โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

นักโภชนาการญี่ปุ่นแนะ! อาหารคู่ไหนไม่ควรประทานด้วยกัน?

conomi

อัพเดต 27 ก.พ. 2568 เวลา 11.27 น. • เผยแพร่ 02 มี.ค. 2568 เวลา 05.00 น. • conomi.co

คนจำนวนมากไม่ทราบว่าการรับประทานอาหารบางชนิดร่วมกันจะสร้างความเครียดให้กับกระเพาะอาหารและลำไส้ได้ อีกทั้งเมื่อรับประทานคู่กันอาหารบางชนิดอาจมีผลไปขัดขวางการดูดซึมสารอาหารจากอาหารอีกชนิดหนึ่งเข้าสู่ร่างกายได้ มารู้กันว่าอาหารอะไรบ้างที่ไม่ควรรับประทานคู่กันตามคำแนะนำของนักโภชนาการชาวญี่ปุ่นกันค่ะ

1. กล้วยกับมันเทศญี่ปุ่น

กล้วยกับมันเทศญี่ปุ่น อาหารไม่ควรประทานด้วยกัน

มันเทศญี่ปุ่นมีปริมาณเส้นใยชนิดไม่ละลายน้ำสูง เมื่อรับประทานเข้าไปเส้นใยชนิดนี้จะดูดน้ำจากระบบทางเดินอาหารและเกิดการบวมตัวขึ้น หากรับประทานกล้วยเข้าไปก็จะส่งผลให้ระบบย่อยอาหารอ่อนแอลง ทำให้เกิดอาการท้องอืดและปวดท้องได้

2. พรุนกับชา

พรุนกับชา อาหารไม่ควรประทานด้วยกัน

พรุนอุดมไปด้วยธาตุเหล็กซึ่งช่วยป้องกันภาวะขาดธาตุเหล็กในผู้หญิงได้ อย่างไรก็ตามหากรับประทานพรุนร่วมกับเครื่องดื่มที่มีแทนนิน เช่น ชาเขียว ชาดำ และกาแฟ เป็นต้น สารแทนนินจะไปยับยั้งการดูดซึมธาตุเหล็กเข้าสู่ร่างกาย ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานพรุนพร้อมกับชาหรือกาแฟ

3. ผักปวยเล้งกับเบคอน

ผักปวยเล้งกับเบคอน อาหารไม่ควรประทานด้วยกัน

คนญี่ปุ่นไม่น้อยนิยมนำผักปวยเล้งมาปรุงอาหารพร้อมกับเบคอน แต่ในความเป็นจริงแล้วเบคอนมีสารฟอสเฟตจากสารปรุงแต่งรส แม้ว่าฟอสเฟตจะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายแต่เมื่อรับประทานร่วมกับผักปวยเล้ง ฟอสเฟตจะไปยับยั้งการดูดซึมแคลเซียมและธาตุเหล็กที่มีมากในผักปวยเล้งเข้าสู่ร่างกาย ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยงการรับประทานผักปวยเล้งคู่กับเบคอนหรืออาหารแปรรูปที่มีฟอสเฟตเป็นส่วนประกอบ

4. ผักปวยเล้งกับไข่ต้ม

ผักปวยเล้งกับไข่ต้ม อาหารไม่ควรประทานด้วยกัน

ผักปวยเล้งอุดมไปด้วยวิตามินซีและธาตุเหล็กซึ่งมีผลดีต่อความงามและสุขภาพ คนจำนวนมากรับประทานผักปวยเล้งกับไข่ต้มเป็นอาหารเช้า แต่ไข่ที่ต้มสุกจะมีปริมาณสารไฮโดรเจนซัลไฟด์สูง โดยไฮโดรเจนซัลไฟด์เป็นสารที่มีกลิ่นเฉพาะตัวซึ่งได้จากการสลายตัวของกรดอะมิโนที่มีซัลเฟอร์ในไข่ขาวในขณะที่ต้ม สารดังกล่าวจะไปยับยั้งการดูดซึมธาตุเหล็กเข้าสู่ร่างกาย หากต้องการรับประทานไข่กับผักปวยเล้งควรเปลี่ยนเป็นเมนูผักปวยเล้งผัดไข่แทนไข่ต้มสุก

4. วาคาเมะกับต้นหอมญี่ปุ่น

วาคาเมะกับต้นหอมญี่ปุ่น อาหารไม่ควรประทานด้วยกัน

สาหร่ายวาคาเมะกับต้นหอมญี่ปุ่นเป็นคู่ผักที่คนญี่ปุ่นนิยมใส่ในซุปมิโซะ แต่ในความเป็นจริงแล้วสารอัลลิลซัลไฟด์ (Allyl sulfide) ที่มีมากในต้นหอมญี่ปุ่นจะไปยับยั้งการดูดซึมแคลเซียมที่มีมากในวาคาเมะเข้าสู่ร่างกาย ทำให้สูญเสียคุณค่าสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกาย แทนการปรุงซุปมิโซะด้วยวาคาเมะและต้นหอมญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นแนะนำให้ใส่เต้าหู้ลงในซุปมิโซะแทนต้นหอมญี่ปุ่น เนื่องจากเต้าหู้จะช่วยเสริมการดูดซึมแคลเซียมจากวาคาเมะเข้าสู่ร่างกาย

หากว่าเพื่อนผู้อ่านชอบจับคู่รับประทานอาหารดังกล่าวข้างต้นอยู่ ก็ลองเปลี่ยนวิธีการรับประทานเพื่อรับคุณค่าสารอาหารให้คุ้มกับเงินที่จ่ายไปรวมถึงป้องกันอาการไม่สบายท้องจากภาวะอาหารไม่ย่อยกันค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก: saita-puls.com, saita-puls.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...