนั้นใช้รถเก๋งยี่ห้อ โตโยต้า วีออส สีน้ำตาล หมายเลขทะเบียน กว-617 ราชบุรี คุณบี พยายามวิ่งไปเคาะกระจกเรียกคนร้ายพร้อมกับบอกว่าอย่าทำอย่างนี้เลย แต่คนร้ายก็ยังขับรถหลบหนีไป หลังได้ข้อมูลคนร้าย พล.ต.ต.วชิรพงษ์ อมราพิทักษ์ ผบก.ภ.จ.ราชบุรี ได้สั่งการให้ทุกสภ.ในจ.ราชบุรี ได้ดำเนินการออกตรวจสอบตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายจะหลบหนี และสุดท้ายไปพบรถของคนร้ายที่บริเวณถนนเพชรเกษม ม.6 ต.บ้านสิงห์ อ.โพธาราม กำลังขับกลับเข้ามาในตัวเมืองราชบุรีและติดไฟแดงอยู่จึงได้นำกำลังเข้าชาร์จ พบนายเศรษฐพงศ์ ศรีประสิทธิภาพ อายุ 58 ปี เป็นชาวอำเภอวัดเพลง จ.ราชบุรี เป็นคนขับรถเจ้าหน้าที่จึงได้ควบคุมตัวไว้ตรวจสอบในกระเป๋าสะพายคาดอกพบสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 2 บาท ที่ชิงมาจากร้านทองจึงได้นำตัวกลับมาที่ร้านทองภายในห้องดังกล่าว เจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการติดตามตัวคนร้ายรายนี้เพียงแค่ 30 นาที

เบื้องต้นนายเศรษฐพงศ์ ก็ยอมรับว่าเป็นคนที่มาก่อเหตุชิงทองที่ร้านทองดังกล่าวจริง เนื่องจากมีปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ เพราะบ้านและรถยนต์กำลังจะถูกยึดจึงคิดหาทางออกด้วยการมาชิงทองแต่สุดท้ายก็ไม่รอด ซึ่งปัจจุบันก็มีอาชีพทำขนมส่งขายตามร้านค้าทั่วไปและทำสวนแต่เนื่องจากเป็นหนี้และถูกทางเจ้าหน้าที่เร่งรัดจึงตัดสินใจมาก่อเหตุ และเป็นครั้งแรกที่มาก่อเหตุแบบนี้ที่ผ่านมาไม่เคยมีประวัติอาญชกรรม สงสารแต่ลูกเมียที่อยู่บ้านซึ่งมีลูก 2 คน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา ข้อหาวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุม

ด้านพล.ต.ต.วชิรพงษ์ อมราพิทักษ์ ผบก.ภ.จ.ราชบุรี ก็บอกว่า หลังจากได้รับแจ้งเหตุก็ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจออกตรวจสอบตามเส้นทาง ซึ่งโชคดีที่มีพลเมืองดีจำยี่ห้อรถและทะเบียนรถไว้ได้ ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ออกติดตามพร้อมกับตรวจสอบทะเบียนดังกล่าวพบว่าเจ้าของรถคือใคร และสุดท้ายก็สามารถติดตามจับกุมตัวได้ ซึ่งคนร้ายนั้นเป็นคนสูงวัย ก็ยอมรับว่ามีปัญหาเรื่องของเศรษฐกิจ แต่ก็ไม่ใช่จะมาก่อเหตุแบบนี้ได้ ซึ่งต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ออกติดตามจับกุมตัวคนร้ายโดยทำแบบมีระบบ ทำให้ติดตามจับกุมตัวคนร้ายซึ่งใช้เวลาประมาณ 30 นาทีหลังทราบเหตุ และขอเตือนบุคคลใดที่คิดจะก่อเหตุอะไรก็แล้วแต่ในจ.ราชบุรี รับรองว่าถูกจับได้ทุกรายเพราะทุกพื้นที่รวมทั้งวิวัฒนาการของตำรวจนั้นมีประสิทธิภาพมาก นอกจากเรื่องของทำเลที่ตั้งของร้านทองของห้างนี้อยู่ใกล้กับประตูทางออกของห้างซึ่งถือเป็นจุดล่อแหลมที่อาจจะถูกคนร้ายเข้ามาก่อเหตุได้ แต่ทั้งนี้ก็ได้มีการประสานการปฎิบัติกับทางเจ้าของร้านแล้ว โดยเสริมลูกกรงเหล็กและเพิ่มความหนาของกระจกเพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายทุบหรือล้วงลงไปหยิบทรัพย์สินได้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ประสานงานไปกับทางห้างแล้ว แต่เนื่องจากคู่สัญญานั้นมีสัญญาในการเช่าค่อนข้างนาน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ไม่ไปก้าวล่วงแต่ทางเจ้าหน้าที่ก็ได้นำมาตราการในการป้องกันเข้าไปสอดแทรกเพื่อให้เกิดปัองกันและระมัดระวังให้มากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...